background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

กทม. เตรียมให้แต่ละเขตเปิดศูนย์พักคอย และแผนสำรองยารับผู้ป่วยโควิด 19 จริงหรือ?

กทม. เตรียมให้แต่ละเขตเปิดศูนย์พักคอย และแผนสำรองยารับผู้ป่วยโควิด 19 จริงหรือ?

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ตรวจสอบกรณีที่มีการระบุว่า กทม. เตรียมให้แต่ละเขตเปิดศูนย์พักคอย และแผนสำรองยาเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 เป็นข้อมูลจริง

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 65 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย Anti-Fake News Center Thailand ระบุว่า ตามที่มีข้อมูลในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องกทม. เตรียมให้แต่ละเขตเปิดศูนย์พักคอย และแผนสำรองยาเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด 19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

กทม. ได้เตรียมพร้อมศักยภาพสถานพยาบาลในสังกัดเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งใน 2 – 3 วันข้างหน้า โดยเตรียมพร้อมทั้งระบบรับ – ส่งผู้ป่วยผ่านสายด่วนศูนย์เอราวัณ 1669 การสำรองยา การเตรียมเตียง โดยในพื้นที่ส่วนกลางขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้นทำให้รพ. กลาง และรพ. ตากสินมีอัตราครองเตียงของผู้ป่วยหนาแน่น ดังนั้นผู้ป่วยที่อาศัยในพื้นที่ส่วนกลางของกทม. จะถูกส่งตัวไปรักษายังรพ. กทม. รอบนอก ซึ่งพร้อมในการดูแลต่อไป กรณีที่ประชาชนตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อ หรือสงสัยว่าจะติดเชื้อให้ไปที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่หรือคลินิกอบอุ่นใกล้บ้าน เพื่อรับยาตามอาการ และกลับไปดูแลตัวเองที่บ้าน แต่หากเกรงว่าจะนำไปติดที่บ้านก็ต้องเตรียมพร้อม CI ทุกเขตที่ Stand by ไว้ ก็ต้องพร้อมเปิดใช้งาน และเมื่ออาการหนัก ก็ให้โทรประสานสายด่วน 1669 เพื่อประเมินและนำส่งรพ. ให้
 

ในขณะนี้น่าเป็นห่วง กลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ คนท้อง และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรค ซึ่งเมื่อติดแล้วอาการจะมีมากกว่าคนปกติ รวมถึงสถานการณ์ขณะนี้หากเด็กหรือคนทำงานติดเชื้อมักจะเอาเชื้อไปให้ผู้สูงอายุที่บ้าน ทำให้อัตราการครองเตียงมากขึ้น จึงได้มอบนโยบายให้เร่งดำเนินการ ดังนี้

1. พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดในชุมชน (Community Isolation) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนแออัด ซึ่งได้มอบรองผู้ว่าฯทวิดา เตรียมพร้อมในแต่ละเขตแล้ว โดยก่อนหน้านี้ใช้พื้นที่โรงเรียนแต่ขณะนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้วคงต้องหาพื้นที่ใหม่ต่อไป

2. การเตรียมพร้อมเรื่องยา ซึ่งได้ประสานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) อย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า ทั้งนี้ ยาโมลนูพิราเวียร์สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิดยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย. ดังนั้นกรุงเทพมหานครยังไม่สามารถจัดซื้อได้ ต้องประสานผ่านทางสธ. เท่านั้น หากขึ้นทะเบียนแล้วกทม. จะจัดซื้อเอง

3. อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งได้ประสานศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด หรือศบค. ใหญ่ อย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมศูนย์เอราวัณซึ่งขณะนี้กทม.บริหารจัดการ 100 % เนื่องจากส่วนกลางได้ถอนตัวออกแล้ว

4. เตือนประชาชนกลุ่ม 608 ฉีดเข็มกระตุ้นให้ได้มากที่สุด โดยประชาชนกลุ่ม 608 ในพื้นที่กทม. ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นไปแล้วกว่า 50 % ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของประเทศ วัคซีนไม่ช่วยเรื่องการติดเชื้อแต่จะสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ รวมถึงการใส่หน้ากากทั้งใน – นอกอาคาร ก็จะช่วยเรื่องการติดเชื้อได้เช่นกัน


ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ หรือโทร 0-2590-6000

หน่วยงานที่ตรวจสอบ : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข