กรมอุตุฯ แจงข่าวลือ "มหาอุทกภัย 120 ชม." ไม่จริง! ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ย้ำ 23–27 ก.ย. นี้ ต้องรับมือฝนตกหนัก-ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกมาชี้แจงกรณีข่าวลือบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับ “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมงข้างหน้า” ยืนยันข้อมูลไม่เป็นความจริงและไม่สอดคล้องกับการพยากรณ์อากาศ พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมทั่วประเทศ ช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
วันนี้ (22 ก.ย. 69) ณ ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจากสำนักข่าวไทยรัฐและสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ หลังจากมีการแชร์และเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อย่างแพร่หลายเกี่ยวกับเตือนภัยสถานการณ์ที่เรียกว่า “มหาอุทกภัยใน 120 ชั่วโมงข้างหน้า” ซึ่งส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนจำนวนมาก
โต้ข่าวลือ "มหาอุทกภัย 120 ชั่วโมง" ยืนยันข้อมูลไม่สอดคล้องความเป็นจริง
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงถึงประเด็นข่าวลือดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่แพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุว่า ประเทศไทยกำลังจะเผชิญกับ “มหาอุทกภัย” และจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานตลอดทั้งวันทั้งคืนในอีก 120 ชั่วโมงข้างหน้านั้น
"ไม่เป็นความจริงและไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางวิชาการและการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา"
แม้ว่าแบบจำลองสภาพอากาศจะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของฝนอย่างชัดเจน แต่การใช้คำว่ามหาอุทกภัยหรือการกล่าวอ้างว่าฝนจะตกกระหน่ำไม่หยุดตลอด 24 ชั่วโมงนั้น เป็นการส่งต่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จึงขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อความถูกต้อง
จับตา 3 ปัจจัยหนุน! ฝนตกหนักถึงหนักมาก 23-27 กันยายน 2569
อย่างไรก็ตาม รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ย้ำว่าประชาชนยังคงต้องระมัดระวังและไม่ประมาท เนื่องจากในช่วงวันที่ 23-27 กันยายน 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลายพื้นที่มีโอกาสเจอมรสุมและฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของ 3 ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาสำคัญที่เคลื่อนตัวเข้าปกคลุม ได้แก่
- หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่ก่อตัวและเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไทย
- ร่องมรสุม (Monsoon Trough) ที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (Southwest Monsoon) ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งมีกำลังแรงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
ปัจจัยร่วมเหล่านี้จะทำให้เกิดการสะสมของกลุ่มเมฆฝนอย่างหนาแน่น และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักกระจายตัวในหลายภูมิภาคของประเทศ
พื้นที่เสี่ยงภัยที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับพื้นที่ที่ต้องยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมาก และน้ำสะสม ได้แก่
- ภาคเหนือ: รอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เชิงเขาและพื้นที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหล
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง พื้นที่ตามแนวร่องมรสุมพาดผ่าน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้น
- ภาคกลาง รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีความเสี่ยงเกิดฝนตกหนักในช่วงเย็นถึงค่ำ ส่งผลกระทบต่อการจราจรและอาจเกิดน้ำท่วมขังรอการระบายในจุดเสี่ยง
- ภาคตะวันออก จังหวัดชายฝั่งทะเลต้องระวังทั้งปริมาณฝนสะสมและน้ำป่าไหลหลาก
- พื้นที่อื่น ๆ ตลอดแนวร่องมรสุมและพื้นที่รับลมมรสุม
เตือนภัยผลกระทบ: น้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลาก - คลื่นลมแรง
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุถึงสถานการณ์จริงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มิใช่การเกิดมหาอุทกภัยตามข่าวลือ แต่เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดจากฝนสะสม ได้แก่
-
น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
-
น้ำท่วมขังในเขตเมือง ปริมาณฝนที่ตกหนักในระยะเวลาสั้นๆ อาจส่งผลให้ระบบระบายน้ำในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำงานไม่ทัน จนเกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร
-
คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย คลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้นตามอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ชาวเรือและผู้ประกอบการเรือเดินเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และติดตามประกาศเตือนภัยคลื่นลมแรงอย่างใกล้ชิด
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในการรับมือ
-
เช็กข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ควรติดตามข่าวสาร พยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วน 1182 เท่านั้น
-
อย่าหลงเชื่อและอย่าส่งต่อข่าวลือ หากได้รับข้อมูลเตือนภัยภัยธรรมชาติที่ไม่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน หรือใช้คำเกินจริง ควรตรวจสอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาก่อนส่งต่อ เพื่อป้องกันความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม
-
เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนัก ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้าน ทำความสะอาดขยะไม่ให้ขวางทางน้ำ เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก และดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
สรุปได้ว่า แม้ข่าว “มหาอุทกภัย 120 ชั่วโมง” จะเป็นเพียงข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง แต่การเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนทุกคนไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทุกคน





