วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดร.เก๊ โปรไฟล์หรู ตีสนิทใน Facebook หลอกลงทุนเล่นหุ้น โอนเงินแปดแสน

โดน! ดร.เก๊ โปรไฟล์หรู ทักตีสนิทใน Facebook หลอกลงทุนเล่นหุ้น โอนเงินแปดแสน ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวใหญ่คดีอื้อ

อัปเดตเตือนภัย โดน ดร.เก๊ โปรไฟล์หรู ทักตีสนิทใน Facebook หลอกลงทุนเล่นหุ้น โอนเงินแปดแสน ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวใหญ่คดีอื้อ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบสาวขายบัญชีม้า ให้มิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์หรู อ้างเป็น “ด็อกเตอร์” หรือ ดร. ตุ๋นเหยื่อ สูญเงินกว่า 8.5 แสน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมตัว น.ส. ป อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 195/2569 ลงวันที่ 24 เม.ย. 2569 ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และสนับสนุนการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ”

และหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.612/2568 ลงวันที่ 5 ก.ย. 2568 ในความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี” ความผิดเกี่ยวกับการเปิดบัญชีม้า 

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณลานจอดรถ สถานีขนส่ง แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ในคดีสืบเนื่องมาจาก ช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2568 ได้มีบุคคลซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ เข้ามาทำการชักชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุน โดยมิจฉาชีพรายนี้แอบอ้างว่าตนเองเป็นผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับ “ด็อกเตอร์” หรือ ดร. พร้อมสร้างโปรไฟล์ให้ดูหรูหราน่าเชื่อถือ เข้ามาทักทายตีสนิทกับผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชัน Facebook

เมื่อผู้เสียหายเริ่มตายใจ จึงชักชวนให้เพิ่มเพื่อนพูดคุยกันต่อทางแอปพลิเคชัน Line โดยอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร

หลังจากนั้นมิจฉาชีพรายนี้ได้เริ่มแผนการหลอกลวง โดยชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

  1. พูดจาหว่านล้อมว่าหากต้องการผลตอบแทนหรือกำไรจำนวนมาก ก็จำเป็นต้องวางหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันในการลงทุนสูงตามไปด้วย
  2. อ้างโปรไฟล์ที่ดูน่าเชื่อถือ
  3. คำพูดที่ดูมีความรู้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ

จึงเริ่มโอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนเอง เข้าสู่บัญชีปลายทางซึ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้า จำนวน 6 บัญชีต่างธนาคารกัน โดยมียอดเงินที่ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนไปทั้งสิ้น 7 ครั้ง ภายในเวลา 5 วัน รวมเป็นเงินความเสียหายกว่า 850,000 บาท

ต่อมา เมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินออกมา กลับพบว่าไม่สามารถถอนเงินได้ และไม่สามารถติดต่อบุคคลดังกล่าวได้อีกเลย

จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งพบตัวและเข้าทำการจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าตนเองมีอาชีพรับจ้างมีรายได้น้อย ได้มีเพื่อนมาถามว่าอยากได้เงินใช้หรือไม่ จึงขอบัตรประชาชนไปแล้ววันต่อมานำมาคืนพร้อมเงิน 5,000 บาท

ตนไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งมารู้ความจริงตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวและแสดงหมายจับให้ดู จึงรู้ว่าเพื่อนนำข้อมูลไปขายให้มิจฉาชีพ

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 2 ดำเนินการ

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)