ภารกิจสุขาภิบาลที่มากกว่าผลกำไร "ลิกซิล" (LIXIL) ส่งมอบระบบสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชาชนทั่วโลกไปแล้วกว่า 103 ล้านคน
ปัญหาด้านสุขอนามัยยังคงเป็นวิกฤตการณ์เงียบที่ส่งผลกระทบต่อประชากรทั่วโลกอย่างรุนแรง จากข้อมูลสถิติปัจจุบันพบว่ามีผู้คนกว่า 3.4 พันล้านคนยังขาดแคลนระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัย ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีที่ต้องเสียชีวิตลงกว่า 1,000 คนในแต่ละวัน เพียงเพราะเข้าไม่ถึงแหล่งน้ำสะอาดและห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ
ความสูญเสียนี้ไม่เพียงส่งผลต่อชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่ยังฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกด้วยมูลค่าความเสียหายมหาศาลจากประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงและภาระด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางความท้าทายนี้ ลิกซิล (LIXIL) ผู้ผลิตนวัตกรรมที่อยู่อาศัยและผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำสุขภัณฑ์ ได้เผยความคืบหน้าของกลยุทธ์การสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยล่าสุดขยายขีดความสามารถในการส่งมอบระบบสุขาภิบาลและสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชาชนทั่วโลกไปแล้วกว่า 103 ล้านคน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนว่าการแก้ปัญหาในระดับมหภาคสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยกลไกทางธุรกิจ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ตัวเลขผู้เข้าถึงบริการพุ่งสูงขึ้นคือแบรนด์ "SATO" ซึ่งเป็นโซลูชันด้านสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ล้างมือที่ LIXIL ออกแบบมาเพื่อชุมชนที่ขาดแคลนโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์นี้ไปแล้วกว่า 10ล้านชิ้น ใน 59 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม่เพียงในระดับครัวเรือน แต่ยังขยายผลสู่ระดับชุมชน ครอบคลุมพื้นที่สำคัญนอกเหนือภาคครัวเรือน อาทิเช่น โรงเรียน สถานพยาบาล และล่าสุดในบริบทด้านมนุษยธรรม อาทิ ค่ายผู้ลี้ภัย
“การเข้าถึงผู้คนกว่า 103 ล้านคน เป็นข้อพิสูจน์ว่า ภาคเอกชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในระดับโลกได้” คินยะ เซโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LIXIL กล่าว
“แม้ LIXIL จะเป็นที่รู้จักจากนวัตกรรมระดับพรีเมียม แต่กับโซลูชัน SATO เราออกแบบมาให้ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาย่อมเยา การพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมทำให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายด้านสุขาภิบาลและสุขอนามัยได้ในวงกว้าง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับสุขภาพของผู้คนเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจให้กับครอบครัว เพื่อให้พวกเขามีโอกาสสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน”
ความสำเร็จในระดับร้อยล้านคนไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงลำพัง แต่มาจากการผสานความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกอย่าง UNICEF ภายใต้แคมเปญ “Make a Splash!” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ UNICEF ร่วมมือกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นในลักษณะพันธมิตรระดับโลกด้านน้ำและสุขาภิบาล (WASH) โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทานของ LIXIL มาบรรจบกับเครือข่ายภาคสนามของ UNICEF ที่เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในชุมชน
รูปแบบความร่วมมือนี้ได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดระบบนิเวศทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น ตั้งแต่ช่างก่อสร้าง ผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงผู้ค้าปลีกในชุมชน ทำให้การเข้าถึงสุขอนามัยไม่ได้เป็นเพียงการรับบริจาค แต่เป็นการสร้างตลาดที่พึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว
แม้จะบรรลุตัวเลข 103 ล้านคนตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่ทาง LIXIL มองว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางที่ยังเหลือเวลาอีกไม่กี่ปีจะถึงกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในปี 2573 อีริน แมคคัสเกอร์ ผู้นำโครงการ SATO ย้ำว่าความท้าทายหลังจากนี้คือการเร่งสปีดการดำเนินงานให้รวดเร็วกว่าเดิม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำให้ทุกคนบนโลกเข้าถึงระบบสุขาภิบาลที่ปลอดภัยอย่างทั่วถึง





