วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปืนเจ๊าฝืดมั่นใจติดท็อปโฟร์

"ทอฟฟี" ยกธงขาวโควตายุโรป -คาร์ดิฟฟ์เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกเรียบร้อย

ตามที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ชวดโอกาสสานต่อสถิติเก็บชัยได้เป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน หลังเปิดรังเอมิเรสต์ สเตเดียม ทำได้เพียงแค่เสมอ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน แบบไร้สกอร์ 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา แม้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นจะจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามแบบเต็มอัตราศึก นำทัพโดย วอจ์เซียค เชสนี, แจ๊ค วิลเชียร์, ธีโอ วัลคอตต์, ซานติ กาซอร์ลา และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถเจาะตาข่ายทีมเยือนได้สำเร็จ จึงทำให้ อาร์เซนอล ยังคงรั้งอันดับ 3 แข่ง 33 นัด มี 60 แต้ม มีคะแนนนำหน้า 2 ทีมคู่ปรับร่วมเมืองที่ลุ้นแย่งชิงพื้นที่ใน 4 อันดับแรกอย่าง เชลซี ทีมอันดับ 4 และ สเปอร์ส ทีมอันดับ 5 ที่ลงแข่งน้อยกว่าเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น ส่วน เอฟเวอร์ตัน ยังคงอยู่อันดับ 6 แข่ง 33 นัด มี 56 แต้ม

หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ "ปืนใหญ่" ไม่รู้สึกเสียดายที่เก็บได้เพียงแค่หนึ่งแต้มจากผลเสมอในเกมนี้ เพราะยังคงมั่นใจว่า ทีมของเขามีศักยภาพมากพอสำหรับการเกาะกลุ่ม "ท็อปโฟร์" ใน 4 อันดับแรกได้อย่างแน่นอน เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในช่วงฤดูกาลหน้าได้เหมือนอย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้

"เรามีโอกาสเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ เพราะเราได้ลุ้นยิงประตูหลายครั้ง แม้จะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เราทำได้เพียงแค่ผลเสมอ แต่ตอนนี้เราก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก ผมมั่นใจว่า เราจะสามารถแย่งชิงพื้นที่ 4 อันดับแรกได้อย่างแน่นอน" เวนเกอร์ กล่าว

ส่วน เดวิด มอยส์ กุนซือ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" รู้สึกพอใจผลเสมอที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเอ่ยปากยอมรับสภาพว่า ทีมของเขาคงโอกาสลุ้นคว้าสิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เสียแล้ว แม้จะมีคะแนนห่างจากพื้นที่ 4 อันดับแรกเพียงแค่ไม่กี่แต้มเท่านั้น แต่ด้วยสถานการณ์ในเวลานี้น่าจะลุ้นลำบากเสียแล้ว เพราะเหลือเกมการแข่งขันอีกเพียงแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น

ขณะที่ "บูลเบิร์ด" คาร์ดิฟฟ์ ทีมลูกหนังจากเวลส์ สามารถคว้าสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงฤดูกาลหน้าได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะทำได้เพียงแค่เปิดรังคาร์ดิฟฟ์ ซิตี สเตเดียม เสมอ "ดาบอัศวิน" ชาร์ลตัน แบบไร้สกอร์ 0-0 ในศึกลีกแชมเปียนชิพ เมื่อคืนวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา แต่หนึ่งแต้มที่ได้รับก็เพียงพอสำหรับการหวนกลับคืนสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบ 51 ปี นับตั้งแต่หนล่าสุดที่ได้เล่นในศึกดิวิชั่น 1 สมัยนั้นเมื่อปี 1962 เนื่องจาก คาร์ดิฟฟ์ ยังคงรั้งจ่าฝูง แข่ง 43 นัด มี 84 แต้ม โดยมีคะแนนทิ้งห่าง "เสือลาย" ฮัลล์ ทีมอันดับ 2 อยู่ถึง 7 แต้ม และเหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น หากเกมนัดต่อไปสามารถบุกไปชนะ เบิร์นลีย์ ได้ก็จะคว้าตำแหน่งแชมป์ลีกแชมเปียนชิพประจำฤดูกาลนี้ไปครองทันที