วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วมล่าสุด 17 จังหวัด-กทม. ยังจมบาดาล เดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน

ปภ. อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 25 ต.ค. 69 ยังกระทบ 17 จังหวัดและ กทม. ประชาชนเดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน เร่งระดมเครื่องจักรกลช่วยเหลือกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ด่วน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยรวม 17 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร เผยมวลน้ำภาคเหนือไหลสมทบภาคกลางผสมโรงฝนตกหนัก ระดมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือ-เตรียมแผนฟื้นฟูทันทีหลังน้ำลด

สรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัย 17 จังหวัด และ กทม.

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงภาพรวมน้ำท่วมล่าสุดในประเทศไทย ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ประกอบกับมวลน้ำระลอกใหญ่ที่ไหลมาจากภาคเหนือลงมาสมทบกับน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งในหลายจังหวัด

จากข้อมูลของ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ศอ.ปภ.) ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 17 จังหวัด กับอีก 1 กรุงเทพมหานคร คิดเป็นพื้นที่รวม 56 อำเภอ 385 ตำบล 2,756 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนสะสม 336,668 ครัวเรือน (คิดเป็น 1,017,515 คน)

แม้ว่าแนวโน้มระดับน้ำในหลายจุดจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ ปภ. ได้เร่งส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อเร่งระบายน้ำ ถุงยังชีพ และบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นอย่างเต็มกำลัง

น้ำท่วมล่าสุด 17 จังหวัด-กทม. ยังจมบาดาล เดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน

พื้นที่ประสบอุทกภัยแยกตามรายภาค

1. ภาคเหนือ ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นจุดรับน้ำระลอกแรก มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 3 จังหวัดหลัก โดยภาพรวมระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว ดังนี้

  • จังหวัดพิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ อำเภอบางระกำ รวม 3 ตำบล 5 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 45 ครัวเรือน
  • จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชุมแสง และ อำเภอท่าตะโก รวม 3 ตำบล 26 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 248 ครัวเรือน
  • จังหวัดอุทัยธานี ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุทัยธานี และ อำเภอสว่างอารมณ์ รวม 11 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 240 ครัวเรือน

2. ภาคตะวันออก เฝ้าระวังพื้นที่รับน้ำและเร่งช่วยเหลือ

ภาคตะวันออก ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังใน 4 จังหวัด โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตในบางพื้นที่

  • จังหวัดนครนายก ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอองครักษ์ และ อำเภอบ้านนา รวม 12 ตำบล 117 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,835 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดปราจีนบุรี ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีมหาโพธิ, อำเภอบ้านสร้าง และ อำเภอศรีมโหสถ รวม 14 ตำบล 93 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,805 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 26 ราย (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดฉะเชิงเทรา ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และ อำเภอบางคล้า รวม 5 ตำบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,148 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย (ระดับน้ำลดลง)
  • จังหวัดชลบุรี ประสบภัยในพื้นที่ อำเภอพนัสนิคม รวม 5 ตำบล 31 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 428 ครัวเรือน (ระดับน้ำลดลง)

น้ำท่วมล่าสุด 17 จังหวัด-กทม. ยังจมบาดาล เดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน

3. ภาคกลาง พื้นที่รับน้ำมวลใหญ่ กระทบเป็นวงกว้าง

พื้นที่ภาคกลาง เป็นจุดรองรับน้ำหลากจากภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นแนวยาวใน 9 จังหวัด โดยพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรีได้รับผลกระทบมากที่สุด

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประสบภัยหนักที่สุดในภาคกลาง รวม 11 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา, บางบาล, ผักไห่, บางไทร, พระนครศรีอยุธยา, บางปะอิน, บางปะหัน, ลาดบัวหลวง, อุทัย, บ้านแพรก และ บางซ้าย รวม 149 ตำบล 1,006 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 57,449 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย
  • จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบภัย 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า, สองพี่น้อง, ดอนเจดีย์, ศรีประจันต์, เมืองสุพรรณบุรี, สามชุก, อู่ทอง และ เดิมบางนางบวช รวม 56 ตำบล 553 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,298 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 5 ราย
  • จังหวัดนครปฐม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน, สามพราน และ นครชัยศรี รวม 49 ตำบล 396 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,153 ครัวเรือน
  • จังหวัดสมุทรสงคราม ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม, อัมพวา และ บางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15,870 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดราชบุรี ประสบภัย 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธาราม, เมืองราชบุรี, ดำเนินสะดวก และ ปากท่อ รวม 13 ตำบล 88 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,254 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย
  • จังหวัดสมุทรปราการ ประสบภัย 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเสาธง และ อำเภอบางบ่อ รวม 6 ตำบล 38 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,100 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย
  • จังหวัดกาญจนบุรี ประสบภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านมะขามเตี้ย, เมืองกาญจนบุรี, สังขละบุรี, ท่าม่วง, ศรีสวัสดิ์ และ บ่อพลอย รวม 13 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 295 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย
  • จังหวัดอ่างทอง ประสบภัย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอป่าโมก, เมืองอ่างทอง และ วิเศษชัยชาญ รวม 10 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 168 ครัวเรือน
  • จังหวัดลพบุรี ประสบภัยในพื้นที่ อำเภอเมืองลพบุรี รวม 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118 ครัวเรือน

4. กรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออกรับศึกหนัก 2 เขต

  • สำหรับพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ตะวันออก 2 เขตหลัก ได้แก่ เขตลาดกระบัง และ เขตหนองจอก รวม 14 แขวง เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับการระบายน้ำจากภาคตะวันออกและภาคกลาง ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 168,203 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยล่าสุดระดับน้ำในพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มลดลงตามลำดับ

5. ภาคใต้ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

  • ในส่วนของภาคใต้ สถานการณ์ส่วนใหญ่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยยังคงมีน้ำท่วมขังเล็กน้อยใน จังหวัดตรัง บริเวณ อำเภอปะเหลียน รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 11 ครัวเรือน และระดับน้ำกำลังลดลง

น้ำท่วมล่าสุด 17 จังหวัด-กทม. ยังจมบาดาล เดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน

ปภ. เร่งเยียวยา พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อฟื้นฟูหลังน้ำลด

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เน้นย้ำว่า แม้ว่าแนวโน้มระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ ปภ. ยังคงจัดส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเรือ และอุปกรณ์救 disaster เข้าประจำจุดเพื่อสนับสนุนการระบายน้ำออกจากพื้นที่บ้านเรือนและพื้นที่ทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายแล้ว ปภ. ได้กำชับให้ สำนักงาน ปภ. จังหวัด และ ศูนย์ ปภ. เขต ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เร่งดำเนินการดังนี้

  • สำรวจความเสียหาย เร่งสำรวจบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง พื้นที่การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย
  • วางแผนฟื้นฟู ทำความสะอาดพื้นที่ ฉีดล้างดินโคลน และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
  • จัดทำข้อมูลเยียวยา รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังและรัฐบาลโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

น้ำท่วมล่าสุด 17 จังหวัด-กทม. ยังจมบาดาล เดือดร้อนทะลุ 1 ล้านคน

อ้างอิง : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)