ทร. ส่ง ร.ล.มันใน ลำเลียงน้ำช่วยชาวเกาะเต่า ฝ่าวิกฤตภัยแล้ง รวมประมาณ 600,000 ลิตร บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
11 ก.ย. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 2 ได้จัด เรือหลวงมันใน เร่งลำเลียง น้ำสะอาด ไปยังเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่กำลังประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค
การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานในพื้นที่ ภายหลังได้รับการประสานว่า เกาะเต่ากำลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำลดลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญของเกาะเต่า
ทร. โดยทัพเรือภาคที่ 2 จึงจัดเรือหลวงมันในสนับสนุนการลำเลียง น้ำสะอาดเข้าสู่พื้นที่ที่ประสบวิกฤตภัยแล้ง ระหว่างวันที่ 6–13 กันยายน 2569 รวมประมาณ 600,000 ลิตร เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำสำรองและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
สำหรับการปฏิบัติเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เรือหลวงมันในได้เข้าทอดสมอบริเวณด้านใต้ของเกาะเต่า และเริ่มส่งน้ำสะอาดขึ้นสู่พื้นที่ตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยสามารถส่งน้ำได้ 90 ตัน หรือประมาณ 90,000 ลิตร ก่อนออกจากพื้นที่ในเวลา 12.00 น. และเดินทางกลับเข้าเทียบ ณ ท่าเรือแหลมทวด อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 18.00 น. โดยการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ภารกิจดังกล่าวสะท้อนถึงการนำขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของกองทัพเรือ โดยเฉพาะการลำเลียงและสนับสนุนทางทะเล มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในยามเดือดร้อน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามเกาะและพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งมีข้อจำกัดในการขนส่งทรัพยากรจากแผ่นดินใหญ่ และจำเป็นต้องอาศัยเส้นทางทะเลเป็นเส้นทางสำคัญในการนำความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่
“ความเดือดร้อนของประชาชนรอไม่ได้ เมื่อพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ กองทัพเรือพร้อมนำกำลังพลและขีดความสามารถที่มีเข้าไปสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะภารกิจของกองทัพเรือไม่เพียงแต่การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลและช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนกำลังประสบความเดือดร้อน” โฆษกกองทัพเรือกล่าว
ทั้งนี้ กองทัพเรือ จะติดตามสถานการณ์และประสานการปฏิบัติกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การสนับสนุนตามขีดความสามารถ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ”





