วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน 2569

Login
Login

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Big Bad Wolf Books จัดงานครบรอบ 10 ปี ขยายพื้นที่สองเท่า ลด 95% ณ PLATINUM POP ราชประสงค์ วันที่ 2–13 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00-24.00 น.

KEY POINTS

  • งานหนังสือ 'Big Bad Wolf Books' ฉลองครบรอบ 10 ปี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–13 ต.ค. 69 ณ PLATINUM POP ราชประสงค์
  • รวบรวมหนังสือภาษาอังกฤษกว่า 1 ล้านเล่ม พร้อมส่วนลดสูงสุด 95% และมีโซน Clearance Sale ราคาเริ่มต้น 20 บาท
  • ขยายพื้นที่จัดงานเป็น 2 ชั้น และขยายเวลาเปิดถึงเที่ยงคืน (10.00 - 24.00 น.) เพื่อรองรับผู้ร่วมงานได้มากขึ้น

เทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษ Big Bad Wolf Books จัดงานฉลองครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย ขนหนังสือภาษาอังกฤษมากว่า 1 ล้านเล่ม จากสำนักพิมพ์ชั้นนำทั่วโลกเต็มพื้นที่ 2 ชั้น 60,000 ตารางฟุต พร้อมส่วนลด 95% ณ PLATINUM POP ราชประสงค์ วันที่ 2–13 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงเที่ยงคืน

ส่งต่อหนังสือดี ราคาถูก ให้กับคนทั่วโลก

"ตื่นเต้นมาก ๆ ที่ได้กลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานฉลองครบรอบ 10 ปี Big Bad Wolf Books ในประเทศไทยกับเรา จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นในปี 2009 ที่มาเลเซีย ด้วยพันธกิจที่อยากให้ผู้คนเข้าถึงหนังสือภาษาอังกฤษคุณภาพดีในราคาที่ทุกคนจับต้องได้

หลังจากจัดในมาเลเซียแล้ว เราคิดจะขยายไปต่างประเทศ ประเทศแรกที่ฉันนึกถึงคือประเทศไทย เพราะฉันรักประเทศไทยมาก เมื่อมีเวลาว่างฉันกับสามีมักจะขับรถจากมาเลเซียมาเที่ยวเมืองไทยเสมอ ขับไปตามเมืองเล็ก ๆ หมู่บ้านเล็ก ๆ ไปในที่ที่ไม่รู้จัก ฉันชอบแวะร้านหนังสือในไทยและซื้อนิตยสารท่องเที่ยวไทย ถึงแม้อ่านภาษาไทยไม่ออกสักคำ แต่ดูรูปแล้วเอาไปถามโรงแรมว่านี่คือที่ไหน แล้วก็เปิดแผนที่กระดาษขับรถไปตามหา

บางครั้งก็นำไปสู่กาญจนบุรี สังขละบุรี หรือขับไปบนถนนสาย 7 ไปชลบุรี ไปจนสุดชายแดนปอยเปต กัมพูชา ฉันเดินทางไปมาหลายที่ ทั้งสระบุรีไปดูทุ่งทานตะวัน ไปภาคอีสาน ไปช่องจอม ไปแม่ฮ่องสอน และอีกหลายแห่งทั่วไทย สิ่งที่ประทับใจที่สุดตลอดทางคือผู้คนชาวไทย พวกเขาเป็นคนน่ารัก อบอุ่น แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้มาก แต่ก็ช่วยเหลือและต้อนรับอย่างดี ชี้รูปสั่งอาหารก็ได้กินอาหารอร่อย ๆ และได้มิตรภาพงดงาม"

แจ็คเกอลีน อึ๊ง ผู้ร่วมก่อตั้ง Big Bad Wolf Books และเจ้าของร้านหนังสือ BookXcess ในมาเลเซีย ร้านหนังสือที่สวยที่สุดติดอันดับโลก และเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไปมาเลเซียต้องไปเยือน กล่าวเปิดงาน

 

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

"เมื่อตัดสินใจนำ Big Bad Wolf ออกนอกมาเลเซีย ประเทศแรกที่คิดถึงจึงเป็นประเทศไทย ช่วงนั้นฉันมาเที่ยวกรุงเทพฯ ตรงกับเทศกาลตรุษจีนพอดี ไปเดินตลาดนัดรัชดาตอนเที่ยงคืน เห็นคนแน่นมาก รู้สึกว่าเมืองนี้มีชีวิตชีวาแม้ในยามค่ำคืน สามีฉันพูดขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่นำ Big Bad Wolf มาจัดที่เมืองไทยล่ะ ตอนแรกฉันบอกว่า เป็นไปไม่ได้หรอก แค่จัดที่มาเลเซียก็เหนื่อยมากแล้ว ขนส่งโลจิสติกส์ข้ามประเทศเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่สามีตื่นเต้นมาก

เราจึงเริ่มวางแผนมาไทย ปี 2016 เราไปปรึกษาเพื่อนคนไทย ทุกคนต่างบอกตรงกันว่า เป็นไปไม่ได้หรอก คนไทยไม่ได้มีวัฒนธรรมรักการอ่าน  และที่สำคัญคือ คนไทยไม่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ไม่มีทางทำสำเร็จหรอก แต่พวกเราก็ดื้อดึงมุ่งมั่นจัดงานขึ้นจนได้

โดยจัดครั้งแรกที่ IMPACT เมืองทองธานี ปี 2016 ช่วงนั้น แม้แต่เจ้าของ IMPACT เองก็ยังกังขา เพราะเขาไม่เคยจัดงาน 24 ชั่วโมง ต่อเนื่อง 12 วันมาก่อน เขาคิดว่างานจะเงียบเหงาและไม่มีคนมา แต่พอวันงานเปิดจริง คนมางานแน่นมากจนเจ้าของ IMPACT ต้องมายืนดูตรงประตู และบอกว่า อาจจะต้องปิดประตูไม่ให้คนเข้าเพิ่ม เพราะคนแน่นจนแทบเบียดกันไม่ได้แล้ว ผลตอบรับจากคนไทยเกินคาดมาก ๆ และสิ่งที่ฉันซาบซึ้งใจที่สุดคือ กลุ่มเป้าหมายหลักของเราไม่ใช่ชาวต่างชาติ แต่คือคนท้องถิ่นชาวไทยที่ต้องการหนังสือภาษาอังกฤษคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้

ผ่านมา 10 ปี วันนี้มีลูกค้าเดินมาบอกฉันว่า หนูเคยมางานพี่ตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่เลย ตอนนี้พวกเขากลายเป็นคุณแม่คนใหม่ที่พาลูก ๆ ของตัวเองมาเลือกซื้อหนังสือในงาน การได้เห็นลูกค้าเติบโตมาพร้อมกับเราแบบนี้ คือประสบการณ์ที่เติมเต็มหัวใจและมีความสุขที่สุดของการมาจัดงานในประเทศไทย

เราเดินทางไปทั่วโลกเพื่อเจรจากับสำนักพิมพ์ต่าง ๆ นำหนังสือมาขายในราคาพิเศษสุดที่หาไม่ได้จากที่ไหน ในปี 2026 นี้ เรื่องส่วนลดเราจัดเต็มสูงสุดถึง 95% เหมือนเดิม และเป็นครั้งแรกที่มีโซน Clearance Sale นำหนังสือที่เหลือจำนวนไม่กี่เล่มในคลัง มาลดราคาเริ่มต้นเพียง 20 บาท ทุกคนสามารถมาเดินค้นหาเหมือนการค้นหาขุมทรัพย์ได้เลย เพราะบางเล่มอาจมีแค่ 1-2 เล่มเท่านั้น

เรื่องสถานที่ ปีนี้เรากลับมาจัดที่นี่ ที่เคยจัดเมื่อปี 2023 และ 2024 ครั้งก่อนหลายคนบอกว่าสถานที่เล็กไปเพราะมีแค่ชั้น G แต่ปีนี้เราขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 2 ชั้น คือ ชั้น G และ ชั้น M กว่า 60,000 ตารางฟุต ให้เดินเลือกซื้อได้อย่างสบาย ไม่แออัด และเรายังขยายเวลาเปิดให้บริการจนถึงเที่ยงคืน (10.00 - 24.00 น.) เพื่อให้คนที่เลิกงานหรือเดินทางมาจากต่างจังหวัดมีเวลาเดินเลือกซื้อได้อย่างจุใจ

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จหรือความภาคภูมิใจคือการวัดผลกระทบทางสังคม ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายอย่างเดียว ในปี 2016 ยอดขายหนังสือหมวด Fiction มีสัดส่วน 6% ของยอดขายทั้งหมด แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 13%-15% แสดงให้เห็นว่าเราได้สร้างนักอ่านรุ่นใหม่ขึ้นมาจริง ๆ

สิ่งที่เติมเต็มใจที่สุด คือการที่พ่อแม่พาลูก ๆ มาหา แล้วบอกว่า ลูกของเขาเติบโตมากับหนังสือ Big Bad Wolf ทำให้เด็กมีความมั่นใจ กล้าตั้งคำถาม กล้าแสดงออก และค้นพบตัวเอง หนังสือดี ๆ เพียง 1 เล่ม สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ ตามปรัชญาของเรา Changing the world one book at a time

ขอบคุณพาร์ทเนอร์ชาวไทย คุณตรัสวินและคุณริสรวล ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2017 ช่วยดึงสำนักพิมพ์ไทยมาร่วมงาน เพราะเราต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย"

งานแบ่งเป็น 3 โซนหลัก 86 หมวดหมู่

"หนังสือในงานแบ่งเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ หนังสือเด็ก (Children), Non-fiction และ Fiction ในแต่ละหมวดหลักถูกแบ่งเป็นหมวดย่อย 86 หมวดหมู่ (86 categories) สัดส่วนการจัดวาง หนังสือเด็ก (Children) เป็นหมวดที่ใหญ่ที่สุดเสมอ คิดเป็น 60% Non-fiction คิดเป็น 25% Fiction คิดเป็น 15% (เติบโตขึ้นจากอดีตที่เราเคยนำเข้ามาไม่ถึง 10%) กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมถึงคนที่มาหาซื้อหนังสือเป็นของขวัญให้เด็ก ๆ หรือญาติ

ยอดขายหนังสือเด็กจะมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดในทุกประเทศที่เราไปจัดงาน เมื่อปีที่แล้ว เรานำหนังสือเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยประมาณ 1 ล้านเล่ม

กลุ่ม Fiction ที่ขยายตัวมากขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากผู้อ่านกลุ่มใหม่ ๆ ที่เติบโตขึ้นตลอด 10 ปีที่เราจัดงานที่นี่ เด็กที่เคยเป็นเด็กเตาะแตะเมื่อ 10 ปีก่อนที่พ่อแม่เคยซื้อหนังสือเด็กให้ ตอนนี้เขาเติบโตเป็นวัยรุ่นและเริ่มซื้อหนังสือกลุ่ม Young Adult รวมถึงนิยายอ่านเอง

สอดคล้องกับพันธกิจของ Big Bad Wolf ที่เน้นการขายหนังสือในราคาที่จับต้องได้และเข้าถึงได้ เราเห็นเทรนด์การอ่านที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่พ่อแม่ซื้อให้ลูก แต่เป็นกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย และกลุ่มวัยรุ่นเริ่มทำงาน ที่เข้ามาซื้อหนังสืออ่านเอง ทั้ง Fiction และ Non-fiction"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

สถานการณ์การอ่านในมาเลเซีย

"ในมาเลเซีย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ภาษาแรกคือภาษามาเลย์ ในอดีตอัตราการอ่านค่อนข้างต่ำ ตั้งแต่เราเริ่มจัดงาน Big Bad Wolf และเปิดร้าน BookXcess ปี 2009 เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงและอัตราการอ่านที่เติบโตอย่างชัดเจนในปีที่ 5 นั่นคือปี 2015

ปัจจุบัน ถ้าคุณไปมาเลเซีย คุณจะเห็นเด็กและวัยรุ่นเข้าร้านหนังสือจำนวนมาก ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เคยเห็นเมื่อ 20 ปีก่อน เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT หรือขึ้นเครื่องบิน เราเริ่มเห็นคนหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน แม้กระทั่งเด็กเล็กอายุ 8-10 ขวบ จากเดิมที่เคยนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือขณะรอคอย ตอนนี้เริ่มหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

และสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ วัยรุ่นอายุ 16-18 ปี เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากโซเชียลมีเดียหันกลับมาหาหนังสือเล่ม เพราะพวกเขาเจอประสบการณ์เรื่อง Cyberbullying และข่าวขยะในโลกไซเบอร์ จึงเลือกที่จะปลีกตัวกลับมาอยู่กับหนังสือ

อีกทั้งรัฐบาลมาเลเซียมีนโยบายส่งเสริมการอ่านที่จริงจัง ในปีนี้จัดสรรงบประมาณ 250 ล้านริงกิต (คิดเป็นเงินไทยเกือบ 2,000 ล้านบาท) มอบเป็นคูปองดิจิทัลแก่นักเรียนระดับประถม มัธยม และนักศึกษามหาวิทยาลัยสัญชาติมาเลเซียนำไปซื้อหนังสือผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วประเทศรวมถึงเมืองเล็ก ๆ สามารถเข้าถึงหนังสือได้"

สถานการณ์อุตสาหกรรมหนังสือทั่วโลก

"ปริมาณการอ่านของประชากรลดลงจากการถูก Digital Disruption ยอดขายที่เป็นตัวเงินดูเหมือนเพิ่มขึ้น แต่เป็นผลมาจาก ภาวะเงินเฟ้อ ในความเป็นจริง จำนวนเล่มหนังสือที่ขายได้นั้นลดลง

ปัญหาเรื่องราคาและต้นทุนกระดาษ กระดาษสำหรับพิมพ์หนังสือทั่วโลกรวมกัน มีสัดส่วนเพียง 10% ของอุตสาหกรรมกระดาษทั้งหมด (ส่วนใหญ่ 90% เป็นกระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องสินค้า กล่องพิซซ่า) ดังนั้น โรงงานกระดาษจึงไม่ได้ปรับลดราคากระดาษหนังสือลงเพราะสัดส่วนการใช้น้อยมาก ตลาดหนังสือเป็น Massive Economy หากผลิตจำนวนน้อย ราคาต่อเล่มก็จะแพง

แนวทางแก้ไขในต่างประเทศ ประเทศฝรั่งเศส แจกคูปองสินค้าวัฒนธรรม (Cultural Vouchers) ให้เยาวชนนำไปซื้อหนังสือ ดนตรี โดยไม่จำกัดประเภทหนังสือ ส่วนประเทศเดนมาร์กและออสเตรเลีย ออกนโยบายจำกัดการใช้หน้าจอในโรงเรียน และจำกัดการใช้โซเชียลมีเดีย"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

การอ่าน เป็นทักษะสำคัญ ทำให้เราเอาตัวรอดได้

"วันแรกที่ได้ยินชื่อ Big Bad Wolf ยังสงสัยว่าชื่ออะไรเนี่ย ทำไมชื่อแบบนี้ พอได้เข้าไปดูงาน 2 ปีแรก ก็ประทับใจที่งานนี้ทำให้คนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น ในฐานะอดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (เป็นนายกฯ 4 ปี อยู่ในสมาคมฯกว่า 10 ปี) เข้าใจ Pain Point ของวงการหนังสือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องสต็อกหนังสือ

รู้สึกประทับใจที่คุณแจ็คเกอลีนและสามีมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการแก้ Pain Point นี้ และตั้งใจทำให้หนังสือเข้าถึงผู้คนได้กว้างขวางและง่ายดายยิ่งขึ้น เขารู้ว่าหนังสือดี ๆ จะทำยังไงให้ถึงมือผู้อ่าน เพราะถ้าราคาเป็นแบบนี้มันจะยาก ก็พยายามทำให้ราคามันต่ำลง

ตัดต้นทุนหลายอย่างที่ต้องเกิดขึ้น เช่น จัดงานแล้วต้องปูพรม ก็ตัดออก เพื่อให้ต้นทุนหนังสือขายได้ราคาต่ำสุด เรารู้สึก appreciate ในวิถีการทำธุรกิจแบบนี้ เราชอบอยู่แล้วที่จะทำให้ทุก ๆ บ้านมีหนังสือ ทุกบ้านที่มีเด็กต้องมีหนังสือของเด็ก นี่เป็นโอกาสของคนไทย ขอบคุณคุณแจ็คเกอลีนที่ให้โอกาสได้มาทำงานร่วมกัน"

ริสรวล อร่ามเจริญ กรรมการผู้จัดการ Plan For Kids เล่าถึงความร่วมมือกับงานนี้

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

"ดิฉันใช้ทั้งชีวิต explore มากับลูกของตัวเอง เรารู้เลยว่าเราใช้นิทานกับลูก เราใช้หนังสือกับลูก เราจะเป็นคนที่มีเหตุผล ลูกเราไม่ต้องเก่งเลิศเลอหรอก แต่เขาจะเอาตัวรอดด้วยวิถีที่ไม่ทำร้ายคนอื่น โลกมันจะอยู่อย่างสันติได้

โดยเฉพาะงานนี้ พ่อแม่ควรพาลูกมา ให้เวลาเขาสักชั่วโมงสองชั่วโมง ให้เขาเลือกเอง ถ้าเขาเลือกเรื่องอวกาศ ใครจะไปรู้ วันข้างหน้าเขาอาจจะได้ไปทำงานที่ NASA ก็ได้ อย่างที่คุณแจ็คเกอลีนบอก หนังสือเล่มหนึ่งอาจจะเปลี่ยนชีวิตได้ โอกาสดี ๆ แบบนี้ คุณจะหาหนังสือแบบนี้ในประเทศไทยได้ที่ไหน

เราอยู่วงการหนังสือมา เรารู้เส้นทางของหนังสือการเข้าสู่ประเทศไทยช่องมันแคบมาก โอกาสที่จะได้เห็นตื่นตาตื่นใจเป็นล้านเล่มมาแล้ว แล้ว PLATINUM POP อยากกินอาหารก็มีร้านมากมาย กินแล้วท้องอิ่ม ก็มาหาหนังสือ ท้องอิ่ม สมองอิ่ม อยู่ได้ทั้งวัน

เด็กทุกวันนี้ ในวงการปฐมวัย พูดกันว่า AI กับเด็ก มันทำร้ายหรือมันส่งเสริมเด็ก เด็กจะใช้ AI ได้อย่างดี ต้องรู้เท่าทัน AI รู้เรื่องที่จะถาม รู้ background ก่อนถาม แล้วก็ฉลาดถาม ถ้าไม่ฉลาดถาม มันบอกอะไรมาเราก็เชื่อมันไปหมด ตอนนี้ที่นิวยอร์ก นายกเทศมนตรีเพิ่งประกาศกฎหมายว่า ไม่อนุญาตให้โรงเรียนใช้ AI กับเด็ก ให้เด็กใช้ AI

เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่เราจะต้องสร้าง storage ให้กับลูกเรา อ่านให้เยอะ เก็บข้อมูลให้เยอะ คุณก็จะรู้ทัน AI คุณจะใช้ AI อย่างสมาร์ท ไม่โดน AI เพราะฉะนั้นต้องมาอ่านหนังสือกัน"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

มาลงทุน ในราคาที่ย่อมเยา

"หนังสือเรามีหลาย category อยากหาอะไรมาหาที่นี่ รับรองว่าเจอแน่นอน ที่สำคัญคือมันได้เปิดดู ถึงแม้เขาจะซีลไว้ คุณก็ไปบอกเคาน์เตอร์ได้ ขอดูข้างในได้ไหมคะ เปิดให้ดู พอใจก็ซื้อ ไม่พอใจก็เลือกเล่มอื่น

นอกจากบ้านที่มีเด็กแล้ว บ้านที่มีผู้ใหญ่ก็พามาได้ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เรามีมุมภาษาไทย หนังสือแนวดูแลตัวเองก็เยอะ เดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่บางท่านมีอาชีพเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คุณต้องมาค้นคว้าหาข้อมูล มาหาเล่มแรกที่งานเรา ทุกวัยมาได้หมด มาได้ทั้งบ้าน มีสำนักพิมพ์ไทย 40 กว่าสำนักพิมพ์ มีทุกกลุ่ม แม้กระทั่งเตรียมสอบ

พฤติกรรมการอ่านตามช่วงวัย การอ่านเป็นทักษะ หากไม่ฝึกฝนก็จะหายไป ผู้ใหญ่และผู้ปกครองต้องเปิดใจให้เด็กเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ แม้จะเป็นนิยาย Boy Love หรือ Girl Love ก็ตาม เพราะนั่นเป็นรสนิยมตามช่วงวัย เมื่ออ่านจนอิ่มตัวแล้ว พวกเขาก็จะค่อย ๆ ขยับขยายไปอ่านหนังสือประเภทอื่นตามพัฒนาการ

คุณแจ็คเกอลีนบอกเราว่า อยากให้เด็ก ๆ รู้สึกได้ว่ามาที่นี่ พ่อแม่ไม่จำกัด ปกติถ้าเดินร้านหนังสือ หนังสือราคาเป็นพัน อาจจะได้แค่เล่มเดียว แต่พอมางาน Big Bad Wolf อยากให้ mindset เขาว่า ซื้อได้เท่าที่ต้องการ เพราะเหลือเล่มละหลักสิบบาท ตุนจากงานนี้อยู่ได้ทั้งปีเลย มีหนังสือใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเอามาที่ประเทศไทยมาก่อน ก็จะได้เจอะเจอกัน

ไม่ว่าโลกหรือเทคโนโลยีจะพัฒนาล้ำหน้าไปขนาดไหน การอ่านหนังสือเป็นเล่มยังเป็นทักษะที่จำเป็นและเป็นพื้นฐานสร้างมนุษย์ที่มีคุณภาพ ให้คิดเป็น คิดได้ แล้วมีจินตนาการเกิดขึ้นในโลกใบนี้ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

การรับมือกับ AI ด้วยต้นทุนมนุษย์

"ต้นทุนที่สูงที่สุดที่ต้องลงทุน คือ ต้นทุนมนุษย์ ถ้าไม่มีการอ่าน เราจะไปสู้กับ AI ได้ยังไง อย่างเช้านี้ตื่นขึ้นมาก็มีข่าวว่า ตอนนี้ AI เรียนรู้ที่จะโกหกเป็นแล้ว แต่งเรื่องได้เอง มันเถียงได้ด้วย เถียงให้เราแพ้ ถ้าเราแย้งปุ๊บ มันมีเหตุผลมากกว่าเรา ถ้าเราไม่ลงทุนในมนุษย์ ในวิธีคิด ใน critical thinking เราจะเหลืออะไร เราก็โดน AI มันสั่งให้ทำอะไรก็ได้

วันนี้จะกินอะไรก็ถาม AI ฉันเป็นคนยังไงก็ถาม AI ถ้าไม่รู้จักตัวเองแล้วไปถาม AI มันก็แย่แล้ว เพราะฉะนั้น ต้นทุนมนุษย์ สำคัญที่สุด แล้วการอ่านสำคัญอย่างไร การอ่านไม่ได้มากับ DNA การอ่านเป็นทักษะ เป็น skill ที่เราเพิ่งเรียนเมื่อ 3,000 ปีก่อน

ถ้าเราไม่ฝึก ก็เหมือน เจ็ดวันเว้นดีดซ้อมดนตรี อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า สามวันจากนารีเป็นอื่น วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมอง (โคลงโลกนิติ : สอนเรื่องความสม่ำเสมอ) การอ่านนี่ไม่ฝึกไม่ได้ หรือถ้าคิดว่าอ่านหนังสือพอแล้ว มันไม่พอ ต้องกลับไปอ่าน เราอ่านภาษาอังกฤษไม่เป็น ไม่เป็นไร ก็มาดูหนังสือไทย เลือกเล่มที่ชอบ

การอ่านเป็นทักษะ เป็นการลงทุนมนุษย์ การอ่านในมือถือ ถ้าไม่ถึง 20 นาที มันไม่ถึง มันไม่เหมือนกัน อ่านออดิโอบุ๊กก็ไม่เข้าหัว คุณต้องฝึกตา ฝึกวิธีคิด ฝึกคัดกรอง สกิลของคนที่จะชนะ AI คือ story telling คุณเล่าไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่อ่านหนังสือ"

ตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ เลขาธิการสมาคมผู้พิมพ์หนังสือแห่งอาเซียน พูดถึง AI กับหนังสือ

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

"ตอนนี้มีโปรแกรมสอนเรื่อง Story Telling เยอะที่จะเอามาใช้ทำมาหากิน ถ้าไม่มี Story Telling ก็สร้าง content ไม่ได้ ทำไม content ดี ๆ เราถึงอ่าน เพราะเขาเล่าเป็น ถ้าไม่อ่านหนังสือ Story Telling ไม่ได้ เล่านิทานไม่เป็น อันนี้ต้นทุนมนุษย์ของเราก็หมด

การอ่านสร้างทักษะ เราต้องสร้างให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน เพราะการอ่านช่วยให้เด็กมีสมาธิ ความสนุกสนานในนิทานแต่ละเรื่อง สอนให้เด็กเป็นเด็กดี จะวิบากกรรมมายังไง สุดท้ายก็ happy เด็กก็จะมีจิตใต้สำนึกว่า ต้องผ่านอุปสรรคให้ได้

หนังสือภาษาอังกฤษมี category เยอะกว่าของไทย ของไทยมาเป็นกระแส ช่วงนี้ฮิตอะไรก็ไปอย่างนั้น เพราะว่าตลาดเราเล็ก แต่ตลาดภาษาอังกฤษเป็นตลาดใหญ่ ถ้ามางานนี้ปุ๊บเราจะเห็นเทรนด์ว่าโลกมันไปถึงไหน หนังสือแบบไหนออกมา ปกติถ้าเราไปร้านหนังสือ จะมีข้อจำกัดสถานที่ มันเล็ก เราจะไม่เห็นปกหนังสือทั้งหมด การมางานนี้ก็เหมือนมาทำ Marketing research ได้ Slide research ได้ มาดูในสิ่งที่เขาวางในงาน  หนังสือหลากหลาย เลือกประเภทเลือกดูจะสนุกมาก"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

หนังสือ Non-fiction ยังจำเป็นอยู่ไหม ในเมื่อเรามี AI

หลายคนถามว่า มี AI แล้ว สำนักพิมพ์ต้องปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด จริง ๆ หนังสือ Non-fiction ยังจำเป็นอยู่ เพราะสิ่งที่ AI เข้าไปเอาข้อมูลมา ก็เอามาจากข้อมูลที่คนเขียนหนังสือนั่นแหละ ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ออกมา ไม่มีรายงานพวกนี้ออกมา AI ก็ไม่สามารถประมวลผลได้ มีสำนักพิมพ์ใหม่ ๆ ทดลองใช้ AI เขียนหนังสือเกี่ยวกับ IT ซึ่งมีความเป็นไปได้ แต่มันก็ยังเป็นเพียงระดับพื้นฐานขั้นต้น

ตอนนี้มีกฎหมายออกมาแล้วว่า อะไรที่ AI เขียน ถ้าคุณพิสูจน์ไม่ได้ เล่มนั้นจะไม่มีลิขสิทธิ์ ถ้าเล่มนั้น AI เขียน สำนักพิมพ์อื่นก็สามารถก๊อปปี้ไปใช้ได้ทันที โครงสร้างทางธุรกิจมันจะพังทันที ในประเทศไทยก็เหมือนกัน ถ้า AI ทำออกมาก็แปลว่าไม่มีลิขสิทธิ์ นอกเสียจากว่าคุณจะพิสูจน์ได้ว่า Command/Prompt ของคุณมีความพิสดารมาก ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก

แล้ว Non-fiction ยังมีอยู่ไหม มีอยู่แน่นอน แต่จะอยู่ในลักษณะไหน ในต่างประเทศมีหลายระดับ ระดับที่เขียนจากประสบการณ์ตรง และระดับที่เป็นงานวิจัย ซึ่งส่วนมากเขาจะทำเป็น Primary Source แต่ในเมืองไทย มักจะเป็นงานแปลจากฝรั่ง หรือเป็น Secondary Source

ซึ่งหนังสือ Secondary Source นั้น AI สามารถทำได้ เพราะ AI ไม่ได้ทำ Primary Source เพราะฉะนั้น ความน่าเชื่อถือจะขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเขียน และสำนักพิมพ์ไหนเป็นผู้พิมพ์ สำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียงดีรู้ว่าทรัพย์สินทางปัญญา (IP) มีความหมาย เขาจะไม่เสี่ยงเอา AI มาใช้ เพราะจะทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจพังหมด

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

อีกประการหนึ่ง ความคิดสร้างสรรค์ AI ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ คนที่เป็นนักเขียน Non-fiction เขาต้องอ่านมาเยอะ เจอมาเยอะ และมีแรงบันดาลใจของตัวเองในการออกแบบและนำเสนอ ตรงนี้ยังไง AI ก็มาแทนที่ไม่ได้

กรณีตัวอย่างหรือบทเรียนที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้ AI มีแล้ว แต่ไม่เยอะ เพราะพอถึงจุดที่ไม่มีลิขสิทธิ์ ทำให้คนทำคิดหนักและต้องระวังและมีแรงต่อต้านเยอะ เพราะ AI สามารถโกหกได้ เถียงได้ และทำให้คนเชื่อได้

ตอนนี้มีคนบ่นเรื่องการแอบอ้างซอร์ส (Source) ก็มีเหมือนกัน เอาแค่ในประเทศไทย มีสำนักพิมพ์ที่แอบใช้ AI ทำ ซึ่งจับได้จากสำนวนภาษาที่แปลกประหลาดหรือแปลหนังสือโดยไม่ตรวจทาน ทำให้ภาษาแปลกประหลาดและสำนวนไม่ปกติ

นอกจากความเสี่ยงเรื่องไม่มีลิขสิทธิ์แล้ว ยังมีผลกระทบด้านอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับประเด็น หากเป็นประเด็นเรื่อง สุขภาพ ยา หรืออาหาร อันนี้อันตรายมาก ห้ามเชื่อถือ AI เด็ดขาด ควรไปพบแพทย์และเช็คกับหมอโดยตรง

เรื่องข้อมูลความลับทางธุรกิจก็เช่นกัน อะไรที่ใส่เข้าไปใน AI แปลว่ามันจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป คนที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือและไม่มีองค์ความรู้ในสมอง พอเห็นข้อมูลอะไรก็จะเชื่อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะข่าวปลอม เรื่องการเมือง ข่าวที่แต่งขึ้นมาสร้างความเสียหายหรือกระทบจิตใจ

ตอนนี้กำลังมีการจัดทำ จริยธรรมวารสารศาสตร์ ซึ่งมีข้อเตือน 21 ข้อสำหรับนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องข่าวปลอม และไม่ได้เตือนแค่นักข่าว แต่เตือนผู้บริโภค (Consumer) ด้วยว่าควรตั้งคำถามอย่างไรเวลาอ่านข่าว"

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul

กลับมาแล้ว 'Big Bad Wolf Books' ครบรอบ 10 ปีในไทย จัดใหญ่ วันที่ 2–13 ต.ค. 69

Cr. Kanok Shokjaratkul