ศ.เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ของไทย เปิดเผยถึงการเดินทางไปประชุมสหพันธ์มนตรีซีเกมส์ ที่ประเทศสิงคโปร์
ระหว่างวันที่ 29-30 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า นอกเหนือจากยืนยันจำนวนชนิดและประเภทกีฬา ที่จะทำการแข่งขันกันในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในเดือน มิ.ย.ปีหน้า ที่ได้ข้อสรุปว่าจะแข่งกัน 36 ชนิดกีฬา ชิงชัย 402 เหรียญทอง และการกำหนดเจ้าภาพในอีก 4 ครั้งต่อไป คือ มาเลเซีย ในปี 2017, เวียดนาม ในปี 2019, บรูไน ในปี 2021 และกัมพูชา ในปี 2023 ซึ่งถือเป็นการเป็นเจ้าภาพครั้งแรกของกัมพูชา และเป็นชาติที่ 10 ที่ได้เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ที่ถือว่าทำให้การแข่งขันซีเกมส์มีความมั่นคงมากขึ้น เพราะจะมีเจ้าภาพรองรับไปอีกถึง 9 ปีข้างหน้า ที่ประชุมยังมีการหารือถึงการบรรจุแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน ที่ประเทศเจ้าภาพมักบรรจุเข้าไปเพื่อเพิ่มจำนวนเหรียญทองให้ตัวเอง ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังมาตลอดในช่วงหลายปีหลังอีกด้วย
"ตามหลักการแล้ว กีฬาพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกีฬาประเภทที่ 3 ต่อจาก กีฬาบังคับ และกีฬาที่มีในโอลิมปิกกับเอเชี่ยนเกมส์ ชาติเจ้าภาพจะมีสิทธิ์เลือกจัดได้ไม่เกิน 8 จาก 15 ชนิดกีฬา แต่ที่ผ่านมามีบางชาติที่จัดเกิน จนได้รับการต่อว่าจากชาติสมาชิก แถมยังมีการชิงเหรียญทองกันจำนวนมาก เช่น แบดมินตันและเทนนิส เป็นกีฬาที่มีในโอลิมปิกเกมส์ มีการชิงกันชนิดละ 7 เหรียญทอง แต่วูซู บางครั้งมีการชิงกันถึง 30 เหรียญทอง ดังนั้นจึงมีการหารือกันว่า สมควรที่จะมีการกำหนดกรอบของการจัดกีฬาประเภทนี้กันใหม่ คือให้ลดทั้งจำนวนชนิดกีฬา และจำนวนเหรียญทองที่จัดแข่งขันลง ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย และคาดว่าจะมีการหารือกันอย่างจริงจังในเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่ง"
มนตรีซีเกมส์ ของไทย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการรับรองธรรมนูญซีเกมส์ฉบับใหม่ ที่มีความทันสมัยมากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนคำบางคำให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน พร้อมกันนี้ยังได้ชมเชยพม่า ว่าสามารถเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้่งที่ผ่านมาได้ดีมาก ขณะที่ส่วนตัวก็มั่นใจว่า สิงคโปร์จะเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ครั้งต่อไปได้ดี และน่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งต่อๆ ไป เพราะบรรจุกีฬาพื้นบ้านเข้าแข่งขันเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้น ส่วนกีฬาฟลอร์บอล หรือ ฮอกกี้ในร่ม ที่บรรจุเข้าไปใหม่นั้น ก็ถือว่าไม่ใช่กีฬาแปลกใหม่อะไร เพราะกีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมในยุโรปอย่างมาก





