วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน 2569

Login
Login

'นักวิชาการ' แนะ 'รัฐบาล' ทบทวนไทยพลัสฯ ก่อนเดินหน้าเฟส2

"นักวิชาการ ม.กรุงเทพ" แนะ รัฐบาลทบทวน “ไทยช่วยไทย พลัส” ก่อนเดินหน้ารอบใหม่ ชี้โจทย์เฟส 2 ต้องมองทั้งระบบ แก้กำลังซื้อกระจุก  เงินไม่หมุนเต็มศักยภาพ

รศ.ดร.สุชาติ ไตรภพสกุล อาจารย์ประจำคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่รัฐบาลเตรียมขยายเฟส 2 ว่า มีประเด็นที่ต้องทบทวน เพราะที่ผ่านมาพบปัญหาในหลายประเด็น ทั้งโอกาสของผู้ประกอบการในการเข้าร่วมมาตรการที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการได้เท่าเทียม เพราะผู้ผลิตจำนวนมากจำหน่ายสินค้าผ่านร้านอาหาร ค้าปลีก และธุรกิจที่อยู่ในระบบภาษี เมื่อช่องทางปลายทางมีข้อจำกัด ผู้ผลิตต้นน้ำก็อาจเสียโอกาสได้รับประโยชน์จากกำลังซื้อที่ภาครัฐกระตุ้นขึ้นมา ขณะเดียวกัน หากช่องทางการใช้สิทธิของผู้บริโภคมีจำกัด ทางเลือกในการใช้จ่ายแคบลง และทำให้กำลังซื้อกระจุกตัวในบางช่องทาง แทนที่จะกระจายไปยังผู้ประกอบการและสินค้าไทยที่หลากหลาย

"ร้านอาหารและค้าปลีกจึงไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการใช้จ่าย แต่เป็นกลไกเชื่อมผู้บริโภคกับผู้ผลิตต้นน้ำ ทั้งกลุ่มเอสเอ็มอี เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และแรงงาน หากเงินไม่สามารถไหลผ่านห่วงโซ่นี้ได้เต็มที่ Multiplier Effect และผลต่อการผลิต การจ้างงาน และเศรษฐกิจโดยรวมอาจลดลง" รศ.ดร.สุชาติ กล่าว

รศ.ดร.สุชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นมีโจทย์ที่ควรให้ความสำคัญคือความโปร่งใสและการปิดช่องโหว่ของระบบ โดยควรนำระบบดิจิทัล เช่น e-Receipt และ e-Tax Invoice มาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างมาตรการ จะช่วยให้ธุรกรรมตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดช่องโหว่ และทำให้รัฐมีข้อมูลสำหรับประเมินผลทางเศรษฐกิจได้แม่นยำขึ้น โดยไม่มองแค่ยอดใช้จ่ายเท่านั้น

"การเดินหน้ามาตรการในช่วงปลายปีนี้ควรพิจารณาจังหวะการฟื้นตัวของภาคธุรกิจควบคู่กัน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านอาหารและค้าปลีกจำนวนมากคาดหวังการฟื้นตัวของกำลังซื้อ หากมาตรการรอบใหม่เข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่ผลกระทบจากรอบก่อนยังไม่คลี่คลาย ธุรกิจบางส่วนอาจมี Recovery Window หรือช่วงเวลาสำหรับฟื้นตัวน้อยลง ผลกระทบอาจขยายไปสู่การบริหารต้นทุน การจ้างงาน การลงทุน หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจกลายเป็นผลกระทบลูกโซ่ต่อธุรกิจและแรงงานในห่วงโซ่เศรษฐกิจได้" รศ.ดร.สุชาติ กล่าว

นักวิชาการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าแนวทางระยะต่อไป ภาครัฐสามารถออกแบบมาตรการให้การช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยเดินควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจวงกว้างเข้ามามีส่วนร่วม โดยอาจพิจารณา Hybrid Quota กำหนดสัดส่วนหรือวงเงินการใช้จ่ายระหว่างร้านค้ารายย่อยกับผู้ประกอบการในระบบ เพื่อรักษาเป้าหมายการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมเชื่อมกำลังซื้อเข้าสู่ระบบ เปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรไทย OTOP และสินค้า SME เข้าถึงตลาดได้มากขึ้น

"โจทย์ของไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 จึงไม่ใช่เพียงการทำให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น แต่คือการออกแบบให้เม็ดเงินภาครัฐสามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่องได้มากที่สุด ตั้งแต่ผู้บริโภค ร้านค้า ผู้ผลิต กลุ่มเอสเอ็มอี เกษตรกร ไปจนถึงการจ้างงาน เพื่อให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดผลในวงกว้างและหมุนเวียนได้เต็มศักยภาพ" รศ.ดร.สุชาติ กล่าว