วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวัง! น้ำท่วม มิจฯ ส่ง SMS แอดไลน์ อ้างหน่วยงานรัฐ สำรวจทรัพย์สิน

ตำรวจแจ้งระวัง กรณีเงินเยียวยาน้ำท่วม มิจฉาชีพ ส่ง SMS แอดไลน์ แอบอ้างหน่วยงานรัฐ ขอสำรวจบ้าน สำรวจทรัพย์สิน เสี่ยงสูญเงินจากบัญชี

กรณีตำรวจแจ้งระวัง กรณี เงินเยียวยาน้ำท่วม มิจฉาชีพ ส่ง SMS แอดไลน์ แอบอ้างหน่วยงานรัฐ ขอสำรวจบ้าน สำรวจทรัพย์สิน เสี่ยงสูญเงินจากบัญชี

วันนี้ (6 ต.ค. 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งระวัง กลลวงเหยื่อภัยพิบัติ-น้ำท่วม มิจฯ ส่ง SMS แอดไลน์ อ้างหน่วยงานรัฐ “ขอสำรวจบ้าน สำรวจทรัพย์สิน” ให้กดลิงก์ยืนยันข้อมูล-ลงทะเบียน อย่าหลงเชื่ออุบายหลอกขโมยข้อมูล เสี่ยงสูญเงินจากบัญชี

ระวัง! น้ำท่วม มิจฯ ส่ง SMS แอดไลน์ อ้างหน่วยงานรัฐ สำรวจทรัพย์สิน

 

ขณะเดียวกัน วันนี้ 6 ต.ค.69 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ระวัง! น้ำท่วม มิจฯ ส่ง SMS แอดไลน์ อ้างหน่วยงานรัฐ สำรวจทรัพย์สิน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า เราได้มีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ได้เข้าสู่วันที่ 7 แล้ว

การดำเนินงานเราได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกพื้นที่มีข้อมูลที่รอบด้านและแม่นยำสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจ วางแผนช่วยเหลือประชาชน โดยพื้นที่สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา เนื่องจากน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ยังระบายน้ำออกได้ไม่ดีเท่าที่ควรและน้ำเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น ขอให้จังหวัดระดมกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่

ส่วนจังหวัดที่ยังคงมีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง และมีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เร่งให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และดูแลประชาชนที่อยู่ตามศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐานสูงสุด สะดวก และถูกสุขอนามัย

สำหรับเรื่องของการเยียวยาผู้ประสบภัย

  • ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจาก 60 จังหวัด กว่า 1,200,000 คน เป็น
    - ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กว่า 529,000 คน
    - อีกกว่า 700,000 เป็นของ 59 จังหวัด 
  • จังหวัดยื่นเข้ามาที่ ปภ. แล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดกระบี่
  • ปภ. จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารออมสินต่อไป เพื่อธนาคารออมสินจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยได้ ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 

"ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเร่งทำการสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. และขอย้ำให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้ซ้ำซ้อน และล่าช้า และเร่งดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โดยไม่รอสถานการณ์เรียบร้อยถึงจะจ่ายเงิน พร้อมให้ ปภ. ประสานธนาคารออมสินให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ดำเนินเร่งโอนเงินให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นเร่งด่วนในขณะนี้ คือ การเตรียมความพร้อมรับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในห้วงต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ซึ่งจากการคาดการณ์จากหน่วยพยากรณ์ พบว่า ฝนจะเริ่มไล่ลงสู่ภาคใต้แล้ว จึงขอให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมของสรรพกำลัง เครื่องมือและเครื่องจักรกลสาธารณภัย ให้พร้อมเข้าเผชิญเหตุได้ทันที โดยติดตั้งในจุดเสี่ยงภัย ชุมชน และสถานที่สำคัญไว้ล่าวงหน้า หากหน่วยงานใดต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม ขอให้แจ้งความต้องการมาได้ เพื่อจะได้จัดสรรการสนับสนุนในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที

นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับการบริหารทรัพยากรเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป โดยให้วางแผนถอนทรัพยากรที่ไม่ใช้แล้วในพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ระดมไปยังพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์ และมีความต้องการใช้ทรัพยากรต่อทันที รวมถึงแบ่งกำลังเข้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย โดยฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน เก็บขยะ และเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว สำหรับพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว ให้ตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านเรือน ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน และสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ก่อนให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่

ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดทีมเฝ้าระวัง และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินจังหวัด เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ข้อมูลพื้นที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร หน่วยงานที่รับผิดชอบแผนเผชิญเหตุแต่ละพื้นที่ เพื่อให้มีความพร้อมช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่โดยทันที หากมีปัจจัยบ่งชี้ว่าจะเกิดสถานการณ์ภัย ให้ ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท้ายนี้ ขอให้กชับให้จังหวัดเร่งสำรวจรายชื่อที่ลงทะเบียนและรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา และเร่งส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประสานไปยังธนาคารออมสินในการโอนเงินช่วยเงินช่วยเหลือเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด First come, first served