อาร์เอสเดินหน้าค้านคำสั่งกสทช. อ้างผิดกฎหมาย

ศาลปกครองสูงสุด แถลงแนวโน้มการถ่ายทอดสดบอลโลก 2014 ที่อาร์เอส เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจไม่ต้องถ่ายฟรีทั้ง 64 นัด
เพราะอาร์เอสได้ลิขสิทธิ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 แต่กฎของ กสทช. ออกปี 2555 จึงไม่มีผลย้อนหลัง
จากกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องคุ้มครองฉุกเฉิน บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งชะลอ หรือระงับประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์ที่ต้องให้บริการแก่ประชาชนภายใต้การบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (มัสต์ แฮฟ) ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 วันที่ 12 มิถุนายน-13 กรกฎาคม ที่ประเทศบราซิล ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ศาลปกครองสูงสุดได้มีการพิจารณาคดีครั้ง 1 โดยให้ตุลาการแถลงแนวโน้มการพิจารณาคดี โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าฟังในห้องพิจารณาคดี
นายสุพรรณ เสือหาญ ทนายของอาร์เอส กล่าวว่า จากการพิจารณาของตุลาการผู้แถลงซึ่งมีความเห็นว่า อาร์เอสได้ลิขสิทธิ์นี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ก่อนที่ กสทช.จะประกาศกฎมัสต์แฮฟ ในปี พ.ศ.2555 โดยกฎดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นคำสั่งย้อนหลังที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์คือ อาร์เอส ซึ่งตามความเหมาะสมแล้วรัฐต้องให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือต้องชดเชยหากให้เจ้าของลิขสิทธิ์ทำตามกฎ หรือรัฐต้องไปซื้อลิขสิทธิ์เองเพื่อประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการแถลงแนวโน้มเท่านั้น และการพิพากษาตัดสินน่าจะมีขึ้นไม่เกิน 1 เดือนนับจากนี้ และโดยส่วนตัวแล้วที่ได้ทำคดีลักษณะนี้มาให้อาร์เอสก็ชนะทุกคดี
ในขณะที่นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ กสทช.กล่าวว่า จากการแถลงเช่นนี้อาจทำให้อาร์เอสไม่ต้องถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านช่องฟรีทีวีทั้ง 64 นัด รวมถึง 22 นัด ตามที่อาร์เอสตกลงไว้ก่อนหน้านี้







