กรมชลฯ ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแตะ 1,500 ลบ.ม./วิ หลังมวลน้ำเหนือสมทบ เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำท้ายเขื่อนรับมือ
กรมชลประทาน ประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สู่ระดับ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าจากภาคเหนือที่ไหลสมทบต่อเนื่อง พร้อมเตือนประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและท้ายเขื่อน เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
รายละเอียดสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าที่เพิ่มสูงขึ้น จากการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบข้อมูลปริมาณน้ำไหลผ่านจุดสำคัญต่างๆ ดังนี้
- สถานี C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 1,601 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี (แม่น้ำสะแกกรัง) มีปริมาณน้ำไหลสมทบเข้ามาในอัตรา 140 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ปริมาณน้ำจากทั้งสองแหล่งดังกล่าวได้ไหลมารวมกันบริเวณพื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่บริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือเป็นระดับที่ต้องบริหารจัดการเพื่อรักษาความสมดุลและความปลอดภัยของโครงสร้างเขื่อน ตลอดจนการจัดการพื้นที่รับน้ำในภาพรวม
แผนการปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
เพื่อรักษาเสถียรภาพในการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับมวลน้ำที่จะไหลมาเพิ่มเติม กรมชลประทานจึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิมอัตรา 1,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขึ้นไปสู่ระดับ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว จะดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อลดผลกระทบกระทันหันต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้
- การทยอยปรับเพิ่ม เริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
- อัตราการปรับเพิ่ม ปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตราประมาณชั่วโมงละ 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- บรรลุเป้าหมาย คาดว่าจะปรับเพิ่มถึงระดับเป้าหมายที่อัตรา 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในเวลาประมาณ 15.00 น.
- การคงอัตราการระบาย หลังจากเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป จะคงอัตราการระบายน้ำที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไว้อย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะมีการเปลี่ยนแปลง
มาตรการและคำแนะนำสำหรับประชาชนพื้นที่ท้ายเขื่อน
การปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ กรมชลประทาน จึงขอความร่วมมือและแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ปฏิบัติดังนี้
- ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด ติดตามข่าวสาร สถานการณ์น้ำ และประกาศแจ้งเตือนจากกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานราชการในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
- เตรียมพร้อมรับมือ เคลื่อนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง ขึ้นที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำและสิ่งก่อสร้างริมน้ำ
- เฝ้าระวังสิ่งก่อสร้างริมน้ำ ผู้ประกอบการเรือด่วน เรือลากจูง แพร้านอาหาร และงานก่อสร้างในแม่น้ำ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและการสัญจรทางน้ำ
กรมชลประทาน จะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุลระหว่างการระบายน้ำและการลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด หากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์น้ำเพิ่มเติม จะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ทราบในทันที





