วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ความจุแตะ 82% เฝ้าระวังภาคใต้ฝนตกหนัก

สทนช. สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวม อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศความจุพุ่ง 82% เตือนไทยตอนบนอากาศแปรปรวน เฝ้าระวังภาคใต้รับมือฝนตกหนักมาก 8–10 พ.ย. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศไทยตอนบนยังคงมีความแปรปรวนสูง เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง ในขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ในระดับสูงถึง 82% ของความจุ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 8 - 10 พฤศจิกายนนี้ จากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน

ภาคใต้ฝนตกหนักสุด นครศรีธรรมราช แชมป์ปริมาณฝนสูงสุด 138 มม.

รายงานสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาคประจำวัน พบว่าพื้นที่ภาคใต้มีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดในประเทศ โดยจังหวัดที่มีรายงานปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค มีดังนี้

  • ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 138 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จังหวัดเพชรบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 92 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 78 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 70 มิลลิเมตร
  • ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 55 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสุรินทร์ วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 41 มิลลิเมตร

วิเคราะห์สภาพอากาศวันนี้ และคาดการณ์แนวโน้ม 8-10 พ.ย. 69

สภาพอากาศวันนี้ (5 พ.ย. 69)

ประเทศไทยตอนบนยังคงอยู่ในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก

สาเหตุสำคัญเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลกระทบทำให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมอ่าวไทย ประเทศไทย และทะเลอันดามันอย่างต่อเนื่อง

คาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า (8 - 10 พ.ย. 69)

ในช่วงวันที่ 8 - 10 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ในทางกลับกัน พื้นที่ ภาคใต้ จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากจะยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง

ปัจจัยหลักมาจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้เพิ่มเติม ซึ่งส่งผลเร่งให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย

 

สรุปสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมทั้งสิ้น 66,307 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม โดยแบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 42,181 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 74% ของความจุเก็บกักรวม)

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแยกตามรายภาค

  1. ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำมากที่สุดเมื่อเทียบกับความจุ อยู่ที่ 27,356 ล้านลูกบาศก์เมตร (97% ของความจุเก็บกัก)
  2. ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,842 ล้านลูกบาศก์เมตร (90% ของความจุเก็บกัก)
  3. ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,011 ล้านลูกบาศก์เมตร (76% ของความจุเก็บกัก)
  4. ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,375 ล้านลูกบาศก์เมตร (73% ของความจุเก็บกัก)
  5. ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,448 ล้านลูกบาศก์เมตร (69% ของความจุเก็บกัก)
  6. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,275 ล้านลูกบาศก์เมตร (68% ของความจุเก็บกัก)

เจาะลึกสถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักภาคใต้

เนื่องจากภาคใต้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนตกหนัก สทนช. ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนสำคัญของภาคใต้อย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • เขื่อนรัชชประภา (จ.สุราษฎร์ธานี) มีปริมาณน้ำปัจจุบัน 4,249 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 75% ของความจุเก็บกัก ยังคงมีศักยภาพในการรองรับน้ำฝนที่จะตกเพิ่มลงมาได้
  • เขื่อนบางลาง (จ.ยะลา) มีปริมาณน้ำปัจจุบัน 771 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 53% ของความจุเก็บกัก ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและสามารถรองรับน้ำได้อีกพอสมควร

รายงานระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญภาคใต้ (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ย. 69 เวลา 06.00 น.)

สำหรับการติดตามสถานการณ์ลำน้ำและสายน้ำหลักในพื้นที่ภาคใต้ ณ เวลา 06.00 น. พบว่าระดับน้ำส่วนใหญ่ยังคงอยู่ต่ำกว่าตลิ่งและมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง ดังนี้

  • แม่น้ำตาปี (สถานี X.37A อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี) ระดับน้ำอยู่ที่ 8.30 ม.รทก. ซึ่งยัง ต่ำกว่าตลิ่ง 3.05 เมตร และมีแนวโน้มทรงตัว
  • คลองอู่ตะเภา (สถานี X.44 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ระดับน้ำอยู่ที่ 0.73 ม.รทก. ยังคง ต่ำกว่าตลิ่ง 6.42 เมตร และมีแนวโน้มทรงตัว
  • แม่น้ำสายบุรี (สถานี X.273 อ.รามัน จ.ยะลา) ระดับน้ำอยู่ที่ 11.30 ม.รทก. ยังคง ต่ำกว่าตลิ่ง 5.20 เมตร และมีแนวโน้มทรงตัว
  • แม่น้ำปัตตานี (สถานี X.275 อ.เมือง จ.ปัตตานี) ระดับน้ำอยู่ที่ 0.69 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 1.31 เมตร โดยมีแนวโน้มลดลง
  • แม่น้ำโก-ลก (สถานี X.119A อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส) ระดับน้ำอยู่ที่ 4.86 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 4.44 เมตร โดยมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและการเตรียมพร้อม

แม้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักของภาคใต้ส่วนใหญ่ย่อมมีแนวโน้มทรงตัวและลดลง แต่จากคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 8 – 10 พฤศจิกายน 2569 ที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นกำลังแรง สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เชิงเขา พื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ในจังหวัดทางภาคใต้ ติดตามการแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน

สำหรับประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ควรดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมีความแปรปรวน ทั้งจากฝนฟ้าคะนองและอุณหภูมิที่จะเริ่มลดลงในระยะต่อไป