วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 23-26 ต.ค. 69

สทนช. ออกประกาศ ฉบับที่ 11/2569 เตือน 10 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ช่วง 23-26 ต.ค. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 11/2569 ให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก และพื้นที่ลุ่มต่ำลุ่มน้ำสำคัญ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และระดับน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด ในช่วงวันที่ 23 – 26 ตุลาคม 2569 หลังพบปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากสะสมในหลายพื้นที่ พร้อมกำชับหน่วยงานภาครัฐเร่งเตรียมแผนรับมือและพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80

เปิดสาเหตุสภาพอากาศทำฝนตกหนักสะสม

จากการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของ สทนช. ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) พบว่า ปัจจุบันมี ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ประกอบกับ บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นได้แผ่ลงมาปกคลุม บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้

ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้เกิด ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน นำความชื้นเข้ามาปะทะจนเกิดฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ นอกจากนี้ การประเมินพื้นที่เสี่ยงจากกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรธรณี ยังชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ต้นน้ำหลายแห่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากปริมาณฝนสะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัย 10 จังหวัดภาคใต้ (23 - 26 ต.ค. 2569)

สทนช. ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังขอบเขตชุมชนเมืองเนื่องจากการระบายน้ำไม่ทัน รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่

  1. จังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง และอำเภอสุขสำราญ
  2. จังหวัดพังงา อำเภอเมืองพังงา, ตะกั่วป่า, กะปง, คุระบุรี และท้ายเหมือง
  3. จังหวัดภูเก็ต อำเภอเมืองภูเก็ต, ถลาง และกะทู้
  4. จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน, ท่าฉาง และพนม
  5. จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอเชียรใหญ่ และชะอวด
  6. จังหวัดพัทลุง อำเภอควนขนุน, กงหรา และป่าพะยอม
  7. จังหวัดสงขลา อำเภอคลองหอยโข่ง, หาดใหญ่ และจะนะ
  8. จังหวัดสตูล อำเภอควนกาหลง
  9. จังหวัดยะลา อำเภอธารโต
  10. จังหวัดนราธิวาส อำเภอสุคิริน

เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก น้ำเกิน 80%

นอกเหนือจากพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักแล้ว สทนช. ยังเน้นย้ำให้เฝ้าระวังบริหารจัดการน้ำใน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก เพื่อป้องกันน้ำล้นอ่างและกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ ได้แก่

  • ภาคตะวันออก อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ำประแสร์ (จ.ระยอง), อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา (จ.ปราจีนบุรี)
  • ภาคตะวันตก อ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ำศรีนครินทร์ (จ.กาญจนบุรี), อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน (จ.เพชรบุรี), อ่างเก็บน้ำปราณบุรี (จ.ประจวบคีรีขันธ์)

พร้อมทั้งกำชับให้เฝ้าระวัง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา และสตูล

เตือนแม่น้ำสายหลัก-ลำน้ำสาขา ระดับน้ำเพิ่มสูงฉับพลันและล้นตลิ่ง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้เตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ในสายน้ำสำคัญดังต่อไปนี้

  • ภาคตะวันตก แม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่ (จ.กาญจนบุรี), แม่น้ำเพชรบุรี (จ.เพชรบุรี)
  • ภาคใต้ตอนบน แม่น้ำตาปี และแม่น้ำพุมดวง (จ.สุราษฎร์ธานี), แม่น้ำตะกั่วป่า (จ.พังงา)
  • ภาคใต้ตอนล่าง แม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส (จ.นราธิวาส)

มาตรการรองรับสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อบรรเทาความเสียหายและป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สทนช. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามมาตรการรับมือ 4 ข้อหลักอย่างเคร่งครัด

  1. ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เฝ้าระวังพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง และจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก
  2. เร่งการระบายน้ำและพร่องน้ำ ตรวจสอบ ซ่อมแซม คันกั้นน้ำริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ ประตูระบายน้ำ และเขื่อนต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยต้องคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง
  3. เตรียมพร้อมเครื่องมือและกำลังพล จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ ลอกท่อระบายน้ำ และวางแผนบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
  4. แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวยกของขึ้นที่สูง หรืออพยพได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ประชาชนในพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ และบริเวณใกล้เคียงกับลำน้ำสายหลัก ควรรักษาสติและปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

  • ขนย้ายสิ่งของ สิ่งมีค่า และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
  • ติดตามข่าวสารประกาศเตือนภัยจากทางราชการ และ สทนช. อย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน และระมัดระวังอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วในช่วงน้ำท่วมขัง
  • หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือน้ำไหลเชี่ยว และบริเวณพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม

เปิดรายชื่อ 10 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 23-26 ต.ค. 69