วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ในโรงเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะบอกลูกยังไงดี? กรมการแพทย์ ชี้ผู้กระทำ มีปมในใจ ขณะที่เหยื่อเสี่ยงเผชิญบาดแผลทางจิตใจ ต้องเร่งสังเกตก่อนสาย

"ปัญหาการบูลลี่"ในเด็กไทยก้าวสู่ขั้นวิกฤตจนติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีโรงเรียนและโลกออนไลน์เป็นสมรภูมิหลัก กรมการแพทย์ ชี้ผู้กระทำมักมีปมในใจ ขณะที่เหยื่อเสี่ยงเผชิญบาดแผลทางจิตใจระยะยาว พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะมีวิธีบอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ย้ำต้องเร่งสังเกต "สัญญาณเตือน" พร้อมใช้จิตวิทยาเชิงบวกเปิดใจลูก และร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเกิดสูญเสียที่ไม่คาดคิด

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวสารเรื่อง "บูลลี่ (Bullying)" ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง "เด็กกลั่นแกล้งกัน" หรือเรื่องเล่นๆ ของเด็กอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น ภัยเงียบทางสังคม ที่กัดกินจิตใจเด็กไทยอย่างน่าตกใจ

ข้อมูลล่าสุดจาก กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ระบุชัดเจนว่า พฤติกรรมการบูลลี่ในประเทศไทยมีแนวโน้ม รุนแรงและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ

ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลก ในประเด็นปัญหานี้ โดยมี "โรงเรียน" เป็นสถานที่เกิดเหตุมากที่สุด ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทั้งร่างกายและจิตใจของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ
 

เบื้องหลังจิตวิทยาผู้ชอบแกล้ง ทำไมเด็กบางคนถึงกลายร่างเป็น "ผู้รังแก"?

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยถึงการบูลลี่ ในมุมมองทางจิตวิทยา ผู้กระทำมักมีปัจจัยทับซ้อน ดังนี้

  • มีปมด้อยและความไม่มั่นคงในจิตใจ: ใช้การข่มผู้อื่นเพื่อสร้างป้อมปราการทดแทนความรู้สึกด้อย
  • ปัญหาจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม: ขาดความรัก ความอบอุ่น หรือเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง
  • ต้องการการยอมรับและการควบคุม: ต้องการเป็นจุดสนใจ หรือรู้สึกมีอำนาจเหนือผู้อื่น
  • เคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน : สะสมความเจ็บปวดจนกลายเป็นผู้กระทำเสียเอง

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

เจาะลึก 4 รูปแบบการบูลลี่ แต่ละช่วงวัยโดนแบบไหนบ้าง?

นายแพทย์อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ฉายภาพให้เห็นถึงรูปแบบการบูลลี่ที่แบ่งตามพัฒนาการของเด็ก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องรู้เท่าทัน

1. การบูลลี่ทางร่างกาย (Physical Bullying)

  • พบมากใน เด็กเล็ก ตั้งแต่การแกล้งเบาๆ เช่น ผลัก ชก ตบ แย่งของ ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ

2. การบูลลี่ทางวาจา (Verbal Bullying)

  • พบมากใน เด็กวัยปฐมวัย มักมาในรูปแบบการด่าทอ การล้อเลียนชื่อบิดามารดา ล้อเรื่องรูปลักษณ์ สีผิว น้ำหนัก หรือปมด้อยต่างๆ ซึ่งสร้างบาดแผลในใจได้อย่างแยบยล

3. การบูลลี่ทางสังคม (Social Bullying)

พบมากใน เด็กวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่กำลังค้นหาตัวตน ค่านิยม และต้องการการยอมรับ การบูลลี่รูปแบบนี้จะมาในลักษณะ การกีดกันออกจากกลุ่ม การปล่อยข่าวลือเท็จ เพื่อให้อับอายและไร้ที่ยืนในสังคมเพื่อน

4. การบูลลี่ทางไซเบอร์ (Cyberbullying) — ระเบิดเวลาในโลกดิจิทัล

  • เตือนภัยพิบัติทางอารมณ์ของวัยรุ่น! การแอบถ่ายรูป/วิดีโอไปโพสต์ประจาน การตัดต่อภาพ การแกล้งสร้างบัญชีปลอมมาโจมตี หรือการคอมเมนต์หยาบคาย พฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะทำลายอนาคตของเด็กแล้ว ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อีกด้วย

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

สัญญาณเตือนเงียบ! เช็กลิสต์อาการเมื่อ "ลูกโดนบูลลี่"

พญ.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เน้นย้ำว่า เด็กที่ถูกบูลลี่มัก ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะกลัวโดนซ้ำเติม กังวล หรือถูกขู่ทำร้าย ผู้ปกครองจึงต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้

  • ไม่อยากไปโรงเรียน: อ้างป่วย ปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ โดยเฉพาะเช้าวันจันทร์
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไป: จากเด็กสดใสกลายเป็นคนซึมเศร้า เก็บตัว หรืออารมณ์ก้าวร้าวผิดปกติ
  • ผลการเรียนตก: ขาดสมาธิในการเรียน ขี้หลงขี้ลืม
  • ของใช้เสียหายหรือหายบ่อย: เสื้อผ้าขาด ข้าวของพัง โดยไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
  • มีปัญหาการนอน: นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือปัสสาวะรดที่นอน

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

คัมภีร์กู้จิตใจ พ่แม่ควรพูดและรับมืออย่างไรเมื่อลูกโดนบูลลี่?

เมื่อทราบว่าลูกกำลังตกเป็นเหยื่อ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "สติและการเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)" ของพ่อแม่

ใช้เทคนิคการสื่อสารแบบเปิดใจ (Open-ended Questions)

หลีกเลี่ยงคำถามชี้นำหรือคาดคั้น เช่น "ไปทำอะไรให้เขาแกล้ง?" แต่ให้เปลี่ยนมาใช้คำถามปลายเปิดเพื่อสร้างความไว้วางใจ

  • "วันนี้ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้างลูก มีเรื่องอะไรทำให้ไม่สบายใจไหม?"
  • "มีใครทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า เล่าให้พ่อ/แม่ฟังได้นะ"

สำคัญที่สุด: ตั้งใจฟังโดยไม่ขัดจังหวะ และ "ชื่นชมความกล้าหาญ" ของลูกที่เล่าเรื่องยากๆ ให้ฟัง

ถอดรหัสการรับมือตามช่วงวัย

สำหรับเด็กเล็ก (เน้นสร้างทักษะการปกป้องตนเอง)

  • ใช้นิทานหรือบทบาทสมมติ: ฝึกให้เด็กรู้จักพูดบอกเพื่อนเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ
  • สอนให้ขอความช่วยเหลือ: หากเพื่อนยังไม่หยุด ให้เดินหนีทันทีและไปแจ้งครูหรือผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ
  • ปรับเปลี่ยนสังคม: พาลูกไปทำกิจกรรมนอกเหนือจากโรงเรียน เพื่อสร้างกลุ่มเพื่อนใหม่และฟื้นฟูความมั่นใจ

สำหรับเด็กโต / วัยรุ่น (เน้นการแก้ปัญหาร่วมกัน)

  • ร่วมกันหาทางออก: ไม่เข้าจัดการแทนทั้งหมด แต่ชวนลูกคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
  • ประสานงานโรงเรียน: พูดคุยกับครูประจำชั้นหรือผู้บริหารโรงเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขร่วมกัน

ไม่ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง! ทางออกเมื่อปัญหาก้าวล่วงเกินควบคุม

หากพยายามแก้ไขภายในครอบครัวและโรงเรียนแล้ว แต่สภาพจิตใจของเด็กยังไม่ดีขึ้น หรือปัญหามีความรุนแรงสูง ผู้ปกครองไม่ควรรอช้า ควรพาลูกเข้าพบผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อประเมินและฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างถูกวิธี

สายด่วนสุขภาพจิต 1323

หากต้องการคำปรึกษาเบื้องต้น สามารถติดต่อสายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

พ่อแม่ บอกลูกยังไงดี? เมื่อเด็ก บุตรหลาน โดนบูลลี่ ในโรงเรียน

อ้างอิง-ภาพ :  กรมการแพทย์  , สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี