วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน

"ตาก" เป็นจังหวัดชายแดนภาคตะวันตกของไทย แต่ด้วยการแบ่งในทางการปกครอง และการท่องเที่ยว ตากจึงถูกจัดอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง ที่นี่รายล้อมด้วยธรรมชาติป่าเขาที่สมบูรณ์ ผสานประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์วิถีท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เมื่อได้เที่ยวสักครั้งก็ยากจะลืมเลือน

ตาก มีประวัติศาสตร์เล่าขานกันมายาวนานว่าในอดีตเป็นเมืองที่มีชาวมอญอยู่มาก่อน ในบางยุคถูกบันทึกไว้ว่าเคยถูกทิ้งเป็นเมืองร้างช่วงหนึ่ง จนพระนางจามเทวีเสด็จทางชลมารคจึงได้พบเศษซากร่องรอยกำแพงเมือง จึงโปรดให้สร้างเป็นบ้านเมืองใหม่ชื่อว่า “เมืองตาก” ต่อมายังเป็นสถานที่ที่เป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกษัตริย์ในแต่ละยุคสมัยด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง และทรงยกทัพกลับราชอาณาจักรไทยโดยผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงนำทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือและได้สร้างวัดพระนารายณ์ที่เชิงสะพานกิตติขจรปัจจุบัน และ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตาก และต่อมา พ.ศ.2310 เกิดการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระองค์ได้เป็นผู้นำขับไล่ทหารพม่า ถือเป็นผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยจากพม่า 

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ

ปัจจุบัน จังหวัดตาก ไม่ได้เด่นแค่เป็นสถานที่แห่งการศึกษาประวัติศาสตร์เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสู่การค้าชายแดน และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายหลายที่อีกด้วย และด้วยความที่ในอดีตที่นี่เป็นสถานที่หลอมรวมความหลากหลายของชาติพันธุ์ จึงทำให้เมื่อเราได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นจริงๆ จึงยากที่จะลืมเลือนมนต์เสน่ห์ได้ หากใครได้ไปเที่ยวลองไปเช็กอินสถานที่แนะนำตามนี้ดู รับรองว่านอกจากจะได้ภาพที่สวยงามแล้วยังได้รอยยิ้มอิ่มสุขกลับมาด้วย

ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เมื่อมาถึง จังหวัดตาก สถานที่แรกที่ควรไปก่อนที่ใดเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลเลยก็คือ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งที่นี่เป็นศาลคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2490 และด้วยวีรกรรมของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน จึงทำให้มีผู้ศรัทธาเข้ากราบไหว้และขอพรเป็นจำนวนมาก บ้างว่าขออะไรมักสัมฤทธิ์ผลหากประกอบกรรมดีอยู่เป็นนิจ จึงทำให้บริเวณของศาลนั้นคราคร่ำไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกับรูปปั้นม้าศึก ช้างศึก ที่ต่างขนกันมาถวายเพื่อเพิ่มบารมีให้กับกองทัพของพระองค์ และไก่ชนกีฬาที่พระองค์ทรงโปรด

พระบรมรูปจะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งในช่วงเย็นเมื่อมองออกไปจากทางหน้าศาลฯ จะเห็นวิวแสงสีของสะพานตากสินมหาราชานุสรณ์ที่มีฉากหลังเป็น “ภูเขาสองพี่น้อง” ที่สวยงามสมฉายา “ฟูจิเมืองตาก” อีกด้วย

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ

สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

ไม่ไกลกันนักจาก ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีอีกหนึ่งจุดชมวิวแม่น้ำปิงและถ่ายรูปสุดฮิตที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ที่นี่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 เพื่อเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี มีความกว้างของสะพานกว่า 2.5 เมตร ยาวถึง 700 เมตร พื้นไม้โยงยึดลวดสลิงขนาดใหญ่ ช่วงเช้าและเย็นจะเป็นจุดที่ผู้คนพากันมาวิ่งออกกำลังกายรวมถึงถ่ายรูปมากมาย และบริเวณตรงด้านหน้าก่อนข้ามสะพานจะมีอาคารกิตติคุณ ซึ่งอาคารนี้จุดเด่นอยู่ที่ด้านบนหลังคาจะเป็นรูปทรงหมวกสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีเอกลักษณ์ซึ่งจุดนี้ก็เป็นอีกจุดที่สามารถถ่ายรูปได้สวยเช่นกัน

ไฮไลต์เด็ดของปีจะอยู่ที่ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1000 ดวง ซึ่งเป็นพิธีขอขมาพระแม่คงคา ลอยทุกข์โศกโรคภัยให้พ้นไป โดยจะมีการนำกระทงกะลาที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาจุดเทียนขี้ผึ้งแล้วปล่อยลอยไหลต่อกันเป็นสายยาวตามร่องน้ำของแม่น้ำปิงยามค่ำคืน แสงจากประทีปช่วยทำให้บรรยากาศโดยรอบสวยงามมากยิ่งขึ้น

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ

วัดพระบรมธาตุ อ.บ้านตาก

สำหรับผู้ที่เกิดปีมะเมีย ควรไปสักการะพระบรมธาตุที่นี่สักครั้ง เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะเมีย องค์พระเจดีย์​จำลองแบบจากเจดีย์​ชเวดากอง​ของพม่า สีทองสวยงาม ภายในวัดประดิษฐานหลวงพ่อทันใจ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่จังหวัดตาก ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่า วัดพระเจ้าทันใจ ผู้คนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้เป็นประจำมิได้ขาดเพื่อขอพร ซึ่งเชื่อกันว่าขอสิ่งใดมักสำเร็จรวดเร็วสมดั่งใจปรารถนา วัดพระบรมธาตุ บ้านตาก จึงถือเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่คนในพื้นที่นับถืออย่างสูง เเละเมื่อขอพรได้สมใจส่วนมากก็จะกลับมาอีกครั้งเพื่อแก้บน ซึ่งของที่นิยมนำมาถวายก็คือ ไข่ต้มและผลไม้ ด้วยถือว่าเป็นของบริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ

วัดไทยวัฒนาราม อ.แม่สอด

วัดไทยวัฒนาราม เดิมชื่อวัดแม่ตาวเงี้ยว หรือวัดไทยใหญ่ เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพม่า สร้างเมื่อ พ.ศ.2400 โดยนายมุ้ง เป็นชาวรัฐฉาน ที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่อำเภอแม่สอด และได้เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “หมื่นอาจคำแหงหาญ” และในปี พ.ศ. 2500 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้เป็นวัดพระพุทธศาสนาสังกัดกรมศาสนา ภายในวัดมีพระประธานคือ “พระพุทธมหามุนี” เป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุนีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑะเลย์

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน

บริเวณวัดยังมีรูปปั้นหงส์คู่สีทอง โดยหงส์ตัวบนมีความเชื่อว่าเป็นหงส์ตัวเมีย ส่วนตัวล่างเป็นตัวผู้ ซึ่งตามตำนานเมืองที่จารึกไว้เป็นภาษามอญว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงยังดินแดนแห่งนี้ได้ทอดพระเนตรเห็นหงส์ทอง 2 ตัวเล่นน้ำอยู่ จึงได้ทำนายว่าในภายภาคหน้าเมืองนี้จะกลายเป็นมหานครชื่อว่า “เมืองหงสาวดี” ภายหลังดินแดนที่มีหงส์ทอง 2 ตัวลงเล่นน้ำก็ได้กลายเป็นราชธานีในเวลาต่อมา 

นอกจากนั้น วัดไทยวัฒนาราม ยังมีพระเจดีย์โกนาวิน ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ได้รับศิลปะมาจากเจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมา อีกทั้งยังมีพระพุทธรูป เทวดา และสัตว์ประจำวันเกิด ให้ได้ทำบุญและสวดเทวดาเสวยอายุอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งวัดที่มีความสวยงาม อีกทั้งยังได้สัมผัสประเพณีวัฒนธรรมพื้นถิ่นที่แตกต่าง หากได้ลองไปสักครั้งจะประทับใจไม่รู้ลืม

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ

ชุมชนท่องเที่ยวบ้านแม่กาษา อ.แม่สอด

ปิดท้ายกันด้วยการสัมผัสและเรียนรู้วิถีชีวิตคนพื้นถิ่นของ เมืองตาก ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่มารอต้อนรับ ความเป็นชุมชนเข้มแข็ง สุขภาพกายใจแข็งแรง ทำทุกสิ่งตามวิถีอย่างมีความสุข และเมื่อได้เข้าไปในวิสาหกิจชุมชนฮักนะแม่กาษาที่นี่จะมีสอนการทำอาหารและขนมพื้นถิ่นที่ชื่อว่า “ขนมว้อง” ขนมโบราณประจำชุมชน ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหน้าตาจะมีส่วนคล้ายกับขนมพื้นถิ่นที่ชื่อว่า “ขนมเจาะหู” ของทางใต้อยู่เหมือนกัน แต่รสชาติจะต่างกันออกไปไม่เหมือนกันเลย นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของแต่ละท้องถิ่นเลยก็ว่าได้ นอกจากขนมว้องแล้วผู้สูงอายุในชุมชนยังคะยั้นคะยอให้ผู้มาเยือนได้ลองชิมอาหารท้องถิ่นอีกหลากหลายอย่าง แต่ที่ประทับใจคือ “ยำผีปู่ย่า” ที่หากไม่ไปที่ชุมชนคงหากินได้ยากมาก

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน

นอกจากจะสอนทำของกินแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่ยังโชว์ความแข็งแรงโดยเปิดการแสดงต้อนรับทางวัฒนธรรมให้ชมอีกด้วย นับว่ามาสัมผัสวิถีชีวิตพื้นถิ่นที่นี่หนึ่งวันไม่เพียงพอจริงๆ เพราะยังมีสอนศิลปะการปั่นฝ้าย การทอผ้า การทำผ้าพิมพ์ลายด้วยใบไม้อีกด้วย หากมีเวลาอยู่ที่นี่อีกหลายวันก็จะได้สัมผัสถึงวิถีท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น เช่น การปลูกผัก งานหัตถกรรมพื้นบ้านอย่างทำไม้กวาด เป็นต้น สนใจมาสัมผัสประสบการณ์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิตพื้นถิ่นแบบอบอุ่นอิ่มท้องและอิ่มใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่ ฮักนะ แม่กาษา

สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติ อัตลักษณ์พื้นถิ่น ‘เมืองตาก’ ที่ยากจะลืมเลือน ภาพโดย ประชา เอี่ยมประดิษฐ์ภัณ