วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ. ฟื้นฟูน้ำลด! รพ. เปิดแล้ว 115 แห่ง ช่วยกลุ่มเปราะบาง 1 แสนราย

สธ. เร่งฟื้นฟูโรงพยาบาลหลังน้ำลด ล่าสุดกลับมาเปิดบริการแล้ว 115 แห่ง เดินหน้าเยียวยาสุขภาพจิต พร้อมลุยช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทะลุ 1 แสนราย

กระทรวงสาธารณสุข เร่งฟื้นฟูสถานพยาบาล หลังน้ำลด ล่าสุดกลับมาเปิดบริการได้แล้ว 115 แห่ง พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานรับมือฝนตกหนัก 11-12 ต.ค. นี้ ผสานความร่วมมือมหาดไทย ชูระบบ GIS ลุยช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง-ผู้ป่วยติดเตียงอย่างทันท่วงที

สธ. ลุยฟื้นฟูโรงพยาบาลหลังน้ำลด เปิดบริการเพิ่มแล้ว 115 แห่ง

วันนี้ (11 ต.ค. 69) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินงานตามข้อสั่งการและนโยบายของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งเน้นการจัดบริการทางการแพทย์ดูแลช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย และผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เหมาะสม และปลอดภัย

ที่สำคัญคือการเร่งรัดฟื้นฟูสถานพยาบาล โครงสร้างพื้นฐาน และระบบขับเคลื่อนต่างๆ เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง เพื่อให้โรงพยาบาลทุกแห่งสามารถกลับมาเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ล่าสุด พบว่าจำนวนสถานพยาบาลที่ต้องหยุดให้บริการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าดังนี้

  • เปิดให้บริการตามปกติเพิ่มขึ้น รวม 115 แห่ง
  • เปิดให้บริการบางส่วน รวม 18 แห่ง
  • ยังคงต้องหยุดให้บริการ เหลือเพียง 37 แห่ง

อัปเดตสถานการณ์โรงพยาบาลในพื้นที่ปราจีนบุรี

สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มีรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้

  1. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เตรียมเริ่มส่งคืนพื้นที่บริการชั่วคราวให้แก่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และจะย้ายกลับมาเปิดให้บริการ ณ ตั้งเดิมในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นี้ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเปิดบริการได้แบบเต็มรูปแบบ (Full Function) เนื่องจากอยู่ระหว่างการฟื้นฟูระบบการทำงาน แต่คาดว่าจะสามารถทยอยยกระดับและกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้ภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2569
  2. โรงพยาบาลประจันตคาม ยังคงอยู่ในกลุ่มสถานพยาบาลที่ต้องหยุดให้บริการและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
  3. ภาพรวมโรงพยาบาลอื่นในพื้นที่ มีโรงพยาบาลที่สามารถกลับมาเปิดให้บริการบางส่วนได้แล้ว 2 แห่ง และเปิดให้บริการตามปกติแล้วจำนวน 6 แห่ง

เฝ้าระวังเขตสุขภาพที่ 5 - รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี รับมือฝนตกหนัก

นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ใน เขตสุขภาพที่ 5 ว่า ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำเอ่อท่วมบริเวณพื้นที่รอบ โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำโดยรอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการเดินทางมารับบริการของประชาชนบางส่วน

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเบื้องต้น ยังไม่พบความเสียหายต่อตัวอาคารหรือครุภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยทางโรงพยาบาลได้ดำเนินมาตรการป้องกันเชิงรุกทันที ดังนี้

  • ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำและอุดท่อระบายน้ำรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าสู่อาคารบริการ
  • เคลื่อนย้ายเครื่องมือแพทย์ ขนย้ายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
  • ปรับแผนการให้บริการ ปิดให้บริการศูนย์ส่องกล้องและบริการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ชั่วคราว
  • ดูแลกลุ่มเปราะบาง จัดแผนดูแลบุคลากรกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารแจ้งเตือนความเสี่ยงแก่ประชาชน
  • เดินหน้าตามแผน BCP ถือปฏิบัติตามแผนความต่อเนื่องทางการบริหารงาน (Business Continuity Plan: BCP) อย่างเคร่งครัด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11-12 ตุลาคม 2569

สรุปยอดการช่วยเหลือทางการแพทย์และสุขภาพจิตผู้ประสบภัย

กระทรวงสาธารณสุข ได้บูรณาการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และทีมส่งเสริมสุขภาพ ลงพื้นที่ให้การดูแลประชาชนอย่างครอบคลุม โดยมียอดการให้บริการสะสม ณ ปัจจุบัน ดังนี้

  • การให้บริการทางการแพทย์ภาพรวม 346,684 ครั้ง
  • การดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง 103,991 ราย
  • สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ 499,297 รายการ
  • การสนับสนุนศูนย์พักพิง (เปิดอยู่ 310 แห่ง) ผู้รับบริการ 10,156 ราย

ผลการคัดกรองสุขภาพจิตและภาวะความเครียด

การดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยถือเป็นภารกิจสำคัญ โดยทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ได้เข้าเยียวยาจิตใจประชาชนสะสม 44,451 ราย พบข้อมูลสถิติที่สำคัญดังนี้

  • ผู้มีภาวะเครียดสูง 1,758 ราย
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 127 ราย
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 15 ราย
  • จัดบริการดูแลรักษาตามระบบ รวม 593 ราย

จับมือมหาดไทย ขับเคลื่อน 3 มาตรการใหญ่ ป้องกันและช่วยเหลือผู้ป่วย

ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้เข้าร่วมประชุมกับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เพื่อผนึกกำลังขับเคลื่อน 3 มาตรการสำคัญ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนช่วงอุทกภัย ได้แก่

 

1. เชื่อมโยงฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางด้วยระบบ GIS

บูรณาการข้อมูลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยนำระบบ แผนที่ GIS มาใช้ระบุพิกัดบ้านผู้ป่วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือและอพยพผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย

 

2. วางแนวทางป้องกันน้ำท่วม รพ.หนองจิก

ร่วมมือกับทางจังหวัดและ ปภ. ลงพื้นที่เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันปัญหาน้ำท่วม โรงพยาบาลหนองจิก ซึ่งเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี เพื่อวางระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

 

3. จัดทำแผนส่งต่อและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน

จัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง หรือการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามทันทีหากเกิดสถานการณ์รุนแรง เพื่อลดผลกระทบต่อสถานพยาบาล คุ้มครองผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง และรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ