วันศุกร์ ที่ 9 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดโปง 3 มุกมิจฉาชีพหลอก 'เด็กจบใหม่' หางาน เสี่ยงติดคุก-เสียเงิน

AOC 1441 เตือนเด็กจบใหม่หางานออนไลน์ ระวัง 3 มุกมิจฉาชีพ หลอกโอนเงินภารกิจ ชวนลงทุน และรับโอนเงินแทน เสี่ยงตกเป็นบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว (140 ตัวอักษร)

เด็กจบใหม่หางานต้องระวัง! กระทรวงดิจิทัลฯ (ดีอี) และ AOC 1441 ออกเตือนภัยมิจฉาชีพฉวยโอกาสเด็กจบใหม่และผู้กำลังมองหาโอกาสทำงาน หลอกลวงผ่านงานออนไลน์ รายได้สูง ทำง่าย สุดท้ายเสียเงิน โดนหลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือโชคร้ายตกเป็นเครื่องมือฟอกเงินและบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัว พร้อมเปิดวิธีตรวจสอบและช่องทางแจ้งความออนไลน์ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลาของการรับปริญญาและก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานของ เด็กจบใหม่ (First Jobber) ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความหวังและการเริ่มต้นชีวิตการทำงาน แต่ในอีกมุมหนึ่ง กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ มิจฉาชีพออนไลน์ จ้องจะใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงมากที่สุด เนื่องจากเด็กจบใหม่หลายคนมีความตั้งใจที่จะหางานทำอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเอง ความต้องการนี้จึงกลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกมิจฉาชีพนำมาใช้ล่อลวงด้วยข้อเสนองานที่ "ดูดีเกินจริง" จนส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งถูกหลอกให้กระทำความผิดทางกฎหมาย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ได้ออกมาแจ้งเตือนภัยสังคมอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ผู้พึ่งเริ่มทำงาน และผู้ที่กำลังมองหางานออนไลน์ ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในการรับข้อเสนองานจากสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) กลุ่มหางานบน Facebook, Line, Telegram หรือแม้แต่ข้อความ SMS และ Direct Message ที่ติดต่อมาโดยตรง

เจาะลึก 3 ประเภทงานออนไลน์ยอดฮิต ที่มิจฉาชีพใช้หลอกเด็กจบใหม่

ปัจจุบันกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้มีความแนบเนียน ตรวจสอบได้ยากขึ้น และใช้จิตวิทยาเล่นกับความโลภและความร้อนใจของเหยื่อ โดยรูปแบบงานที่ต้องระวังเป็นพิเศษ มีดังนี้

1. งานพาร์ทไทม์ รายได้สูง ทำง่าย ไม่จำกัดวุฒิ

มิจฉาชีพมักจะโพสต์โฆษณาชวนเชื่อว่า “งานสบาย ทำงานที่บ้านได้ รายได้วันละ 1,000 - 3,000 บาท แค่มีมือถือเครื่องเดียว” โดยให้ทำภารกิจง่าย ๆ เช่น กดไลก์รูปภาพ กดติดตามช่อง YouTube รีวิวสินค้า หรือฟังเพลง ในช่วงแรกจะมีการจ่ายเงินตอบแทนจริงจำนวนเล็กน้อย (100 - 300 บาท) เพื่อสร้างความเชื่อใจ แต่เมื่อเหยื่อเริ่มไว้วางใจ มิจฉาชีพจะเริ่มหลอกให้โอนเงินสำรองเพื่อ "ปลดล็อกภารกิจระดับสูงขึ้น" หรืออ้างว่าต้องโอนเงินประกันงานก่อน จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดออกมาได้

2. งานลงทุน ชวนเทรด ผลตอบแทนเกินจริง

หลอกลวงให้ลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื่อถือ โดยมักแอบอ้างชื่อบริษัทที่มีชื่อเสียง หรือสร้างโปรไฟล์เทรดเดอร์โปรไฟล์หรูหราเข้ามาชักชวน ชูนโยบายกำไรสูงถึง 20% - 50% ในระยะเวลาอันสั้น เมื่อเหยื่อฝากเงินเข้าไปแล้ว ในระบบจะแสดงตัวเลขกำไรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อต้องการถอนเงินกลับออกมาระบบจะอ้างเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม จ่ายค่าธรรมเนียม หรือโอนเงินเพิ่มเพื่อยืนยันตัวตน สุดท้ายมิจฉาชีพจะเชิดเงินหนีและปิดช่องทางการติดต่อ

3. งานช่วยองค์กร รับ-โอนเงิน หรือทำธุรกรรมแทน

สร้างเรื่องราวหลอกลวงว่าเป็นงานช่วยเหลือบริษัทเอกชนหรือองค์กรต่างชาติ โดยให้หน้าที่รับโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แล้วโอนต่อไปยังบัญชีอื่น หรือเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมเสนอค่าคอมมิชชันสูงถึง 5% - 10% ต่อรายการ โดยที่แท้จริงแล้ว การกระทำดังกล่าวคือการหลอกใช้บัญชีของเหยื่อเป็น "บัญชีม้า" ในกระบวนการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์

3 งานอันตราย เสี่ยงติดคุก! อาจพาเข้าสู่ขบวนการอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว

นอกจากภัยหลอกโอนเงินแล้ว ยังมีรูปแบบการรับจ้างทำงานที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ซึ่งนักศึกษาจบใหม่หลายคนตกเป็นเหยื่อเพราะขาดความรู้เท่าทันทางกฎหมาย

  • รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือเปิดพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) มิจฉาชีพจะให้ค่าจ้างสูงถึง 1,000 - 3,000 บาทต่อบัญชี เพื่อนำบัญชีชื่อของเหยื่อไปใช้รับเงินจากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด การพนันออนไลน์ หรือเงินที่หลอกลวงมาจากเหยื่อรายอื่น ซึ่งเจ้าของบัญชีจะต้องรับโทษทางอาญาในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดและเป็นบัญชีม้า
  • รับจ้างหิ้ว รับส่ง หรือขนส่งสินค้าไม่ทราบแหล่งที่มา การรับงานส่งของ Express หรือหิ้วกระเป๋าเดินทางโดยไม่ทราบแน่ชัดว่าสิ่งของข้างในคืออะไร อาจตกเป็นเครื่องมือในการลำเลียงสินค้าผิดกฎหมาย สิ่งของหนีภาษี หรือยาเสพติด
  • ชักชวนไปทำงานต่างประเทศ รายได้สูงเกินจริง เสนองานต่างประเทศโดยไม่มีการระบุชื่อบริษัท รายละเอียดงาน หรือสัญญาจ้างที่ชัดเจน อ้างว่าฟรีค่าเดินทางและค่าทำวีซ่า ซึ่งมักเป็นอุบายของแก๊งค้ามนุษย์ที่หลอกลวงคนไทยไปบังคับทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน

เช็กลิสต์ป้องกันตนเอง 3 วิธีตรวจสอบก่อนรับงานออนไลน์

เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กระทรวงดิจิทัลฯ และ AOC 1441 แนะนำแนวทางการป้องกันตนเองสำหรับผู้หางาน ดังนี้

แนวทางป้องกันสิ่งที่ต้องปฏิบัติและสังเกต

1. ตรวจสอบข้อมูลบริษัทอย่างละเอียด ค้นหาชื่อบริษัท เว็บไซต์ ที่ตั้ง และเลขทะเบียนนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตรวจสอบว่ามีช่องทางการติดต่อที่เป็นทางการหรือไม่

2. ปฏิเสธการให้ใช้บัญชีและข้อมูลส่วนตัว ห้ามให้ผู้อื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร บัตรประชาชน หรือพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อทำธุรกรรมแทนองค์กรหรือบุคคลอื่นโดยเด็ดขาด

3. ประเมินความสมเหตุสมผล หากงานนั้น "สบายเกินไป ได้เงินเยอะเกินจริง ไม่ต้องใช้ทักษะ ไม่ต้องสัมภาษณ์" ให้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ก่อนทันทีว่าเป็น มิจฉาชีพ 100%

งานที่สุจริตและมีอยู่จริง จะไม่มีการเรียกเก็บเงินค่าสมัคร ค่าอุปกรณ์ ค่าประกันงาน หรือบังคับให้โอนเงินเข้าระบบก่อนเริ่มทำงานโดยเด็ดขาด!

พลาดตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ทำอย่างไร? แจ้ง AOC 1441 ทันที!

หากรู้ตัวว่าพลาดพลั้งตกเป็นผู้เสียหาย ถูกหลอกโอนเงิน หรือหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "สติ และ ความเร็ว"

  1. โทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 ทันที สายด่วน AOC 1441 พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำการอายัดบัญชีมิจฉาชีพและบัญชีแถวหน้าได้อย่างทันท่วงที
  2. รีบติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชี เพื่อแจ้งระงับธุรกรรมและขอเลข Bank Case ID
  3. แจ้งความออนไลน์ ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านช่องทางออนไลน์ทางเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด

ยิ่งผู้เสียหายดำเนินการติดต่อแจ้งเรื่องได้เร็วเท่าไร โอกาสในการระงับธุรกรรมและติดตามเงินคืนก็ยิ่งมีสูงขึ้นเท่านั้น

เช็กให้ชัวร์ ก่อนตัดสินใจสมัครงาน

การเริ่มต้นก้าวแรกในชีวิตการทำงานของนักศึกษาจบใหม่ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไม่ควรถูกทำลายด้วยน้ำมือของมิจฉาชีพ ในโลกออนไลน์ปัจจุบัน "โอกาสที่ดีและมีอยู่จริง มักมาพร้อมกับข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้เสมอ" การคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ใช้สติในการตัดสินใจ และไม่หลงเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง จะเป็นเกราะป้องกันทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคล และอนาคตของคุณให้ปลอดภัยจากขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน