ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) โพสต์เฟซบุ๊กประเด็นโรค "ฝีดาษลิง" พูดถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ควรฉีดแบบไหนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และควรฉีดให้กับคนกลุ่มมากที่สุด ขณะ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผย อาการฝีดาษลิง ที่พบ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (หมอยง) หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กประเด็นโรค "ฝีดาษลิง" พูดถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ควรฉีดแบบไหนให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และควรฉีดให้กับคนกลุ่มมากที่สุด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ฝีดาษลิง" ปัจจัย 5 ข้อ ทำไมถึงมีความยุ่งยากในการควบคุมโรค
- "หมอยง" เผย "ฝีดาษลิง" ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
- "ฝีดาษลิง" เทียบการติดต่อกับโควิด-19 คนทั่วไปควรฉีดวัคซีนหรือยัง?
ประเด็น "ฝีดาษลิง" หรือ ฝีดาษวานร วัคซีน 3rd generation ใช้สายพันธุ์ Vaccinia มาดัดแปลงพันธุกรรม (Modified Vaccinia Ankara) ผลิตโดย Bavarian Nordic ใช้ชื่อ MVA-BN เป็นไวรัสมีชีวิต ทำให้อ่อนฤทธิ์ ไม่สามารถแบ่งตัวได้
ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง สร้างภูมิต้านทาน ไม่เกิดตุ่มหนอง ประสิทธิภาพเท่าเทียมกับวัคซีนในอดีตให้ได้ในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ไม่เป็นข้อห้ามเด็ดขาดในสตรีตั้งครรภ์ (ไวรัสไม่สามารถแบ่งตัวได้) ให้ได้ในแม่ที่กำลังให้นมบุตร ต่างกับวัคซีนใน Generation ที่ 1 และ 2 ที่ใช้ปลูกวัคซีนนี้ใช้ฉีดใต้ผิวหนัง 2 ครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์
ผู้ที่ปลูกฝีมาแล้วให้ครั้งเดียว ผู้สัมผัสโรคให้ภายใน 4 วันป้องกันการติดเชื้อได้หรือลดอาการโรคลง ในยุโรป (Imvanex) ในอเมริกา (Jynneos) ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนมาใช้ในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อัปเดต สถานการณ์ โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) จากข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 พบผู้ป่วยทั้งหมดจากทั่วโลก 573 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยยืนยัน 436 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัย 137 ราย
ลักษณะอาการที่พบ ประกอบด้วย มีผื่น แผลเปื่อย ร้อยละ 79 , ตุ่มน้ำใส ร้อยละ 9 , ผื่นนูน ร้อยละ 1 , ตุ่มหนอง ร้อยละ 1 และไม่ระบุลักษณะ ร้อยละ 10
ตำแหน่งของผื่นที่พบ ได้แก่ บริเวณอวัยวะเพศ ร้อยละ 57 , ปาก ร้อยละ 18 , รอบทวารหนัก ร้อยละ 1 และไม่ระบุตำแหน่ง ร้อยละ 42
อาการฝีดาษลิง ที่พบ ได้แก่ ไข้ ร้อยละ 28 และ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ไอ และกลืนลำบากเล็กน้อย ร้อยละ 1





