ตามรอยเรื่องเล่าบนลายผ้าทอมือทุ่งฟ้าฮ่าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนิทานสอนใจเรื่องหงส์หามเต่า และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการออกแบบ
KEY POINTS
- ตามรอยเรื่องเล่าบนลายผ้าทอมือศูนย์ทอผ้าบ้านทุ่งฟ้าฮ่าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย
-
ฟังที่มาของลายผ้าหงส์กับเต่า จากนิทานสอนใจเรื่องหงส์หามเต่า มิตรภาพที่จบด้วยการจากลา สาเหตุจากการพูดไม่คิด ขาดสติไตร่ตรอง
-
ชมผ้าลายทุ่งฟ้าฮ่าม อัตลักษณ์ใหม่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการออกแบบ
ปีที่แล้วได้พบกับพี่สมหวัง แพงน้อย หัวหน้ากลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งฟ้าฮ่าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ในห้องเรียนการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการออกแบบ โดยมีคณาจารย์จาก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำโดย รศ.ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง เป็นผู้จัดอบรม
ปีนี้มีโอกาสได้ไปเชียงรายอีกครั้งจึงตั้งใจไปเยี่ยมชมศูนย์ทอผ้าบ้านทุ่งฟ้าฮ่าม เพื่อชมผลงานผ้าทอมือที่มี AI ช่วยออกแบบลายผ้าให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวทุ่งฟ้าฮ่าม อันหมายถึง ทุ่งข้าวที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองเหลืองอร่าม
พี่สมหวังเล่าว่าอาชีพหลักของคนในหมู่บ้าน คือ การทำนาปลูกข้าว ส่วนภูมิปัญญาด้านการทอผ้านั้นร่ำเรียนมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านซึ่งเป็นชาวอีสานที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานใน อ.เชียงแสน เมื่อคราวที่มีการเวนคืนพื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนในภาคอีสาน แล้วก็มีการย้ายตามกันมาเนื่องจากพื้นที่ตั้งของหมู่บ้านมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์
“เรียนทอผ้าจากยาย ๆ เริ่มจากทอไว้ใช้ในครัวเรือน ต่อมามีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาส่งเสริมให้การทอผ้าเป็นรายได้เสริม ลายดั้งเดิมจะเป็นลายเกล็ดเต่า ส่วนลายรวงข้าวเป็นลายที่ทางอาจารย์จาก ม. แม่ฟ้าหลวง มาช่วยให้เราออกแบบโดยใช้ AI แบบง่าย ๆ ที่มีในมือถือ
อาจารย์ถามว่าเอกลักษณ์ของหมู่บ้านเราคืออะไร มีความลับอะไรที่อยากจะบอกไหม เราก็บอกว่าอยากได้ความหมายของชื่อทุ่งฟ้าฮ่ามที่หมายถึงทุ่งข้าวที่เหลืองอร่าม จึงเป็นที่มาของลายรวงข้าว”
พี่สมหวังเล่ายิ้ม ๆ พลางบอกว่าเป็นลายผ้าทอที่ขายไปหมดแล้ว ซึ่งต้องหาเวลาทอเพิ่มขึ้นมาใหม่
“จากลายรวงข้าว เราก็ได้ไอเดียมาต่อยอดลายใหม่ ๆ เป็นลายที่ดัดแปลงมาจากอิฐที่เรียงอยู่ตรงกำแพงพิพิธภัณฑ์ ยังไม่ได้ตั้งชื่อลายเลย” พี่สมหวังอวดผ้าคลุมไหล่สีชมพูกลีบบัวที่ทอเป็นลายรูปสี่เหลี่ยมคล้ายก้อนอิฐที่เรียงซ้อนกันไปมาให้ชม
ส่วนผ้าทอลายหงส์กับเต่า เป็นลายผ้าที่พี่สมหวังบอกว่าเรียนรู้มาจากผู้อาวุโสในหมู่บ้าน ลายหงส์กับเต่ามาจากนิทานสอนใจที่พี่สมหวังขอเชิญคุณยายหนูเจียม สายตา วัย 83 มาเป็นผู้เล่าขาน
คุณยายหนูเจียมเล่าถึงลายผ้าทอว่า บางผืนจะมีรูปหงส์กับเต่า บางผืนเป็นรูปเต่าคาบไม้ที่มีหงส์สองตัวคาบอยู่ที่ปลายไม้ทั้งสองด้าน
“จะเรียกว่าหงส์หามเต่า หรือ เต่าหามหงส์ เดี๋ยวยายจะเล่าให้ฟัง” คุณยายเริ่มเรื่อง
“นานมาแล้วหงส์กับเต่าเป็นเพื่อนกัน หากินอยู่ตามริมน้ำริมคลอง อยู่มาวันหนึ่งหงส์บอกเต่าว่าเราอยู่ที่นี่มานานหลายปี อาหารเริ่มหายาก เราย้ายไปหาที่กินใหม่กันไหม เต่าบอกว่าไปสิ แต่ฉันบินไม่ได้
หงส์สองตัวจึงปรึกษากันหาวิธีพาเต่าไปด้วย เลยไปเอาไม้ขัดหม้อหุงข้าวมาให้เต่าคาบตรงกลาง ส่วนหงส์คาบที่ปลายไม้ทั้งสองด้านพาเต่าบินไปด้วยกัน
พอบินผ่านไปกลางทุ่งฝูงควายกำลังกินหญ้าอยู่ ควายเห็นเงาดำตะคุ่มลอยผ่านจึงแหงนหน้าไปดูแล้วตะโกนบอกกันว่า นั่นมันหงส์หามเต่า พอเต่าได้ยินเกิดไม่พอใจ ตะโกนบอกไปว่าเต่าหามหงส์ต่างหาก พออ้าปากก็ทำให้หล่นจากไม้ตกลงมาที่ปลายจมูกควายแล้วกระแทกทำให้ฟันควายร่วงจนหมดปาก
ควายโมโหจึงกระทืบลงไปที่หลังเต่า ทำให้เป็นรอยมาจนถึงวันนี้ ส่วนหงส์ก็บินหนีไป เพื่อนที่เคยรักกันต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าพูดจาไม่คิดให้รอบคอบก็จะเป็นเช่นนี้ เพื่อนรักก็หนีหาย แถมยังเจ็บตัวอีกต่างหาก คุณยายหนูเจียมทิ้งท้าย
หงส์กับเต่า ตัวละครจากนิทานสอนใจจึงกลายมาเป็นลายผ้าที่ทอสืบทอดกันมา ควบคู่ไปกับลายเกล็ดเต่า โดยมีลายรวงข้าวเป็นลายใหม่ที่พี่สมหวังพัฒนาขึ้นมาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ มาเป็นตัวช่วยในการแสดงอัตลักษณ์ของทุ่งฟ้าฮ่าม หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทองเหลืองอร่ามตา
ศูนย์ทอผ้าบ้านทุ่งฟ้าฮ่าม ไม่มีโชว์รูมหรูหรา มีเพียงกี่ทอผ้าและอุปกรณ์ มุมจำหน่ายสินค้าเล็ก ๆ ผู้สนใจไปเยือนแนะนำให้โทรศัพท์ไปนัดหมายล่วงหน้า หรือสอบถามการนำผ้าไปออกร้านตามงานเทศกาลต่าง ๆ ได้ที่
พี่สมหวัง แพงน้อย ประธานกลุ่ม โทร.08 6117 0046
คุณยายหนูเจียมบอกว่าถ้าผ่านมาทางนี้ ยังมีนิทานเรื่อง 4 สหาย ช้าง ปลา นก งู ถ้าอยากรู้เนื้อหา คุณยายยินดีที่จะเล่าให้ฟัง



