อยู่ไม่ไหวแล้ว! กาญจนบุรีน้ำท่วมมิดหลังคา อ่วมหนักลุ่มท่าข่อย หมู่ 2 ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย ชาวบ้านเร่งอพยพหนีตายขึ้นที่สูง ด้าน กรมอุตุฯ เตือนวันนี้มีฝนตกหนัก 30%
อยู่ไม่ไหวแล้ว! สถานการณ์น้ำท่วมกาญจนบุรี พุ่งถึงขีดสุด มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มท่าข่อย หมู่ 2 ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จนจมมิดหลังคา ชาวบ้านต้องเร่งอพยพหนีตายขึ้นที่สูงอลหม่าน
ด้าน กรมชลประทาน ประกาศ เตือนภัยขั้นวิกฤติสีแดง หลังเขื่อนแม่กลอง ปรับเพิ่มการระบายน้ำรับมือมวลน้ำระลอกใหญ่ ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยสภาพอากาศภาคกลาง มีฝนตกหนัก 30% วันนี้
น้ำท่วมกาญจนบุรี "ลุ่มท่าข่อย" จมมิดหลังคา ประชาชนเร่งอพยพขึ้นที่สูง
สถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยระลอกนี้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอด่านมะขามเตี้ยเข้าขั้นวิกฤติ หลังจากปริมาณน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
จากรายงานสถานการณ์ล่าสุด วันนี้ 30 กันยายน 2569 เวลา 08.40 น. พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ บ้านท่าข่อย หมู่ 2 ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี เผชิญกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากจนมวลน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังถูก น้ำท่วมสูงจนมิดหลังคา ชาวบ้านในพื้นที่ต้องรีบเก็บข้าวของเท่าที่จำเป็น และอพยพขึ้นสู่พื้นที่สูงและจุดปลอดภัยอย่างเร่งด่วน
เขื่อนแม่กลอง ระบายน้ำพุ่ง 2,400 ลบ.ม./วินาที
ด้าน สำนักงานชลประทานที่ 13 กรมชลประทาน ได้ออกประกาศด่วนรายงานสถานการณ์น้ำ ณ เวลา 09.00 น. ของวันเดียวกัน ระบุว่า เขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีความจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำเพื่อความปลอดภัยของตัวเขื่อน โดยมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ทั้งนี้ กรมชลประทาน คาดการณ์ว่า มวลน้ำก้อนใหญ่ที่สุดระลอกนี้จะมีปริมาณสูงถึงประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งบริหารจัดการเพื่อควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ 2,300 - 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
พร้อมทั้งออกประกาศ เตือนภัยขั้นสูงสุด ไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณตลิ่ง ให้ระมัดระวังและ ยกสิ่งของขึ้นที่สูงทันที
สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ ชี้ภาคกลางฝนยังไม่หมด
กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยสภาพอากาศภาคกลางในวันนี้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ประมาณ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
- จังหวัดนครสวรรค์, อุทัยธานี, กาญจนบุรี (พื้นที่เกิดเหตุวิกฤต), ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
ลักษณะอากาศทั่วไป
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส / อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส พร้อมด้วยลมใต้ความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประสบภัย
สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางน้ำหลาก และเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างผิดปกติ
อ้างอิง-ภาพ : Kraiwin Muanwongtham , ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง





