งานเปิดตัวหนังสือ ‘มาสร้างป่ายั่งยืน 9,000 ปี โดยวิธีมิยาวากิ’ และ ‘ป่าแห่งชีวิต ในกรุงโตเกียว’ เพื่อเผยแพร่การปลูกป่าที่ใช้เวลาสั้นที่สุด
KEY POINTS
- การจัดงานเปิดตัวหนังสือ 2 เล่มของ ศ.ดร.อากิระ มิยาวากิ คือ ‘มาสร้างป่ายั่งยืน 9,000 ปี โดยวิธีมิยาวากิ’ และ ‘ป่าแห่งชีวิต ในกรุงโตเกียว’
- วิธีมิยาวากิคือการสร้างระบบนิเวศป่าโดยใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น ปลูกอย่างหนาแน่นเพื่อเร่งการเติบโตให้เร็วกว่าวิธีปกติ 10 เท่า
- โครงการ The Forestias และไร่เชิญตะวัน เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการนำแนวคิดนี้มาสร้างป่ากลางเมืองที่อุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย
ในป่ากลางเมืองย่านบางนา The Forestias by MQDC ร่วมกับ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ และไร่เชิญตะวัน จัดงานเปิดตัวหนังสือ มาสร้างป่ายั่งยืน 9,000 ปี โดยวิถีมิยาวากิ ฉบับอ่านง่าย และ ป่าแห่งชีวิต ในกรุงโตเกียว ของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและแนวทางการสร้างป่าด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ณ อาคาร Forest Pavilion ในโครงการ The Forestias by MQDC ถนนบางนา–ตราด กม.7 จ.สมุทรปราการ
'ป่าในเมือง' อายุ 7 ปี
"The Forestias เป็นโครงการที่เรามีแนวคิดอยากจะสร้าง Happy and Healthy Living Community อยากจะสร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยี่ยมชมสามารถมีความสุขและมีสุขภาพดีมากที่สุด สิ่งที่จะทำให้เกิดขึ้นได้ คือการมีธรรมชาติที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันกับเขา และสัมผัสเขาได้ทุกวัน ตอนเริ่มต้นโครงการเราพยายามเสาะหาศึกษาวิธีการสร้างป่าหลายวิธีมาก ๆ สุดท้ายวิธีที่เราคิดว่าดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด คือวิธีการปลูกป่าแบบท่านอาจารย์อากิระ มิยาวากิ
ในฐานะที่เป็นตัวแทนของบริษัท MQDC และโปรเจกต์โครงการ The Forestias เราภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เปิดตัวหนังสือของอาจารย์มิยาวากิในที่นี้ แล้วป่าของ Forestias ก็เป็นหลักฐานแสดงความอัจฉริยภาพของอาจารย์มิยาวากิ"
กิตติพันธ์ุ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ The Forestias กล่าวในงาน
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เราอยู่กันมาตั้งแต่เริ่มปลูกต้นกล้าไม้ จนเข้าปีที่ 7 แล้ว เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง การเติบโตที่สวยงาม และทำให้เราแปลกใจตลอด ผมได้อ่านหนังสือของอาจารย์ วัตถุประสงค์ที่อาจารย์เขียนไว้ ความตั้งใจอยากจะให้ป่าไม่ได้มีอายุเพียงแค่สั้น ๆ แต่พูดถึงการสร้างป่าที่มีอายุ 9,000 ปี ไปถึงยุคน้ำแข็งหน้า เราภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในความตั้งใจนั้น"
'ป่า' อายุ 3 ปี ที่ไร่เชิญตะวัน
"ที่นี่ The Forestias เป็นจุดกำเนิดของโครงการปลูกป่ามิยาวากิ เมื่อทีมงานบอกว่าจะเปิดตัวหนังสือปลูกป่ามิยาวากิ 9,000 ปี ณ สถานที่แห่งนี้ พระอาจารย์ก็ดีใจมาก เพราะว่าพระอาจารย์เริ่มปลูกป่ามิยาวากิเพราะได้มาเยี่ยมโครงการที่นี่ ตอนนั้นป่าที่นี่ 3 ปี แค่ 3 ปี ก็ประทับใจแล้ว
จึงขอยืมทีมปลูกไปปลูกป่าแบบนี้ที่ไร่เชิญตะวัน เวลาผ่านไป 3 ปี พระอาจารย์ก็เที่ยวอวดเขาไปทั่วว่าป่ามิยาวากิเราสวย แต่เมื่อมาถึงได้ชมป่าที่นี่อีกครั้งอายุ 7 ปี เราคืออนุบาลไปเลย มันเป็นป่าในกรุงที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์มาก ๆ สุขภาพดีใบมันวับ กิ่งก้านสาขาอ้วน มันไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่มันคือป่า"
พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) บรรยายเรื่องการปลูกป่ามิยาวากิ
Cr. Kanok Shokjaratkul
"เมื่อพระอาจารย์ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ อาจารย์มิยาวากิจะใช้คำว่า สร้างป่า แทน ปลูกป่า เพราะการปลูกป่า มันได้ต้นไม้เป็นต้น ๆ แต่การสร้างป่า เราได้ระบบนิเวศ ecosystem ของป่า ป่ามิยาวากิ คือการปลูกป่าแบบจำลองธรรมชาติ จุดเด่นคือ มันแข่งขันกันวิ่งไปหาแสง จึงใช้เวลาสั้นมาก ป่าทั่วไปใช้เวลาปลูก 100 ปี แต่วิธีมิยาวากิ 10 ปี ป่าแบบนี้เหมาะกับคนใจร้อน คืออยากเห็นป่าเร็ว ๆ
พระอาจารย์เปลี่ยนป่าเสื่อมโทรมของไร่เชิญตะวัน ให้กลายเป็นป่าที่มีชีวิตชีวาด้วยวิธีมิยาวากิ เพื่อใช้เป็นสถานที่ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ในมุมมองของพุทธศาสนา ป่าเป็นธรรมนิเวศ ที่ก่อให้เกิดพระอรหันต์ ป่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งความรู้แจ้งสำหรับคนทั่วไป
Cr. Kanok Shokjaratkul
พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในคืนวันเพ็ญ วันที่ธรรมชาติสวยงามที่สุด ใต้ต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ พระพุทธองค์ตรัสว่า ทำเลที่เราเลือกเพื่อตรัสรู้ จะต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ 1) ฉายูทกสมบัติ ถึงพร้อมด้วยร่มไม้และสายน้ำ 2) ภูมิภาคสมบัติ ผืนแผ่นดินถิ่นที่ต้องปลอดภัย 3) คมนาคมสมบัติ การเดินทางไปมาหาสู่สะดวก 4) ปุริสสมบัติ มีกัลยาณมิตร มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์อยู่ในท้องที่นั้น ๆ
จะเห็นได้ว่าชัยภูมิที่เลือกเพื่อตรัสรู้ เริ่มด้วยฉายูทกสมบัติ ฉายูมาจากฉายาแปลว่าร่มเงา อุทกะแปลว่าน้ำ รวมกันเป็นฉายูทกสมบัติ แปลว่าถึงพร้อมด้วยร่มไม้และสายน้ำ ป่าหรือระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นดัชนีชี้วัดตัวที่ 1 ใน 4 ของทำเลที่เลือกนั่งประทับตรัสรู้ พระองค์ท่านตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ ใต้ต้นไทร ใต้ต้นไผ่ ใต้ต้นสะเดา ใต้ต้นรัง
พระอาจารย์ต่อยอดการปลูกป่ามิยาวากิในเมืองไทย ด้วยการก่อตั้งกลุ่มเยาวชนที่มาเรียนรู้วิธีปลูกป่ามิยาวากิ ตั้งชื่อว่า กลุ่มรุกขเทวดา เพื่อดูแลป่า ดูแลเขา ป่าที่เราปลูกเฟส 1 อายุประมาณ 3 ปี มีเห็ดงอกจากผิวดิน หน่อไม้ แมลง ผีเสื้อ นก อากาศสดชื่นรื่นเย็น แปลงล่าสุดที่เราปลูกเชื่อมโยงความกตัญญูกับการปลูกป่า"
Cr. Kanok Shokjaratkul
มีพื้นที่ 1 ตารางเมตร ก็ปลูกได้
"ผมได้ปลูกป่าแบบมิยาวากิในประเทศไทยมาแล้ว 35 ปี มันสามารถยืนหยัดต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นประโยชน์กับชาวบ้านที่ไปเก็บเห็ดเก็บหน่อไม้ ลดฝุ่น เก็บน้ำ ผมเรียนกับอาจารย์มิยาวากิ 4 ปี ท่านมองเห็นปัญหาน้ำท่วม สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ปัญหาฝุ่น ปัญหา climate change เลยคิดวิธีนี้มา 50 ปีแล้ว
ทฤษฎีมิยาวากิว่าด้วยเรื่องของการฟื้นฟูระบบนิเวศ ไม่ใช่ปลูกป่า แต่คือการปลูกต้นไม้ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยระยะเวลาสั้น ปกติป่าจะเกิดขึ้นมา 100 ปี แต่เราสามารถสร้างได้ใน 10 ปี ซึ่งโครงการ The Forestias พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า 7 ปี ก็เป็นป่าแล้ว"
ดร.สิรินทร์ แก้วละเอียด ผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ ผู้นำแนวคิดการปลูกป่าแบบมิยาวากิ ในประเทศไทย พูดในงานเสวนา
Cr. Kanok Shokjaratkul
"หนังสือเล่มนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น 700 กว่าหน้า แปลออกมาเป็นภาษาไทย 600 กว่าหน้า อ่านแล้วจะรู้วิธีการเทคนิคต่าง ๆ การเลือกไม้ท้องถิ่น การปลูกถี่ ปลูกแน่น การปลูกที่เป็นเรือนยอด ตั้งแต่ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นชั้นสูง ไม้เตี้ย
อาจารย์มิยาวากิปลูกต้นไม้ในญี่ปุ่น 35 ล้านต้น นอกญี่ปุ่นกว่า 5 ล้านต้น เวลาเขาพูดถึงอาจารย์มิยาวากิจะพูดว่า ชายผู้ปลูกต้นไม้ 40 ล้านต้นทั่วโลก ซึ่งพื้นที่แค่ 1 ตารางเมตรในบ้านก็สามารถปลูกได้ ไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม มาดูของจริงได้ที่นี่ The Forestias และที่ไร่เชิญตะวัน
อาจารย์มิยาวากิปลูกป่าแบบนี้ในญี่ปุ่นมาแล้ว 2,773 แห่ง และ 164 แห่งใน 19 ประเทศทั่วโลก ทำให้ต้นไม้เติบโตอย่างรวดเร็ว"
Cr. Kanok Shokjaratkul
"หลักการของมิยาวากิ มีว่า 1) คัดเลือกพันธุ์ไม้ท้องถิ่น ใช้ native species ที่มีความสามารถปรับสภาพดิน น้ำ ลม ไฟ ผ่านร้อนผ่านหนาว ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม ความแห้งแล้งได้ดี 2) เพาะจากเมล็ด ไม่ต้องใช้ไม้ล้อมขนาดใหญ่ ที่รากถูกทำลาย การเพาะเมล็ดทำให้ระบบรากแข็งแรงทนทาน
3) ปลูกคละชนิดกัน และปลูกถี่ หลาย ๆ ชนิดมาปลูกในที่เดียวกัน ตารางเมตรหนึ่ง 3-4 ต้น เพื่อให้ต้นไม้เหล่านี้ได้แย่งกันเจริญเติบโต แข่งขันกันหาแสงขึ้นมา ทำให้ต้นไม้มีความสูงเจริญเติบโตได้ดีกว่าการปลูกโดยทั่ว ๆ ไป
4) เวลาปลูกต้นไม้ ให้เลือกชนิดไม้ยืนต้นเป็นกลุ่มหนึ่ง, ไม้ยืนต้นชั้นรองเป็นกลุ่มสอง, ไม้พุ่มเป็นกลุ่มสาม และไม้พื้นล่างเป็นกลุ่มสี่ โครงสร้างทั้ง 4 จะช่วยให้มีความเป็นป่าธรรมชาติได้ดีขึ้น ไม่ได้ปลูกชั้นเดียวหรือสองชั้น แต่ปลูกเลียนแบบโครงสร้างของป่าธรรมชาติประมาณ 4 ชั้นเป็นอย่างน้อย
ป่าใน The Forestias Cr. Kanok Shokjaratkul
5) เทคนิคก่อนปลูกต้องจุ่มน้ำ เพื่อให้ต้นไม้ได้รับความชื้น น้ำที่เราจุ่มลงไปจะเข้าไปแทรกในอณูของดิน ถ้าฝนไม่ตกสัก 2-3 อาทิตย์ ต้นไม้ก็ยังอยู่ได้ 6) ปลูกเสร็จใช้ฟางคลุมเพื่อเก็บความชื้นไว้ในดิน และฟางก็จะย่อยสลายเป็นปุ๋ย
การปลูกด้วยวิธีมิยาวากิ จะช่วยเร่งระยะเวลาของการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติให้เร็วขึ้น ทำให้ต้นไม้โตเร็ว ฟื้นฟูระบบนิเวศด้วยระยะเวลาอันสั้น ซึ่งทำมาแล้ว 35 ปีในประเทศไทย
ประโยชน์ที่จะได้รับ 1) ประโยชน์ส่วนบุคคล ทำงาน / พักผ่อน / ใช้ประโยชน์ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น 2) เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ในป่าอุณหภูมิจะต่ำกว่าข้างนอก 3-5 องศาเซลเซียส / ช่วยลดความร้อนในเมือง 3) ความสามารถในการเก็บน้ำ เมื่อฝนตกลงมาในพื้นที่ป่าน้ำจะซึมลงในดิน แต่ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์น้ำจะไหลเรื่อยไป การปลูกป่าทำให้เรามีสุขภาวะที่ดีขึ้น ยังไม่รวมถึงถ้าเราปลูกพืชอาหาร ก็เอาอาหารมารับประทานได้ ปลูกข่า ตะไคร้ ใต้ต้นยางนา ก็เป็นประโยชน์"
ป่าใน The Forestias Cr. Kanok Shokjaratkul
เบื้องหลังหนังสือ 'ป่าแห่งชีวิต ในกรุงโตเกียว'
"หนังสือเล่มนี้ 1) แปลมาจากหนังสือญี่ปุ่นชื่อภาษาอังกฤษว่า Recreate a Forest of Life Tokyo ประเด็นแรก ต้องนำมาเรียบเรียงใหม่ตามระดับเวลาที่ถูกต้อง
2) แผนที่กระดาษปี ค.ศ.1986 ที่อาจารย์มิยาวากิทำสารานุกรมขึ้นมาเป็นหนังสือ 10 เล่มใหญ่ ๆ อยู่ในห้องสมุดแห่งชาติในญี่ปุ่นหลายจังหวัดนั้น เป็นแผนที่อัตราส่วน 1:200,000 เราเคยได้ยินแต่แผนที่ 1:250,000, 1:500,000 1:50,000 ทำให้ไม่สามารถเข้าใจแผนที่ได้ ต้องทำการ digitalize ใหม่ทั้งหมด แล้วเรียบเรียงเก็บไว้ในเว็บไซต์เพื่อให้เข้าถึงได้"
ศ.ดร.อริยา อรุณินท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางการวางแผนภูมิทัศน์เชิงสุขภาวะและชีวสัมพันธ์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พูดในงานเสวนา
Cr. Kanok Shokjaratkul
"3) ต้องทำความเข้าใจเมืองญี่ปุ่น จังหวัดนี้เป็นอย่างนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอย่างนี้ เราต้องไปรีเสิร์ชใหม่หมดเพื่อหาไทม์ไลน์ หาผู้ว่าคนไหน ทำอะไร เกิดโครงการอะไร หรือบริษัทหรือโรงงานที่ไหน ปลูกอะไรไปแล้วบ้าง
4) รูปประกอบ illustration ในเล่มเป็นรูปขาวดำ ดูแล้วไม่รู้เป็นใคร ทำให้ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม"
หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับอาจารย์มิยาวากิมากขึ้น เพื่อบอกว่าทำไมการปลูกป่าถึงมีสรรพคุณมากมาย ทำไมที่ประเทศญี่ปุ่นและอาจารย์มิยาวากิที่สะสมประสบการณ์มากมายถึงได้นำเสนอป่าแห่งชีวิตให้กับพวกเรา"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
ป่าใน The Forestias Cr. Kanok Shokjaratkul





