วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลไทย แถลงครั้งสุดท้าย ชูเป้าหมายพาบอลไทยไปบอลโลก
ที่กาตาร์ ปี 2022 เน้นนโยบายทำงานตรงกันข้าม “บังยี” วรวีร์ มะกูดี
ความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะมีขึ้นวันที่ 17 ต.ค.นี้ ซึ่งปัจจุบันผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฯ 2 คน คือ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี กับ “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ โดยอยู่ระหว่างเดินสายหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่สโมสรกองทัพบก “บิ๊กกร๊อง” นายวิรัช ชาญพานิชย์ ผู้สมัครนายกสมาคมฯ แถลงข่าวแผนงานและยุทธศาสตร์ “ถึงเวลาบอลไทยก้าวหน้า วางเป้าไปบอลโลกใน 9 ปี” และเปิดตัวสภากรรมการ ซึ่งเป็นการแถลงครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่สัปดาห์แห่งการเลือกตั้ง
“บิ๊กกร๊อง” กล่าวว่า ตนมีเป้าหมายพาทีมชาติไทยไปเล่นฟุตบอลโลกในอีก 9 ปีข้างหน้า ที่กาตาร์ ปี 2022 โดยที่จะเริ่มต้นด้วยการเป็นแชมป์อาเซียนภายใน 2 ปี, เป็นท็อป 5 ของเอเชียใน 6 ปี และจากการเดินทางไปเสวนาตามภาคต่างๆ ได้นำปัญหาที่สโมสรร้องเรียนมาวางยุทธศาสตร์ โดยจะมีแผนปรับปรุงสมาคมฟุตบอลฯ, พัฒนาฟุตบอลลีก และ จัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรฟุตบอลภูมิภาค
“ถึงตอนนี้ผมยังมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแนวทางปฏิบัติ ในการหาเสียงที่อยากให้เป็นบรรทัดฐานในการเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ส่วนข่าวเรื่องมีนักการเมืองเข้ามามีส่วนในการเลือกตั้ง ผมหวังว่าน่าจะเป็นข่าวลือมากกว่า แต่อยากขอให้ทุกสโมสรลงคะแนนเสียงด้วยความบริสุทธิ์ใจและอย่าเกรงกลัวต่ออิทธิพล อย่างไรก็ตามสำหรับนโยบายการทำงานนั้นผมจะทำงานแบบตรงกันข้ามกับ นายวรวีร์ ”
ขณะที่ “บิ๊กป๋อม” นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ กล่าวว่า ในส่วนจองการปรับปรุงสมาคมฟุตบอลนั้น เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นหัวใจของการขับเคลื่อน จึงวางแผนการทำงานเป็นระยะ 3 ปี ซึ่งใน 6 เดือนแรก ต้องจัดทำแผนงาน ปรับโครงสร้างองค์กรและจัดสรรบุคลากรให้ครบถ้วน ใน 6 เดือนถึง 1 ปีครึ่ง ต้องพัฒนาบุคลากร วางระบบสารสนเทศน์ให้เสร็จสมบูรณ์ จากนั้นภายใน 1 ปี ครึ่ง- 2 ปี ก็ต้องประเมินผลและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น
“1 เสียงของสโมสรที่มีสิทธิ์ออกเสียง คือการเลือกอนาคตวงการฟุตบอลไทยว่า จะเดินไปในทิศทางใด หรือจะย่ำอยู่กับที่กับความล้มเหลวเดิมๆ มาร่วมกับทีมบริหารชุดใหม่ทำให้คนไทยทุกคน กลับไปเชียร์ทีมชาติไทยด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้งหนึ่ง” นายดิศักดิ์ กล่าว





