วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) รถไฟ 100 ปีแห่งสวิตเซอร์แลนด์กับการต่อจิ๊กซอว์ท่องเที่ยวครบรส เที่ยวได้ทั้งปี 4 ฤดู แถมรักษ์โลก เพราะใช้พลังงานสะอาด 100%

KEY POINTS

  • การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) เป็นรถไฟประวัติศาสตร์อายุกว่า 100 ปี ที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวสู่จุดหมายสำคัญบนเทือกเขาแอลป์
  • สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้ง 4 ฤดู โดยแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์และกิจกรรมที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเดินป่าในฤดูร้อนไปจนถึงการเล่นสกีในฤดูหนาว
  • มีการพัฒนายกระดับประสบการณ์การเดินทางด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น กระเช้า Eiger Express ที่ช่วยลดเวลาเดินทาง และการนำ AI มาช่วยวางแผนการท่องเที่ยว
  • ดำเนินงานภายใต้โมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยรถไฟทุกขบวนใช้พลังงานไฟฟ้า 100% จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

จากสถิตินักท่องเที่ยวไทยแตะ 80,000 คนในปีที่ผ่านมา ที่หลั่งไหลมุ่งหน้าสู่ “ยุงเฟรายอค” ยอดเขาอันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก และที่ตั้งของธารน้ำแข็งอเล็ตช์ (Aletsch Glacier) ธารน้ำแข็งที่ใหญ่และยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ตอกย้ำให้เห็นว่าสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทย โดยมี “การรถไฟยุงเฟรา” (Jungfrau Railways) รับหน้าที่สำคัญ รับส่งนักท่องเที่ยวยังจุดหมายปลายทาง ที่แม้ชื่อจะเรียกว่าการรถไฟแต่ที่จริงไม่ได้มีแค่รถไฟเท่านั้นในพอร์ตธุรกิจ

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

รถไฟสายประวัติศาสตร์อายุกว่า 100 ปี “การรถไฟยุงเฟรา” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ยานพาหนะรับส่งผู้โดยสาร หากแต่เป็นผู้บุกเบิกและเชื่อมโยงระบบนิเวศการท่องเที่ยวของภูมิภาคให้ครบวงจรและครบรสชาติ ทั้งการเดินทาง ผจญภัย ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

ผ่านหมุดหมายสำคัญ  ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้นท้าทายระดับโลกที่ ยุงเฟราเฟียสต์ (Jungfrau First) เส้นทางเทรลและกิจกรรมไฮกิ้งท่ามกลางทัศนียภาพธารน้ำแข็งที่ ไอเกอร์เกล็ตเชอร์ และไคลเน่ ไชเดกก์ บรรยากาศหมู่บ้านบนภูเขาเปี่ยมเสน่ห์อย่าง กรินเดิลวาลด์ ไปจนถึงจุดสูงสุดของยุโรปอย่าง ยุงเฟรายอค (Jungfraujoch – Top of Europe) ที่เปิดประตูสู่วังน้ำแข็งและทิวทัศน์หิมะขาวโพลนตลอด 365 วัน

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหาร นำโดย โอลิเวอร์ ฮัมเมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การรถไฟยุงเฟรา พร้อมด้วยสเตฟาน ฟิสเตอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และ บรูโน เฮาสเวิร์ธ ผู้อำนวยการรีสอร์ต Grindelwald Tourismus ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย พร้อมเปิดเผยทิศทางการท่องเที่ยว แผนยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ควบคู่ไปกับโมเดลการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของสวิตเซอร์แลนด์มานับศตวรรษ

โอลิเวอร์ ฮัมเมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การรถไฟยุงเฟรา เล่าถึงเส้นทางประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 ที่รถไฟสายนี้พานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ "ยุงเฟรายอค" ซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปเป็นครั้งแรก (จึงได้รับฉายาว่า Top of Europe)

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

จากยุคบุกเบิกที่ต้องเปลี่ยนการเดินทางหลายทอด การรถไฟฯ ได้พัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายอย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเปิดตัวกระเช้าลอยฟ้า 3S “ไอเกอร์ เอ็กซเพรส” (Eiger Express) นวัตกรรมที่ช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากสถานีกรินเดิลวาลด์ เทอร์มินอล สู่สถานีไอเกอร์เกล็ตเชอร์เหลือเพียง 15 นาที

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

คู่นานกันไปกับความพยายามพัฒนาเส้นทางให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งโจทย์สำคัญก็คือ การออกแบบบริการให้สอดคล้องกับสไตล์การท่องเที่ยวที่ต่างกันไป

เพราะรูปแบบการท่องเที่ยวของผู้คนวันนี้ หมดยุค one size fits all แล้ว โดยนักท่องเที่ยวแต่ละคนก็มีความต้องการแตกต่างกันไปมากบ้างน้อยบ้างในรายละเอียด การรถไฟยุงเฟราจึงเดินหน้าสู่ระบบดิจิทัลและนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยวางแผนการเดินทาง โดยระบบจะประมวลผลและออกแบบเส้นทางตามความสนใจเฉพาะของแต่ละบุคคล

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

ไม่ว่าจะเป็นสายผจญภัยที่ชื่นชอบความตื่นเต้นบนยอดเขาเฟียสต์ หรือสายรักความสงบที่หลงใหลการเดินป่าสำรวจธรรมชาติบริเวณไอเกอร์เกล็ตเชอร์และไคลเน่ ไชเดกก์

นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว ทั้งการอัปเกรดโรงภาพยนตร์พาโนรามา 360 องศา การเพิ่มร้านอาหารขนาด 400 ที่นั่งเพื่อกระจายความแออัดบนยอดเขา ตลอดจนการพัฒนาโครงการโรงแรมขนาด 200 ห้อง ที่อินเตอร์ลาเคนโอสต์ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2028

สัมผัสมนต์เสน่ห์กรินเดิลวาลด์

ด้าน บรูโน เฮาสเวิร์ธ ผู้อำนวยการรีสอร์ต Grindelwald Tourismus สะท้อนภาพของกรินเดิลวาลด์ ในฐานะหมู่บ้านบนภูเขาเชิงเขาไอเกอร์และประตูบานสำคัญสู่ยุงเฟรายอคว่า ที่นี่เป็นพื้นที่มรดกโลกยูเนสโก เทือกเขาสวิสแอลป์ "ยุงเฟรา-อเล็ตช์" ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปีอย่างแท้จริง โดยมีสัดส่วนการท่องเที่ยวในฤดูร้อนร้อยละ 60 และฤดูหนาวร้อยละ 40 ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาก็จะเผยเสน่ห์ของธรรมชาติและกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

การเดินทางมาเยือนในฤดูใบไม้ผลิจะพาไปสัมผัสกับบรรยากาศการฟื้นคืนชีพของธรรมชาติ เมื่อทุ่งหญ้ากลับมาเขียวขจีตัดกับยอดเขาหิมะ เหมาะกับการเดินเล่นซึมซับวิถีชนบท

ส่วนในฤดูร้อนคือช่วงเวลาทองของกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งการเดินป่าระยะไกล การวิ่งเทรล และการปั่นจักรยานเสือภูเขาข้ามหุบเขา

จากนั้นเมื่อสายลมฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ผืนป่าจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งกรินเดิลวาลด์จะกลายสภาพเป็นสวรรค์สีขาวโพลนสำหรับนักเล่นสกี สโนว์บอร์ด และผู้รักการผจญภัยบนเส้นทางเดินเขาหิมะที่เปิดรับทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของเทือกเขาแอลป์แบบพาโนรามา

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

ถอดโมเดลความยั่งยืน เติบโตคู่ธรรมชาติและชุมชนท้องถิ่น

เบื้องหลังความงดงามระดับโลกคือหัวใจของความยั่งยืนที่การรถไฟยุงเฟราลงมือทำจริงมาตั้งแต่เริ่มต้น รถไฟทุกขบวนขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ปราศจากน้ำมันเชื้อเพลิงมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1912 โดยใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำของตนเอง ซึ่งนำน้ำจากการละลายของหิมะในช่วงฤดูร้อนมาหมุนกังหันผลิตไฟ

ปักหมุดเที่ยวเทือกเขาแอลป์ 4 ฤดู กับ 'Jungfrau Railways' รถไฟร้อยปีสวิตเซอร์แลนด์

และในปัจจุบันยังได้ขยายกำลังการผลิตสู่พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์ฟาร์ม พร้อมติดตั้งระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไว้ใช้ในยามค่ำคืน

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีรีไซเคิลพลังงานอย่างระบบ Braking Power Recuperation ที่แปลงพลังงานจลน์จากการเบรกของรถไฟขาลงเขาให้กลับมาเป็นกระแสไฟฟ้าส่งคืนสู่ระบบกริด

ข้อมูลที่น่าทึ่ง คือ ด้วยการเดินรถไฟลงจากยุงเฟรายอค 3 เที่ยว จะสามารถสะสมพลังงานไฟฟ้าได้มากพอสำหรับส่งรถไฟขบวนใหม่วิ่งขึ้นเขาได้ 1 เที่ยวเต็ม

ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานอย่างกระเช้าไอเกอร์ เอ็กซเพรส ก็ใช้เสารองรับเพียง 7 ต้น ตลอดเส้นทางกว่า 6,483 เมตร เพื่อไม่ให้รบกวนทัศนียภาพทางสายตาและระบบนิเวศ และแน่นอนว่า ผ่านความเห็นชอบจากชุมชนที่เกี่ยวข้อง

หลักการพัฒนาทั้งหมดยังผูกโยงอยู่กับคนในพื้นที่อย่างเหนียวแน่น ผ่านการทำประชาพิจารณ์ร่วมกับชุมชนใน 9 ตำบล 2 จังหวัด ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่หากชุมชนไม่เห็นพ้อง โครงการพัฒนาจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมระดับจุลภาคในพื้นที่ให้บริการ เช่น ระบบคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมารีไซเคิล และนโยบายลดขยะอาหาร (Zero Food Waste) ในร้านอาหารทุกจุด ด้วยการคำนวณปริมาณอาหารต่อจานอย่างพอดีกับความต้องการ

ถือเป็นโมเดลที่น่าเรียนรู้ สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อให้หนึ่งในเฟืองหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้พร้อมกับการรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ มรดกโลก และวิถีชีวิตดั้งเดิมให้คงอยู่เคียงข้างนักเดินทางต่อไปอย่างยั่งยืน