วินนี วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมัน มั่นใจไม่ถูกปลดตามที่หลายฝ่ายกดดันแน่นอน
ยืนกราน บังยี วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล จ้างให้มาทำทีมระยะยาวไม่ใช่แค่ช่วงสั้นๆ ชี้ฟุตบอลไทยประสบความสำเร็จได้ มีวิธีเดียวคือต้องเป็นมืออาชีพมากกว่านี้
นับตั้งแต่ “วินนี” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมัน เข้ามานั่งเป็นกุนซือ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ผลงานก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักครั้ง และล่าสุดเปิดบ้านพ่าย คูเวต 1-3 ในเกมลูกหนังเอเชี่ยนคัพ 2015 รอบคัดเลือก นัดแรก จนทำให้เกิดกระแสว่าอาจจะมีการปลดออกจากรตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย หลังจบการแข่งขันนัดที่ 2 ที่จะออกไปเยือน เลบานอน วันที่ 22 มีนาคมนี้
ล่าสุด “วินนี” เปิดเผยว่า การพ่ายแพ้คูเวตถือเป็นการเริ่มต้นที่น่าผิดหวังพอสมควร ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้นั่นคือเกมอุ่นเครื่อง ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญมาก เพราะเดิมทีมีโปรแกรมจะอุ่นเครื่องกับกาตาร์ ที่ฮ่องกง แต่ก็หมดโอกาส เพราะโปรแกรมการเตรียมทีมชาติถูกเลื่อนออกไป นับเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ซึ่งจากนี้ไปทีมชาติไทยจะต้องมีการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นเพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุด
“ที่ผ่านมาผมถูกรบกวนสมาธิการทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องที่มีข่าวว่าผมจะถูกปลดออกจากการคุมทีมชาติไทย หลังจากที่ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ตั้งแต่ช่วงปลายปีมาแล้ว แต่ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่นักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทุกคนได้ทำงานกันอย่างหนัก ทำให้รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก แทนที่จะมาร่วมมือกันมากกว่าที่จะออกมาให้ข่าวในเชิงลบเช่นนี้ อย่างไรก็ตามผมมั่นใจว่า นายวรวีร์ มะกูดี จะไม่ปลดกลางอากาศแน่นอน เพราะผมถูกจ้างให้มารับผิดชอบทำทีมชาติไทยแบบระยะยาว เพื่อให้มาพัฒนาทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่ใช่ให้มาทำทีมระยะสั้น ซึ่งนายกสมาคมรู้ดีว่าฝีมือการทำทีมของผมเป็นอย่างไร และหากถูกจ้างมาทำงานระยะสั้นผมก็คงปฏิเสธไปแล้ว”
กุนซือชาวเยอรมันกล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมทีมชาติไทยก่อนที่จะออกไปเยือนเลบานอน วันที่ 22 มีนาคม จากที่ได้หารือกับนายวรวีร์ แล้ว ในช่วงนี้ตนเองจะเดินทางไปดูและพูดคุยกับนักเตะแต่ละสโมสรที่สังกัดอยู่ จากนั้นวันที่ 14 มีนาคม ก็จะพาทีมเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศกาตาร์ พ้อมกับลงอุ่นเครื่องกับทีมกาตาร์ 1 นัด ก่อนที่จะเดินทางเข้าเลบานอน
“แม้ผลงานของทีมชาติไทยจะผิดหวังไปบ้าง แต่ก็มีบางช่วงที่นักเตะก็สามารถเล่นกันได้ดีมาก ซึ่งทุกคนกำลังพยายามที่จะร่วมกันทำงานอย่างหนักในการพาทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย และบอกได้เลยว่าตอนนี้ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยดีขึ้นตามลำดับ และถ้าต้องการเห็นทีมฟุตบอลทีมชาติไทยประสบความสำเร็จ มีวิธีการเดียวคือทุกคนต้องทำงานแบบมืออาชีพซึ่งรวมไปถึงนักเตะด้วย”
เชเฟอร์ กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมาต้องทำงานภายใต้ความกดดันอย่างหนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายไปทุกอย่าง บางสิ่งบางอย่างกลับเป็นแรงกระตุ้นให้พยายามมากขึ้นและต้องทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งในเกมออกไปเยือนเลบานอนจะพยายามพาทีมทำผลงานให้ดีที่สุด





