ผีเฮได้รูนีย์ซัลโวไก่ ปืนโตเซ็งไร้โอซิล

ผีเฮได้รูนีย์ซัลโวไก่ ปืนโตเซ็งไร้โอซิล

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไร้เงา เมซุต โอซิล นัดเปิดบ้านต้อนรับ "มังกรเวลส์" คาร์ดิฟฟ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก ในคืนวันปีใหม่

"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไร้เงา เมซุต โอซิล นัดเปิดบ้านต้อนรับ "มังกรเวลส์" คาร์ดิฟฟ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก ในคืนวันปีใหม่ (พุธที่ 1 ม.ค.นี้) ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นได้ เวย์น รูนีย์ หายเจ็บกลับมายืนซัลโวนัดเฝ้ารังดวล "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อาจได้ตัว "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กลับมายืนคุมแดนกลางนัดฟาดแข้ง "เสือลาย" ฮัลล์

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดฉลองขึ้นปีใหม่ คืนวันพุธที่ 1 มกราคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งครบทั้ง 10 คู่ เริ่มจาก "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูง แข่ง 19 นัด มี 42 แต้ม เตรียมเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ "มังกรเวลส์" คาร์ดิฟฟ์ ทีมอันดับ 16 แข่ง 19 นัด มี 18 แต้ม เวลา 22.00 น. เกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นยังคงตั้งเป้าหวังเก็บชัยเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป แม้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก่งที่บาดเจ็บหัวไหล่ เช่นเดียวกับ อารอน แรมซีย์ ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงานตรงต้นขา แต่มีลุ้นได้ตัว นาโช มอนเรอัล และโทมัส แฟร์มาเลน ที่พร้อมเรียกความฟิตกลับมาช่วยแนวหลังได้อีกครั้ง

คาดว่า "ปืนใหญ่" น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมล่าสุดที่บุกไปเฉือนชนะ นิวคาสเซิล 1-0 แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่ง โดยเฉพาะ มิเกล อาร์เตตา ที่มีสิทธิ์กลับมายืนคุมแดนกลางร่วมกับ แจ็ค วิลเชียร์ และซานติ กาซอร์ลา ส่วนแนวรุก ลูคัส โพโดลสกี มีลุ้นได้ลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับ ธีโอ วัลคอตต์ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์

ฝั่งทีมเยือนยังคงมอบหมายให้ เดวิด เคอร์สเลค และโจ แม็คไบรด์ ทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพร่วมกันไปก่อน แถมยังมีลุ้นได้ตัว เครก เบลลามี กองหน้าจอมเก๋าที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมเรียกความฟิตกลับมาช่วยแนวรุกได้อีกครั้ง ส่วนพวกแข้งหลักรายอื่นๆ ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เดวิด มาร์แชลล์, สเตฟาน โคลเกอร์, แกรี เมเดล และไฟร์เซอร์ แคมป์เบลล์

ขณะที่ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ที่เก็บชัยได้ถึง 5 เกมซ้อน แข่ง 19 นัด มี 34 แต้ม จะเปิดถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 7 แข่ง 19 นัด มี 34 แต้ม เวลา 00.30 น. นัดนี้ เดวิด มอยส์ กุนซือเจ้าถิ่นมีลุ้นได้ตัวพวกแข้งหลักที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง โดยเฉพาะ เวย์น รูนีย์ ที่น่าจะเรียกความฟิตกลับมาช่วยยืนล่าตาข่ายได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ ฟิล โจนส์, ราฟาเอล ดา ซิลวา รวมถึง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ส่วน อัดนัน ยานูซาย กับ แดนนี เวลเบ็ค มีโอกาสได้ลุ้นลงเล่นเป็นตัวจริงด้วยเหมือนกัน

ส่วนทีมเยือนของกุนซือ ทิม เชอร์วูด จะได้ตัว ไคล์ วอล์กเกอร์ พ้นโทษแบนกลับมาช่วยแนวรับได้ตามปกติ เช่นเดียวกับ เจอร์เมน เดโฟ ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมเรียกความฟิตกลับมาลุ้นลงเล่นเป็นตัวจริง แต่คาดว่าน่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมล่าสุดที่ไล่ต้อนชนะ สโตค 3-0 โดยเฉพาะคู่หัวหอกที่ยังคงเป็นหน้าที่ของ เอมมานูเอล อเดบายอร์ กับ โรแบร์โต โซลดาโด

ด้าน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 5 แข่ง 19 นัด มี 36 แต้ม เตรียมเฝ้ารังแอนฟิลด์ต้อนรับ "เลือลาย" ฮัลล์ ทีมอันดับ 10 แข่ง 19 นัด มี 23 แต้ม เวลา 22.00 น. เกมนี้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าบ้านมีลุ้นได้ตัว ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ "สตีวีจี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เพิ่งหายเจ็บพร้อมเรียกความฟิตกลับมาประสานงานในแผงแนวรุกร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิลิปป์ คูตินโญ และ หลุยส์ ซัวเรซ เพื่อหวังเก็บชัยให้ได้อีกครั้ง หลังพบความพ่ายแพ้ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ถึง 2 เกมซ้อน

ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมรองจ่าฝูงที่ไม่แพ้ใครมาแล้วถึง 11 เกม แข่ง 19 นัด มี 41 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "หงส์ขาว" สวอนซี ทีมอันดับ 12 แข่ง 19 นัด มี 21 แต้ม ที่ลิเบอร์ตี สเตเดี้ยม เวลา 19.45 น. นัดนี้ มานูเอล เปเยกรินี กุนซือทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เซร์คิโอ อเกโร ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึง ดาวิด ซิลวา ที่ติดโทษแบน แต่พวกดาวดังอย่าง โจ ฮาร์ท, แวงซองต์ กอมปานี, แฟร์นันดินโญ, ยายา ตูเร และอัลวาโร เนเกรโด ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้เหมือนเดิม

ด้าน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 แข่ง 19 นัด มี 40 แต้ม ต้องออกไปเยือน "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน ทีมอันดับ 9 แข่ง 19 นัด มี 27 แต้ม ที่เซนต์ แมรีส์ เวลา 22.00 น. เกมนี้ ชูเซ มูรินโญ กุนซือทีมเยือนจะได้ตัว รามิเรส พ้นโทษแบนพร้อมกลับมาช่วยแดนกลาง ส่วนพวกแข้งหลักรายอื่นๆ ยังคงพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, อังเดร ชูร์เล, เอดอง อาซาร์ด และเฟอร์นันโด ตอร์เรส

ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะในเวลา 22.00 น. คริสตัล พาเลซ (17) พบ นอริช (13), ฟูแลม (18) พบ เวสต์แฮม (19), สโตค (11) พบ เอฟเวอร์ตัน (4), ซันเดอร์แลนด์ (20) พบ แอสตัน วิลลา (13), เวสต์บรอมวิช (15) พบ นิวคาสเซิล (7)