เดินเที่ยวย่านเมืองเก่า ชมความสวยงามที่คลาสสิก ตั้งแต่รูปทรงของสถาปัตยกรรม อาหาร วิถีชุมชน เช่น "ถนนทรงวาด" และ "ตลาดน้อย" ที่กำลังเข้ากระแสท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
แม้ฟ้าฝนหรือลมแดดไม่เป็นใจ ทว่าคนคิดจะออกนอกบ้าน อยากเที่ยว อยากไปเห็นเมือง ผู้คน อาหารการกิน ถิ่นเมืองเก่า ย่านที่อยู่อาศัย วิถีชุมชนเหล่านี้สะท้อนถึงรากเหง้า อัตลักษณ์ และส่งต่อวัฒนธรรมหลากหลาย
รุ่นสู่รุ่น จากทรงวาดถึงตลาดน้อย
ถนนทรงวาด กำลังอินเทรนด์ เดินไปกินไป ชิมมัทฉะที่กำลังฮิตตลอดเส้นทรงวาด หรือจิบกาแฟในร้านอินดี้ ร้านกาแฟในซอยลับ แวะชมงานศิลปะในอาร์ตแกลเลอรี หิวก็กิน อาหารก็สายสตรีท ไทย จีน ญี่ปุ่น อาหารสเปนก็มี เชฟเทเบิ้ลก็มา ร้านขายเครื่องประดับ ขายเครื่องหอม ฯลฯ
ร้านขายอุปกรณ์ตกปลาบนถนนทรงวาด ก่อตั้งมาร้อยกว่าปีแล้ว
ที่มาของชื่อ “ทรงวาด” สืบเนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ในย่านสำเพ็งที่แออัด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระหัตถ์วาดแนวถนนลงบนแผนที่ เมื่อปี พ.ศ.2499 ทรงมีพระราชดำริตัดถนนเส้นใหม่ขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อจัดระเบียบผังเมืองและป้องกันอัคคีภัย
ถนนทรงวาด แหล่งขายข้าว ธัญพืช หอม กระเทียม และเครื่องเทศ
จากทรงวาดเดินยาวราว 1 กม. เพื่อไปถึง ตลาดน้อย ฉายา เซียงกงริมน้ำ ถนนสายเดียวกันแต่บรรยากาศแตกต่างกัน
ร้านอาหารสเปนที่ถนนทรงวาด
สตรีทเพนท์ติ้งร้านกู่หลงเปา
ระหว่างทางเดินที่เล็กและแคบของทรงวาด ต้องหลบให้เจ้าถิ่นที่กำลังขนของประกอบสัมมาชีพ แบกของมาตั้งขายหน้าร้าน หรือขนของเข้าร้าน ตั้งแต่หอม กระเทียม เครื่องเทศ ธัญพืชสารพัด ของเล่นเด็ก ของใช้ในบ้าน ฯลฯ หน้าบ้านหรือร้านเล็กแคบ แต่ด้านหลังคือโกดังเก็บสินค้า หัวใจคือตั้งอยู่ริมน้ำ เมื่อสินค้าขนส่งทางเรือก็ขนเข้าโกดัง ทุกวันนี้หลายบ้านยังมีโกดัง (ที่มองไม่เห็น) ธุรกิจครอบครัวยังดำเนินต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ร้านกาแฟ Lost in ทรงวาด อยู่ในซอยลับในบ้านเก่าอายุกว่าร้อยปี
ปัจจุบันทรงวาด ย่านเมืองเก่าใจกลางเมืองได้รับการปรุงแต่งผ่านกระบวนการ Gentrification พัฒนาให้สวยงามและทันสมัยขึ้น ปรับให้เป็นย่านการค้า ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเที่ยว มาใช้ชีวิต ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต้องค่อย ๆ ปรับและพัฒนากันต่อไป
ระหว่างทางเดินจากทรงวาดถึงตลาดน้อย
เมื่อเดินเลียบถนนทรงวาดถึง ตลาดน้อย ถนนแม้กว้างกว่า ทว่าสองข้างทางยังคงเป็นร้านรวงต่าง ๆ ที่ตั้งสินค้าวางหน้าร้าน บนทางเท้า ถ้าทรงวาดเป็น “ร้านขายของชำ” ตลาดน้อยคือ “ร้านขายเหล็ก” ดูเขรอะกว่า หนักแน่นกว่า มีผู้ใช้แรงงานแบกหามสินค้าที่ใหญ่กว่า หนักกว่า
และต้องเดินหลบหลีกให้ถูกทาง ฝ่าด่านสินค้าและผู้คนจนถึงรถที่สัญจรไปมา ที่จอดบ้าง รอจะจอดบ้าง รอขนส่งสินค้าบ้าง ยังมีสายไฟที่บ้างห้อยระโยงระยาง แต่ขยะก็จัดเก็บค่อนข้างเป็นที่เป็นทาง
หุ่นทรานส์ฟอร์เมอร์ สัญลักษณ์ “เซียงกงริมน้ำ” ย่านตลาดน้อย
ร้าน “อีกา” บนทรงวาดจัดเชฟเทเบิ้ล
นี่คือ เสน่ห์ของทรงวาดและตลาดน้อย ชุมชนที่บอกเล่ารากเหง้าชาวกรุงใจกลางพระนคร เหล่าคนเมืองที่อาศัยปะปนกับเพื่อนร่วมโลก ต่างสัญชาติต่างภาษาบ้าง แต่เราก็อยู่ร่วมกันมาเนิ่นนาน
พิพิธตลาดน้อย เซียงกงสุดเท่ริมน้ำ
จากทรงวาดเดินตรงยาวเกือบถึงสี่แยกทรานส์ฟอร์เมอร์ หรือสี่แยกเจริญกรุงตัดกับถนนทรงวาดและถนนข้าวหลาม ที่เรียก “ทรานส์ฟอร์เมอร์” เพราะหุ่นยนต์ตั้งโชว์หล่ออยู่ตรงสี่แยก จัดทำโดยผู้ค้าย่านเซียงกงเยาวราช นำอะไหล่มือสองมาประกอบร่าง กลายเป็นสัญลักษณ์สร้างสรรค์ของที่นี่
ก่อนไปถึงจุดนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าซอยภาณุรังษี ถ้าถามชาวบ้านจะบอกว่าชื่อซอย “กรมเจ้าท่า” อันเป็นที่ตั้งของ พิพิธตลาดน้อย มิวเซียมที่บันทึกเรื่องราวและผู้คนย่านตลาดน้อย หรือ “ตะลักเกี๊ยะ” ในภาษาแต้จิ๋ว
พิพิธตลาดน้อย ในซอยภาณุรังษี
พิพิธตลาดน้อย ริมน้ำเจ้าพระยา
ถ้าทรงวาดขนข้าวสาร หอม กระเทียม ตะลักเกี๊ยะก็ขนอะไรที่ใหญ่และหนัก เป็นศูนย์กลางการค้าขายริมน้ำที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ต้นยุครัตนโกสินทร์ เพราะของใหญ่และหนักคือเครื่องเหล็กและอะไหล่ใช้แล้วที่เรียกว่า “เซียงกง” บริเวณนี้จึงมีโรงกลึง โรงเชื่อม โรงซ่อมเครื่องจักร กองเหล็ก ขี้สนิม คราบน้ำมัน ดูไม่สวยสะอาดแต่คือของแท้ ยังมีตรอกซอกซอยที่ลัดไปเลาะมาก็จะไปถึงเจริญกรุง สำเพ็ง เยาวราช และชุมชนชาวบ้าน เมื่อมีบ้านก็มีศาลเจ้าจีน มีร้านอาหารแบบบ้าน ๆ ชาวบ้านทำเองขายเอง
พิพิธภัณฑ์ชุมชนจีนริมเจ้าพระยา
การปรับแต่งย่านเก่าให้เป็นสตรีทอาร์ตมีหลายจุดในย่านตลาดน้อย ต้องมีเวลาเต็มวันเพื่อสำรวจและชื่นชม หรือเข้าไปชมมิวเซียมก็พอได้เรื่องราว
พื้นที่จัดแสดงวิดีทัศน์ชุมชนชาวจีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พิพิธตลาดน้อย โดยกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และชาวบ้านชุมชนตลาดน้อย ได้ร่วมกันเปลี่ยนพื้นที่ริมน้ำให้กลายเป็นมิวเซียม ตัวอาคารสร้างเลียนแบบโรงกลึงเก่าซึ่งมีหน้าแคบ หลังคาสูง จัดแสดงนิทรรศการบอกเล่าประวัติศาสตร์และสังคมของชุมชนย่านตลาดน้อย
พิพิธตลาดน้อย
เช่น ชุมชนช่างจีนต้นรัตนโกสินทร์ จากบ้านโรงกระทะเป็นบ้านช่างหลอมจีน ภาพโรงกลึงต่าง ๆ มีบ้านทรงจีน ศาลเจ้าจีน วัดญวณ วัดไทย และโบสถ์คริสต์ บันทึกไว้ว่า ตลาดน้อยมีคนไทยเชื้อสายจีนครบ 5 ภาษาคือ ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว ฮากกา (แคะ) กวางตุ้ง และไหหลำ
ป๋องแป๋งในพิพิธตลาดน้อย
อาหารย่านนี้จึงน่าสนใจยิ่ง จะหาเวลาไปสำรวจอีกครั้ง เดินไปกินไปช่างมีความสุข...
ตุ๊ตา อาร์ตทอยส์ฝีมือคนไทยบนถนนทรงวาด
ตุ๊ตามาทรงวาดแล้ว
ตุ๊ตา (Tuta) เด็กสาวจากดาว TT195 มาใช้ชีวิตเป็นวัยรุ่น Gen Z บนโลกมนุษย์ เธอยังไร้เดียงสา ไม่รู้จักสังคม ไม่รู้จะวางตัวยังไง แต่เธอมองโลกแง่บวก ๆ ๆ จึงอยากส่งคำถามเรื่องราวของโลกมนุษย์ และความคิดพลังบวกให้ชาวโลก
เทส ทอยส์ ฟาร์มาซี บนถนนทรงวาด
คาแรกเตอร์น่ารัก ๆ ของตุ๊ตา พาตัวเองมาให้ทุกคนรู้จักแล้ว ณ ร้าน Taste Toys Pharmacy (เทสทอยส์ ฟาร์มาซี) ซึ่งตั้งใจให้เป็น ร้านขายยาทางใจ มีตุ๊ตาไว้ปลอบประโลมจิตใจ ส่งต่อพลังงานดี ๆ สู่ทุกคน
อักษร จันทรโรจน์วานิช ผู้สร้าง “ตุ๊ตา”
ตุ๊ตา สร้างสรรค์โดย อักษร จันทรโรจน์วานิช ผู้บริหาร เทค ทอยส์ ที่นำเข้าอาร์ตทอยส์คาแรกเตอร์ชื่อดังจากต่างประเทศมานาน 6 ปี เช่น ม่อนชิชิ (Monchhichi), แคร์แบร์ (Care Bears), เทเลทับบีส์ (Teletubbies), คาแรกเตอร์การ์ตูนขวัญใจทุกคนจากดิสนีย์ ฯลฯ
ปีนี้ทีมงานนักออกแบบสร้างสรรค์ของ เทค ทอยส์ ได้ระดมสมองในการออกแบบคาแรกเตอร์สัญชาติไทยแท้ ใช้เวลากว่า 1 ปีในการพัฒนาคาแรกเตอร์นี้ ให้มีความสมบูรณ์แบบจนได้น้อง “ตุ๊ตา” ออกมานำเสนอคนรักอาร์ตทอยส์
คนสร้างตุ๊ตา บอกว่า “เรามองว่าทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองหาสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและเติมความสุขในแต่ละวัน ‘ตุ๊ตา’ จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างคาแรกเตอร์ที่ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงได้ และเป็นตัวแทนของมุมมองและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตและใช้ชีวิตไปพร้อมกับทุกคน”
ตุ๊ตา ในรูปแบบป๊อปอัพ เทสทอยส์ ฟาร์มาซี ที่ทรงวาด ย่านประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ สัมผัสเรื่องราวของ ‘ตุ๊ตา’ เป็นเหมือนที่พักใจจากความวุ่นวาย โดยตุ๊ตาจะอยู่ที่นี่ 3 เดือน


