ปภ. เผยสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดกระทบ 21 จังหวัดและ กทม. กว่า 3.1 ล้านคน ระดมเครื่องจักรกลเร่งระบายน้ำ พร้อมเตือนรับมือฝนตกหนัก 11-13 ต.ค. นี้
สถานการณ์อุทกภัย ในประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติจากฝนตกหนัก และการระบายน้ำเหนือ โดยยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 21 จังหวัด พร้อมระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือ เร่งระบายน้ำ และเตรียมฟื้นฟูพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
เปิดภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค. 69)
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในภาคกลาง สรุปน้ำท่วม ทำให้ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยครอบคลุมพื้นที่รวม 100 อำเภอ 819 ตำบล 6,201 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบรวม 1,126,853 ครัวเรือน หรือคิดเป็นจำนวนประชากรกว่า 3,144,421 คน
เมื่อจำแนกสถานการณ์ตามภูมิภาคและพื้นที่สำคัญ มีรายละเอียด ดังนี้
กรุงเทพมหานคร
ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่วงกว้าง มีประชาชนได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย โดยในภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง
ภาคกลาง
เป็นจุดรับน้ำสำคัญที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (16 อำเภอ ประชาชนกระทบ 67,360 ครัวเรือน), จังหวัดปทุมธานี (7 อำเภอ กระทบ 248,818 ครัวเรือน), จังหวัดสมุทรปราการ (6 อำเภอ กระทบ 225,442 ครัวเรือน), และจังหวัดสุพรรณบุรี (8 อำเภอ กระทบ 20,369 ครัวเรือน) ซึ่งหลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงตามลำดับ
ภาคตะวันออก
จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ซึ่งเผชิญมวลน้ำไหลหลาก ส่งผลให้มีบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายกที่มีประชาชนได้รับผลกระทบหลักหมื่นถึงแสนครัวเรือน
ภาคเหนือ
สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยมีพื้นที่ประสบภัยเหลือที่จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอบางระกำ) และจังหวัดนครสรรค์ ซึ่งระดับน้ำส่วนใหญ่เริ่มลดลงแล้ว
มาตรการช่วยเหลือและการรับมือของ ปภ.
ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และเรือท้องแบน เพื่อเร่งปฏิบัติภารกิจสำคัญ ดังนี้
- เร่งระบายน้ำในจุดวิกฤต เดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มกำลังในจุดที่มีน้ำท่วมขังสะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและลดระดับน้ำให้อยู่ในภาวะปกติโดยเร็ว
- ฟื้นฟูและทำความสะอาดหลังน้ำลด ในพื้นที่ที่ระดับน้ำเริ่มลดลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าสนับสนุนการล้างทำความสะอาดบ้านเรือน ถนน และสิ่งสาธารณประโยชน์ พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อเตรียมเยียวยาตามระเบียบราชการ
- เฝ้าระวังภัยต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ช่วงวันที่ 11 - 13 ตุลาคม 2569 นี้
ช่องทางติดต่อขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน
สำหรับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนจากสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อและแจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- LINE Official Account : เพิ่มเพื่อนทาง Line ID @1784DDPM (พิมพ์ข้อความแจ้งเหตุผ่าน "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784")
- สายด่วนนิรภัย 1784 : โทรด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานหน่วยงานเข้าช่วยเหลือทันท่วงที
อ้างอิง : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)





