เชลซียิ้มเขี่ยหงส์ร่วงที่5

เชลซียิ้มเขี่ยหงส์ร่วงที่5

มูรินโญ กุนซือ เชลซี สุดปลื้มลูกทีมที่เปิดบ้านยิงแซงชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค.

ชูเซ มูรินโญ กุนซือ เชลซี สุดปลื้มลูกทีมที่เปิดบ้านยิงแซงชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันที่ 29 ธ.ค. พร้อมเอ่ยปากจวก หลุยส์ ซัวเรซ เป็นนักเตะที่ชอบพุ่งล้มหวังเอาจุดโทษ ขณะที่ เบรนดาน รอดเจอร์ส กุนซือทีมเยือนชี้ไม่สมควรแพ้ ด้าน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ชูสปิริตนักเตะบุกไปดับ นิวคาสเซิล 1-0 กลับขึ้นไปยึดจ่าฝูงได้อีกครั้ง

หลังจากที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สามารถเก็บชัยจากเกมบิ๊กแมทช์ได้สำเร็จ หลังเป็นฝ่ายเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์ เฉือนแซงชนะ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำก่อนจาก มาร์ติน สเคอร์เทล นาที 3 ทว่าเจ้าถิ่นมายิงแซง 2 ลูกจาก เอเดน ฮาซาร์ นาที 17 และ ซามูเอล เอโต นาที 34 ส่งผลให้ เชลซี ยังคงอยู่อันดับ 3 แข่ง 19 นัด มี 40 แต้ม ตามหลังจ่าฝูง "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น ส่วน ลิเวอร์พูล ต้องพบกับความพ่ายแพ้จากเกมนัดเยือนในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ถึง 2 นัดรวด พร้อมกับหล่นจากที่ 4 ร่วงลงไปอยู่อันดับ 5 แข่ง 19 นัด มี 36 แต้ม

ชูเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" กล่าวพอใจกับผลงานของทีมที่เก็บ 3 แต้มไว้ได้ แต่ไม่วายจวก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัยของทีมเยือนที่ไม่ยอมทิ้งนิสัยจอมพุ่งล้มเพื่อเรียกจุดโทษ และน่าจะโดนใบเหลืองจากจังหวะที่ทิ้งตัวหวังเอาลูกจุดโทษ หลังจากที่เข้าปะทะกับ ซามูเอล เอโต้ ที่ใช้ตัวขวางบังบอลในเขตโทษ

"ผมต้องชมผู้เล่นทุกคนที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ผมคงไม่ต้องการอะไรจากพวกเขาไปมากกว่านี้แล้ว แต่ผมรู้สึกเกลียดนักฟุตบอลนิสัยแย่ๆ ที่จงใจเล่นฟุตบอลแบบยั่วยุ เพื่อให้เกิดสถานการณ์ที่บานปลาย จริงๆ แล้ว เซซาร์ อัซปิกวยต้า สามารถแย่งบอลไปได้แล้ว หลังจากนั้น เอโต้ ได้ใช้ร่างกายเบียดเอาไว้ แต่ ซัวเรซ ทำเหมือนกับว่าเขากำลังโดนใครเอาปืนมายิงจากด้านหลัง" มูรินโญ กล่าว

ด้าน เบรนดาน รอดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" เอ่ยปากยืนยันว่า ลูกทีมของเขาไม่สมควรเป็นฝ่ายแพ้ ก่อนที่จะกล่าวตำหนิการทำหน้าที่เป่าเกมของ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ ผู้ตัดสินที่ไม่ยอมให้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ซามูเอล เอโต เจตนาทำฟาว์ล หลุยส์ ซัวเรซ ล้มลงในกรอบเขตโทษ

"ผมคิดว่าเราไม่สมควรแพ้เลย เราควรได้ลูกจุดโทษเสียซ้ำ เนื่องจากผู้ตัดสินยืนอยู่ในเหตุการณ์ที่ เอโต้ วิ่งเข้ามาขวางทาง ซัวเรซ อย่างชัดเจน เขามีเจตนาทำฟาว์ลผู้เล่นของผม แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น และเราก็ต้องพยายามทำใจยอมรับให้ได้ เพื่อที่จะก้าวเดินกันต่อไป" รอดเจอร์ส กล่าว

ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล สามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งจ่าฝูงได้อีกครั้งหนึ่ง หลังบุกไปเฉือนชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ได้ถึงถิ่นเซนต์ เจมส์ ปาร์ค 1-0 แม้จะไร้เงาของ เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บหัวไหล่ในช่วงก่อนเกมนัดนี้ แต่ทีมเยือนมาได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาที 65 ส่งผลให้ อาร์เซนอล กลับขึ้นไปยึดอันดับ 1 บนหัวตารางคะแนนได้สำเร็จ แข่ง 19 นัด มี 42 แต้ม เหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ที่ต้องร่วงลงไปอยู่อันดับ 2 เพียงแค่คะแนนเดียว ส่วน นิวคาสเซิล หล่นลงไปอยู่อันดับ 8 แข่ง 19 นัด มี 33 แต้ม

หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" ชื่นชมสปิริตของลูกทีมที่ช่วยกันบุกไปเก็บชัยพร้อมกับขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงได้สำเร็จ แม้จะต้องพบกับเกมที่ยากลำบาก เนื่องจาก นิวคาสเซิล สามารถทำเกมสู้ได้แบบสูสีมาก แต่ลูกทีมของเขาก็ยังสามารถช่วยกันเก็บชัยได้จากความทุ่มเทของผู้เล่นทุกคน ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกเรื่องอาการบาดเจ็บของ เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก่งที่อาจจะหมดสิทธิลงสนาม 2-3 นัด เพราะต้องใช้เวลาพักรักษาหัวไหล่ที่ไม่ได้รุนแรงมากนัก

"คุณคงได้เห็นแล้วว่า ผู้เล่นทุกคนทุ่มเทให้กับนัดนี้มากเพียงใด แม้ว่าเราต้องเจอกับเกมที่ยากลำบาก แต่เรายังสามารถเก็บชัยชนะได้จากสปิริตที่ทำให้ได้กลับคืนสู่ตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้งหนึ่ง ส่วน โอซิล มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวไหล่เพียงเล็กน้อย หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุล้มทับไหล่ตัวเอง แต่อาจทำให้เขาต้องพลาดลงสนาม 2-3 นัด" เวนเกอร์ กล่าว

ส่วนผลคู่อื่น เอฟเวอร์ตัน ชนะ เซาแธมป์ตัน 2-1, สเปอร์ส ชนะ สโต๊ค 3-0