วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน 2569

Login
Login

นักวิชาการ แนะ 'รัฐ' เร่งดูแลจิตใจ เหยื่อน้ำท่วม คาดภาวะเครียดสูง

"นักวิชาการ มธ." คาดภาวะเครียดหลังน้ำลด ยังวิกฤต เสนอ "รัฐ" บูรณาการจัดระบบช่วยเหลือเร่งด่วน จับมือวุฒิสภาทำฐานข้อมูลป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

รศ. ดร.ชานนท์ โกมลมาลย์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เปิดเผยว่า แม้ สถานการณ์น้ำท่วม ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะเริ่มลดระดับลงแต่ระดับความเครียดยังอยู่ในระยะวิกฤต มาตรการเร่งด่วนที่ควรดำเนินการทันทีคือการให้คำปรึกษาและ การช่วยเหลือด้านจิตใจแก่ผู้ประสบภัย โดยภาครัฐและเอกชนต้องมีการออกแบบระบบการบูรณาการดูแลสุขภาพจิตให้ประชาชนในช่วงวิกฤต ประกอบด้วย

1. ด่านหน้า คือ อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย หากพบสัญญาณซึมเศร้า เหม่อลอย ให้รีบประสานส่งต่อ 

2. หน่วยรองรับการส่งต่อ เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือกองสาธารณสุขขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เพื่อให้คำปรึกษาช่วยเหลือเร่งด่วน หากพบโอกาสฆ่าตัวตาย ให้มีระบบฟาสเทรคไปยังหน่วยงานต่อ

3. นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา ทีมแพทย์

รศ. ดร.ชานนท์ กล่าวต่อว่าสำหรับผู้ที่มี ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ผู้ที่ยังติดค้างรอความช่วยเหลืออยู่ เป็นกลุ่มที่ได้รับความสูญเสียที่รวดเร็วและรุนแรง ยังคงมีความตื่นตระหนก  แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงแล้ว

กลุ่มที่ 2 ประชากรกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ผู้พิการ เด็กเล็ก  โดยคนกลุ่มนี้จะมีความรู้สึกเปราะบางในสถานการณ์ที่ไม่ปกติเป็นพิเศษ หรือมากกว่าคนปกติ

กลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ที่ใช้ชีวิตในศูนย์พักพิงร่วมกัน ซึ่งในระยะแรกอาจยังไม่มีปัญหาใดๆ แต่ถ้าเวลานานไปมีโอกาสที่จะเครียด เพราะเริ่มมีความต้องการอื่นๆ เพิ่ม เช่น อยากกลับไปดูบ้าน มีการรวมกลุ่มต่อรองเพื่อรับของบริจาค เกิดความสับสน สุดท้ายอาจเกิดเป็นความโกลาหลขึ้น

“ยังมีกลุ่มคนที่เสี่ยงจากความกังวลจากการมองเห็นความไม่แน่นอนในอนาคตอีก เช่น รถที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วแต่ยังผ่อนไม่หมดจะทำอย่างไร บ้าน เฟอร์นิเจอร์ สวนยาง ที่เสียหายนั้นจะฟื้นฟูอย่างไร หนี้สินที่เพิ่มขึ้นหลังน้ำท่วมจะจัดการอย่างไร ฯลฯ คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะดาวน์ไปถึงขั้นซึมเศร้าหรือมีความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายสูงมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับทุกราย เพียงแต่บางรายล้มไปแล้วลุกขึ้นมาได้ยาก หรือล้มไปแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาเลย แบบนี้จะเสี่ยงในระยะยาวและต้องฟื้นฟูกันหนักมาก” รศ. ดร.ชานนท์ กล่าว

นักวิชาการ แนะ 'รัฐ' เร่งดูแลจิตใจ เหยื่อน้ำท่วม คาดภาวะเครียดสูง

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า นอกจากผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว ยังมีประชาชนอีกกลุ่มที่ตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า Survivol Guilt หรือ ความรู้สึกผิดที่ตัวเองรอด ในขณะที่คนอื่นไม่รอด ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เสพสื่อมากๆ ควบคู่กับการรับรู้ถึงบาดแผลผู้ประสบภัย จะมีภาวะความเห็นอกเห็นใจที่สูงเกินพอดี ตรงนี้มีข้อแนะนำคือเลือกเสพสื่ออย่างมีสติ และเปลี่ยนความรู้สึกผิดเป็นการช่วยเหลือ เช่น ช่วยทำถุงยังชีพ ช่วยขนของขึ้นรถบริจาค หรือบริจาคให้กับโรงพยาบาล ผู้ประสบภัย ซึ่งจะช่วยลดความเครียดและความรู้สึกผิดตรงได้

ขณะที่ ผศ. ดร.วสิศ ลิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่

1. ระบบแจ้งเตือนภัย  

2. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่แม้จะมีมาตรการขั้นตอนการปฏิบัติการในสถานการณ์น้ำท่วม  แต่อาจต้องเพิ่มการสื่อสารกับชุมชน การซ้อมรับสถานการณ์ และการติดตามการนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แผนทำงานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

3. การเยียวยา ที่ทำการเยียวยาโดยไม่เข้าใจสถานการณ์ 

"สำหรับความล้มเหลวทั้งหมดนี้ ส่วนสำคัญเป็นเพราะขาดข้อมูลที่เป็นระบบ ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ทำงานร่วมกับ คณะกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน และอนุกรรมาธิการภัยพิบัติแห่งชาติ วุฒิสภา เพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ อาทิ ข้อมูลปริมาณน้ำท่วมของแต่ละพื้นที่ จำนวนผู้อพยพตามศูนย์พักพิง คำร้องเรียนจากผู้ประสบภัยกว่า 2 หมื่นคำร้องเรียน  ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย. 2568 เป็นต้นมา และต่อเนื่องไปถึงหลังสถานการณ์คลี่คลายลง 3 สัปดาห์ เพื่อวิเคราะห์ต้นตอปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ พร้อมกับสนับสนุนให้เกิดข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ทั้งเรื่องการเตือนภัยที่เฉพาะเจาะจง  การเยียวยาที่ตรงตามความต้องการของประชาชน  จึงเป็นการทำข้อมูลที่เป็นระบบ ครบถ้วน และครอบคลุมทุกมิติมากที่สุดเพื่อวิเคราะห์ต้นตอปัญหาที่สามารถแก้ไขได้" ผศ. ดร.วสิศ กล่าว

ผศ. ดร.วสิศ กล่าวต่อว่าข้อมูลที่ทำอย่างเป็นระบบ หากนำไปสู่การที่ดีขึ้นในพื้นที่ จะลดความสูญเสียของชีวิตและความเสียหายต่างๆ ทางทรัพย์สิน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จะถูกนำไปพัฒนาระบบประมวลผลโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเปิดเผยให้สาธารณะได้ใช้งานเพื่อ รับมือภัยพิบัติ ฝุ่น PM 2.5 ไปจนถึงภัยแล้ง ไฟป่า และดินสไลด์ ในอนาคตต่อไป