"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่มี "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ทำศึกดาร์บีแมทช์ เมืองแมนเชสเตอร์
กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ที่ยังไม่มี เซร์คิโอ "กุน" อเกโร แต่ได้ แวงซองต์ กอมปานี กลับมา ในคืนวันที่ 25 มี.ค. ส่วนเกมเมื่อวันที่ 23 มี.ค. สเปอร์ส ยิงแซงชนะ เซาแธมป์ตัน 3-2
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดคืนวันอังคารที่ 25 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำศึกดาร์บีแมทช์เมืองแมนเชสเตอร์กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ในเวลา 02.45 น. โดยเกมนี้ แมนฯ ซิตี ต้องการชัยชนะเป็นอย่างมาก เพื่อเบียดลุ้นแชมป์กับเชลซี และลิเวอร์พูล แต่ทีมของ มานูเอล เปเยกรินี ยังมีปัญหาเรื่องการจัดทัพเมื่อจะยังไม่มี เซร์คิโอ อาเกโร กองหน้าตัวเก่ง ยังมีอาการบาดเจ็บที่เอ็นหลังหัวเข่าลงสนามไม่ได้แน่นอน
ทำให้ เอดิน เชโก จะได้กลับมาเป็นตัวจริง หลังจากที่ได้พักมาเมื่อสุดสัปดาห์ แนวรับมีข่าวดีที่จะได้ แวงซองต์ กอมปานี พ้นโทษแบนกลับมา รวมทั้งยังได้ลุ้นทดสอบความฟิต มาเตยา นาสตาซิช ด้วยอีกคน แดนกลางยังคงเป็น ยายา ตูเร กับ แฟร์นันดินโญ ที่ทำประตูในเกมล่าสุดได้ทั้งคู่เป็นหลัก
ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่นจะไม่มี โรบิน ฟาน เพอร์ซี ในแดนหน้าต้องพักยาวจากอาการบาดเจ็บ จึงจะใช้ เวย์น รูนีย์ เป็นกองหน้าตัวเป้า และอาจจะใช้ตัวสนับสนุนเป็น ฆวน มาตา กับ ชินจิ คางาวะ ตัวริมเส้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการเอา อันนัน ยานูซาย ลงมาเป็นตัวจริงแทนที่ แอชลีย์ ยัง แนวรับยังเป็นปัญหา เนมันยา วิดิช ยังติดโทษแบน และคริส สมอลลิง ยังมีอาการบาดเจ็บ ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ จอนนี อีแวนส์ ที่หากว่าฟิตไม่ทัน ก็อาจจะต้องใช้ ไมเคิล คาร์ริค ลงมาเป็นกองหลังร่วมกับ ฟิล โจนส์ เหมือนเดิม
โปรแกรมคู่อื่นๆ ในเวลาเดียวกัน อาร์เซนอล พบ สวอนซี และ นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
ด้านผลพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 23 มีนาคมที่่ผ่านมา "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เปิดไวท์ ฮาร์ท เลน พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน 3-2 แม้ทีมเยือนจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนถึง 2 ลูกจาก เจย์ โรดริเกซ นาที 19 และ อดัม ลัลลานา นาที 28 ทว่าเจ้าถิ่นจัดการยิงแซงได้ 3 เม็ดรวดจาก คริสเตียน อีริคเซน คนเดียว 2 ประตู นาที 31, 46 และ กิลฟี ซิกูร์ดสสัน นาที 90
หลังจบเกม ทิม เชอร์วูด กุนซือไก่เดือยทอง ยกย่องสปิริตของลูกทีมที่ช่วยกันเล่นจนสามารถพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่า ทีมยังคงมีโอกาสลุ้นเกาะกลุ่ม 4 อันดับแรก ซึ่งเป็นพื้นที่โควตาที่จะได้สิทธิไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้เช่นกัน แม้ตอนนี้จะมีคะแนนตามหลัง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ที่ลงแข่งเท่ากันอยู่ถึง 6 แต้มก็ตาม
ส่วนอีกคู่ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา พลาดท่าแพ้ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค คารังวิลลา ปาร์ค 1-4 แม้เจ้าบ้านจะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก คริสเตียน เบนเตเก ตั้งแต่นาที 5 แต่ทีมเยือนสามารถยิงแซงได้ทีเดียว 4 ลูกรวดจาก ปีเตอร์ โอเดมวินกี นาที 22, ปีเตอร์ เคราช์ นาที 26, สตีเวน เอ็นซองซี นาที 42 และ เจฟฟ์ คาเมรอน นาที 90





