กทม. จับมือ ปภ. ขยายเวลายื่นเยียวยาน้ำท่วมถึง 30 พ.ย. 69 ยื่นสะดวกผ่านแอปทางรัฐหรือเขต พร้อมเพิ่มจุดบริการ-อนุมัติไว 5 เขตวิกฤต
กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศขยายเวลาการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ยังทำความสะอาดบ้านเรือน หรือประสบปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมเร่งเพิ่มจุดบริการ ยกระดับระบบอนุมัติในเขตพื้นที่ที่มีผู้ยื่นคำร้องหนาแน่น และชี้แจงแนวทางผ่อนชำระสำหรับกรณีบ้านพักราชการที่ต้องคืนเงินเยียวยาตามระเบียบ
นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า ทางกรุงเทพมหานครมีความเข้าใจและตระหนักถึงความยากลำบากของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากหลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่งเริ่มแห้งลง ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ระหว่างการปัดกวาดเช็ดถู ฟื้นฟู และทำความสะอาดบ้านเรือน ตลอดจนการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ยังมีความยากลำบาก นอกจากนี้ ในบางชุมชนและหมู่บ้านยังมีปัญหาน้ำท่วมขังขังอยู่ ส่งผลกระทบให้ประชาชนไม่สามารถจัดเตรียม รวบรวมเอกสาร หรือนำหลักฐานมายื่นขอรับการช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์หรือที่สำนักงานเขตได้ทันตามกำหนดเวลาเดิม
กทม. จับมือ ปภ. ไฟเขียวขยายเวลาเร่งด่วน ยื่นยัน 30 พ.ย. 69
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและลดภาระให้แก่ผู้ประสบภัย กรุงเทพมหานครจึงได้ประสานความร่วมมือกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการขยายกรอบเวลาการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ออกไปจนถึง วันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
การขยายเวลาในครั้งนี้ จะช่วยให้ประชาชนมีระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเรียบร้อยก่อนทำการยื่นเรื่อง โดยกรุงเทพมหานครได้เปิดช่องทางการยื่นเอกสารที่หลากหลาย ทั้งแบบเดินทางมาด้วยตนเองและแบบออนไลน์ เพื่อลดความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน ดังนี้
- การเดินทางมายื่นด้วยตนเอง : ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ที่บ้านเรือนประสบภัย
- การยื่นผ่านแอปพลิเคชัน : แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
- การยื่นผ่านเว็บไซต์ : claim.bangkok.go.th
- ช่องทางออนไลน์ของสำนักงานเขต : ยื่นเอกสารผ่านทาง อีเมล (E-mail) หรือ Line Official Account (Line OA) ของสำนักงานเขตพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังสำนักงานเขตด้วยตนเอง
ขยายจุดบริการทางกายภาพ แก้ปัญหาคิวหนาแน่นใน 5 เขตวิกฤต
รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. ได้เร่งวางมาตรการแก้ไขปัญหาความแออัดและคิวที่หนาแน่นบริเวณสำนักงานเขต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ยื่นคำร้องสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- เขตสายไหม
- เขตคลองสามวา
- เขตลาดกระบัง
- เขตมีนบุรี
- เขตบางกะปิ
กทม. ได้ดำเนินการเพิ่มจุดบริการทางกายภาพ (Physical Service Points) กระจายออกไปตามชุมชนและจุดสำคัญ เพื่อขยายพื้นที่รับคำร้อง ช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางไปยื่นเรื่องในจุดที่ใกล้บ้านที่สุด ทั้งยังช่วยกระจายปริมาณคิวไม่ให้เกิดความแออัดสะสม ณ สำนักงานเขต
เขตสายไหม-คลองสามวา ยกระดับระบบ เร่งอนุมัติเคสเยียวยาพุ่ง 60%
สำหรับกรณี เขตสายไหม ซึ่งก่อนหน้านี้มีเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับความล่าช้าและการจัดการระบบคิว ทางสำนักงานเขตสายไหมได้ทำการปรับปรุงและเพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเจ้าหน้าที่ในการอนุมัติเอกสารเป็น 60 เครื่อง เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการตรวจสอบและอนุมัติให้มีความรวดเร็วสูงสุด
ส่งผลให้ในปัจจุบัน เขตสายไหมก้าวขึ้นเป็น อันดับ 1 ในด้านความเร็วในการอนุมัติเคสเยียวยา โดยสามารถอนุมัติคำร้องไปได้แล้วกว่า 60% ของจำนวนผู้ยื่นคำร้องทั้งหมดผ่านระบบแอปพลิเคชันของเขต นอกจากนี้ เขตสายไหมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดจุดบริการทางกายภาพเพิ่มเติมในชุมชน เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน เขตคลองสามวา ได้ดำเนินการแก้ปัญหาคิวหนาแน่นในช่วงเช้า ด้วยการเปิดจุดบริการยื่นคำร้องเพิ่มเติม ณ โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ ซึ่งช่วยลดความแออัดและลดระยะเวลาการรอคิวของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำแนะนำการรับบริการ เลี่ยงช่วงเช้ามืด แนะนำรับคิวช่วงบ่ายเร็วกว่า
กรุงเทพมหานคร ขอส่งสารแจ้งเตือนและแนะนำประชาชนผู้ประสบภัยว่า เนื่องจากปัจจุบัน กทม. ได้ทำการขยายเวลา เพิ่มจุดบริการ และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงอุปกรณ์ในการให้บริการเรียบร้อยแล้ว ประชาชนจึง ไม่จำเป็นต้องรีบเดินทางมาต่อคิวตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยสามารถทยอยเดินทางมารับบริการได้ตลอดทั้งวัน
จากการติดตามสถานการณ์หน้างาน พบว่าในหลายพื้นที่ เช่น เขตลาดกระบัง เขตดอนเมือง และเขตสายไหม บริเวณจุดบริการในช่วงบ่ายจะมีปริมาณประชาชนน้อยลง ทำให้การบริหารจัดการคิวเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่สามารถเปิดคิวและให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาถึงได้ทันที ดังนั้น สำหรับประชาชนที่เลิกงานเร็ว หรือสะดวกเดินทางมาในช่วงบ่าย การเลือกรับบริการช่วงบ่ายจะช่วยประหยัดเวลาในการรอคิวได้เป็นอย่างมาก
ชี้แจงกรณี "บ้านพักราชการ" และแนวทางช่วยเหลือผ่อนชำระเงินคืน
ในส่วนของการเร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยา รองผู้ว่าฯ ทวิดา ระบุว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้เร่งดำเนินการอนุมัติและโอนเงินเยียวยาให้แก่ประชาชนอย่างรวดเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม จากกระบวนการตรวจสอบเอกสารและข้อมูลย้อนหลัง (Post-audit) พบว่ามีที่อยู่อาศัยบางส่วนที่มีสถานะเป็น "บ้านพักราชการ"
ตามระเบียบหลักเกณฑ์และมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาอุทกภัยให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านพักราชการได้ ส่งผลให้ทางสำนักงานเขตจำเป็นต้องดำเนินการเรียกคืนเงินเยียวยาจำนวนดังกล่าวจากประชาชนที่ได้รับโอนไปแล้วตามขั้นตอนทางกฎหมาย
กรุงเทพมหานคร ขอขอบคุณประชาชนหลายท่านที่เข้าใจถึงข้อจำกัดทางระเบียบและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยได้ทำการโอนเงินคืนผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT หรือเดินทางเข้ามาติดต่อคืนเงิน ณ สำนักงานเขตโดยตรง
สำหรับกรณีที่ประชาชนได้นำเงินเยียวยาดังกล่าวไปใช้จ่ายในการซ่อมแซมแซมปรับปรุงที่อยู่อาศัยไปแล้ว ทำให้ไม่มีเงินก้อนพร้อมส่งคืนทันที กทม. ได้วางแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดผลกระทบไว้ ดังนี้
- ประชาชนที่มีความประสงค์จะขอผ่อนชำระ สามารถเดินทางมาติดต่อแจ้งความจำนงได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่
- สำนักงานเขตจะทำเรื่องส่งต่อไปยัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อขออนุมัติการผ่อนชำระตามขั้นตอน
- เมื่อ ปภ. พิจารณาอนุมัติเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อกลับไปยังประชาชนเพื่อแจ้งรายละเอียดและขั้นตอนการผ่อนชำระต่อไป
สรุปขั้นตอนการยื่นขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.
กำหนดเวลาใหม่ ตั้งแต่วันนี้ - 30 พฤศจิกายน 2569
เอกสารที่ต้องเตรียม บัตรประชาชน, บัญชีธนาคาร (พร้อมลงทะเบียนพร้อมเพย์ผูกกับเลขบัตรประชาชน), รูปถ่ายความเสียหายของที่อยู่อาศัย
ช่องทางการยื่น
- ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือจุดบริการเคลื่อนที่ (เช่น โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา)
- ยื่นออนไลน์ผ่าน แอปฯ ทางรัฐ, เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th, อีเมล หรือ Line OA ของสำนักงานเขต
ช่วงเวลาแนะนำ ช่วงบ่ายของวันทำการ (เลี่ยงความแออัดช่วงเช้า)
กรุงเทพมหานครยังคงมุ่งมั่นที่จะเคียงข้างและเร่งฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทุกคนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด





