วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

ชุดไทยพระราชนิยม และ หัตถศิลป์ไทย เป็นทุนทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และอัตลักษณ์ความเป็นไทย

ซึ่งสามารถนำคุณค่าของภูมิปัญญาและองค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์มาต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดงานครบรอบปีที่ 5 ก้าวสู่ปีที่ 6 เปิด หอสุพรรณ-พัสตร์ Gold and Textiles Gallery

จัดแสดงนิทรรศการ ชุดไทยพระราชนิยม ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ณ อาคารศาลาพระมิ่งมงคล สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

บรรยากาศภายในงาน มีการจัดแสดงกิจกรรม งานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง งานปักดิ้นเงินดิ้นทอง ศิลปะการปักผ้าชั้นสูง โดย เทพนรินทร์ ชอบบุญ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2566, งานเครื่องทองโบราณ โดย จารุเดช เครือปัญญา ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2554, เครื่องถม งานประณีตศิลป์ชั้นสูง โดย พิทยาภรณ์ สีสันต์ และ Workshop เข็มกลัดจักสาน โดย สาวิน สายมา ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2566

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

หอชุดไทย เทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง

"สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดิมคือศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ที่นี่มา 24-25 ปีแล้ว

เมื่อเปลี่ยนมาเป็น สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย ภารกิจก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เป็นไปตามพระราชปณิธานของของสมเด็จพระพันปีหลวงที่ต้องการจะส่งเสริมงานหัตถศิลป์ให้เป็นที่รู้จัก

โดยเฉพาะ งานศิลปาชีพ ที่ปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ยกระดับภาพลักษณ์งานหัตถศิลป์ไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวในงาน

"มูลค่าของงานพัสตราศิลป์ของไทย มีความสัมพันธ์กับมูลค่าทางเศรษฐกิจของตัวโปรดักส์ รัฐบาลมีมติจะเสนอรายการชุดไทย แนวปฏิบัติและงานช่างฝีมือ ต่อ UNESCO ให้รับรองเป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ภายใต้อนุสัญญาการสงวนรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม หรือ ICH ให้เป็นรายการตัวแทนของมนุษยชาติ

ชุดไทย ไม่ได้เป็นแค่การปฏิบัติหรือการสวมใส่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ชุดไทยยังหมายรวมไปถึงงานช่างหัตถกรรมที่ฝังอยู่ในชุดไทย ไม่ว่าผ้าพัสตราภรณ์ทั้งหลาย ผ้าไหม, ผ้าตีนจก, ผ้ายก, ผ้าขิด ไปจนถึงผ้าเทคนิคต่าง ๆ ที่มีอยู่ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

คือ งานช่าง ที่จะไปปรากฏกับชุดไทย คือ งานหัตถกรรม ที่อยู่ในนี้ เครื่องประดับไทย ก็เป็นอีกหนึ่งของงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทย ไม่ว่างานสลักดุน, งานลงยา, งานเครื่องถม, งานคร่ำ เป็นประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

หรือแม้กระทั่ง การตัดเย็บชุดไทย ก็เป็นงานช่างฝีมืออีกประเภทหนึ่ง เพราะฉะนั้นการขึ้นทะเบียนชุดไทยมันไม่ได้ขึ้นแค่ในฐานะที่เป็นชุด แต่มันคือความหมายที่ครอบคลุมไปถึงเรื่องของงานช่างฝีมือ

ในเอกสารของรัฐบาลที่ยื่นต่อ UNESCO ไม่ได้มีคำว่าชุดไทยเฉย ๆ แต่ต่อท้ายด้วย Social Practice การปฏิบัติ คือกาละเทศะในการสวมใส่ แล้วก็ Craft และ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับชุดไทยทั้งหมด ไม่ว่างานช่าง, งานปัก

เป็นหน้าที่ของเราโดยตรงในการเชิดชูงานหัตถศิลป์เหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักนำไปสู่การเสนอต่อ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนรับรองเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

นิทรรศการ ชุดไทยพระราชนิยม

"SACIT ได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดนิทรรศการ ชุดไทยพระราชนิยม ขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชดำริและพระราชทานชุดไทยพระราชนิยม เพื่อใช้เป็นชุดประจำชาติ

อันเป็นจุดเริ่มต้นของอัตลักษณ์การแต่งกายของสตรีไทยให้มีความสง่างาม เป็นเอกลักษณ์ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

พร้อมทั้งทรงส่งเสริม ผ้าไทย และ งานหัตถศิลป์ไทย อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นรากฐานสำคัญของการสืบสานและต่อยอดพัสตรศิลป์ไทยมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อทุนทางวัฒนธรรมได้รับการพัฒนาและต่อยอดอย่างเป็นระบบ ก็สามารถก้าวสู่การเป็นผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูงได้

ผ้าไทย พัสตรศิลป์ และงานหัตถศิลป์ไทย เป็นหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของ Thailand Branding ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ต่อยอดความสำเร็จ de en Majesté กรุงปารีส

"นิทรรศการนี้นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงแล้ว

ยังเป็นการต่อยอดความสำเร็จของนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส อีกด้วย

งานหัตถกรรมเป็น Asset สำคัญของประเทศ เป็นมรดกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงทำให้เป็นเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ถ้าประเทศไทยไม่มี ผ้าไหม ไม่มี มัดหมี่ ไม่มี ผ้ายก เหลืออยู่ วันนี้เราก็คงไม่มีอะไรให้ภูมิใจ สมเด็จพระพันปีหลวง ท่านทรงกอบกู้สิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้เรา เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องสานต่อ

งานสร้างภาพลักษณ์ให้กับให้กับหัตถศิลป์ไทย มีความสำคัญมาก เพราะช่วยยกระดับงานคราฟต์ (Craft) ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสาขาใดก็ตามให้เป็นที่รู้จัก

เมื่อพูดถึงแบรนด์ประเทศไทย ให้นึกถึงงานหัตถกรรม นี่คือสิ่งเราพยายามที่จะทำ ให้มันต่อเนื่องไปจนถึงอนาคต"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

การอนุรักษ์และองค์ความรู้

"ในฐานะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ทราบว่าทาง หอสุพรรณ-พัสตร์ ของสถาบัน SACIT ได้ทำเรื่องขอเป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาวัฒนธรรมของชาติ เรื่องชุดไทยพระราชนิยม

ทางสำนักปลัดก็จัดงบประมาณส่วนหนึ่งทำวิจัย รวบรวมองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐานขึ้น สนับสนุนยกระดับภูมิปัญญาไทย เป็นนวัตกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ประเทศไทยมีรายได้สูงขึ้น

การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์ความรู้ที่เป็นระบบ เพื่อให้สามารถศึกษา อ้างอิง และถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะ ชุดไทยพระราชนิยม

ซึ่งมิได้สะท้อนเพียงความงดงามของเครื่องแต่งกาย หากยังหลอมรวมองค์ความรู้ด้านพัสตรศิลป์ งานช่างฝีมือ และภูมิปัญญาของสังคมไทยไว้ด้วยกัน"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พูดถึงความร่วมมือในครั้งนี้

"เราได้มอบหมายให้สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยและจัดทำองค์ความรู้เชิงลึก จัดสร้างชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ตลอดจนจัดทำสื่อองค์ความรู้ในรูปแบบ Handbook, E-book วีดิทัศน์ และฐานข้อมูลดิจิทัล

เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางของสถาบันไทยคดีศึกษา, SACIT, กระทรวง อว. และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยกระดับการเรียนรู้ด้านพัสตรศิลป์ไทยให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าและอ้างอิงที่มีมาตรฐาน เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยมได้อย่างถูกต้องเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าและอ้างอิงด้านพัสตรศิลป์ไทยทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ราชพัสตราสู่สากล: มรดกวัฒนธรรมผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม

"พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่ที่หอรัษฎากรพิพัฒน์ เขตพระราชฐานชั้นนอก (ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ทิศเหนือ ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี และประตูวิมานเทเวศร์) เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันที่มีพระราชพิธี ช่วงนี้เปิดให้เข้าชมฟรี

การเดินทาง ถ้ามารถสาธารณะจะสะดวกกว่า หรือถ้าขับรถมาก็จอดได้ที่สนามหลวง เมื่อเข้ามาทางประตูนักท่องเที่ยว แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่าจะมาพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ไม่ต้องเดินวนไปทางวัดพระแก้ว

ในเดือนสิงหาคมนี้ เราจะมีนิทรรศการใหม่ฉลองครบรอบ 50 ปี มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ด้วย

ชุดไทยพระราชนิยม ที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงพระราชทานให้เป็นชุดประจำชาตินั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2503 เมื่อครั้งพระองค์โดยเสด็จรัชกาลที่ 9 ไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ

พระองค์มีพระราชดำริว่าควรมีชุดประจำชาติ เพื่อให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทยผ่านเครื่องแต่งกาย เพราะการแต่งกายเป็นสิ่งแรกที่เห็น (Appearance) และเป็นทูตวัฒนธรรมที่สำคัญ (Cultural Diplomacy) ที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของเรา"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวในงานเสวนา ราชพัสตราสู่สากล

ทางด้าน ผอ. อนุชา เสริมว่า

"การเสด็จครั้งนั้นใช้เวลากว่า 5 เดือน ในปี ค.ศ. 1960 บริบทสังคมโลกมีเรื่องของ Protocol ที่เคร่งครัด ท่านต้องเปลี่ยนฉลองพระองค์ให้ตรงตามฟังก์ชันของงานในแต่ละช่วงเวลา

พระองค์ทรงกังวลว่าหากใส่แต่ชุดฝรั่ง คนจะไม่รู้จักประเทศไทย จึงโปรดให้รวบรวมองค์ความรู้จากนักปราชญ์ เช่น พระยาอนุมานราชธน เพื่อออกแบบชุดไทย 8 แบบ โดยใช้ผ้าไหมและผ้ายกของไทย

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า ปิแอร์ บาลแมง (Pierre Balmain) เป็นคนออกแบบชุดไทยชุดแรก แต่จริง ๆ  คือคณะทำงานและช่างไทยเป็นผู้ตัดเย็บ บาลแมงเข้ามามีส่วนร่วมในภายหลัง ประมาณปี พ.ศ. 2507 โดยนำงานปักชั้นสูงแบบฝรั่งเศสเข้ามาผสมผสาน)

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

กระบวนการตัดเย็บที่ประณีต

"คุณหญิงสุภา (คุณยาย) เริ่มถวายงานปี พ.ศ. 2525 ส่วนตัวดิฉันเริ่มเต็มตัวปี พ.ศ. 2543 วิธีการของเราคือแบบโบราณ เริ่มจากวัดตัว สังเกตสรีระผู้สวมใส่อย่างละเอียดเพื่อสร้างแพทเทิร์น

จากนั้นจะลองตัวด้วยผ้าดิบก่อน พอถึงขั้นตอนลองผ้าจริง เราจะไม่รีดผ้าให้ตายตัว เพราะผ้าไหมถ้าเลาะแล้วจะเป็นรอยง่าย

งานที่ยากที่สุด คือ งานปัก เช่น ชุดไทยดุสิต, จักรี หรือจักรพรรดิ ต้องใช้จินตนาการของดีไซเนอร์ในการปักเลื่อมและลูกปัดให้เข้ากับลายผ้าซิ่น"

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ปัทมา รัชตะวรรณ เจ้าของ ผู้สืบทอดห้องเสื้อ ภา รุ่นที่ 2 ช่างฉลองพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนนีพีนปีหลวง กล่าวถึงการทำงาน

เบื้องหลังนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

"นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อฉลอง 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส และสนับสนุนการเสนอชื่อชุดไทยเป็นมรดกโลกของ UNESCO

โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์และภัณฑารักษ์ร่วม

จัดที่ Musée des Arts Décoratifs (MAD) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre)"

ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าพระพันปีหลวง เล่าให้ฟัง

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Missing Piece ฉลองพระองค์ ที่บริจาคไว้ เพิ่งค้นพบ Cr. Kanok Shokjaratkul

(ผอ.อนุชา เสริมว่า ความน่าตื่นเต้นคือเราพบ Missing Piece หรือฉลองพระองค์ที่สมเด็จพระพันปีหลวงเคยทรงบริจาคไว้ให้พิพิธภัณฑ์ในฝรั่งเศสเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเราไม่เคยทราบที่อยู่แน่ชัด จนกระทั่งเริ่มทำโครงการนี้ในปี 2568 จึงพบและได้นำมาจัดแสดงด้วย)

นอกจากนี้ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ยังเสด็จไปศึกษาข้อมูลที่ Maison Lesage (ห้องปักที่ทำถวายบาลแมง) พบกล่องที่เขียนว่า Queen of Thailand บรรจุตัวอย่างงานปักที่ใช้ปีกแมลงทับผสมกับลูกปัดและเลื่อมด้วย

และชิ้นสุดท้ายที่พระองค์ทรงเลือกเพิ่มเข้าไปในนิทรรศการคือ พระมาลางอบ เพื่อสื่อถึงการที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงงานร่วมกับชาวไทย

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

การจัดแสดงภายในนิทรรศการ 

  • โซนแรก จัดแสดงฉลองพระองค์ 3 ชุดแรกที่เล่าถึงความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส รวมถึงชุดราตรีสีงาช้างที่ทรงใส่พบพลเอก ชาร์ล เดอ โกล 
  • โซนชุดไทย 8 แบบ จัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ, และเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ
  • โซนงานศิลป์ จัดแสดงงานช่างไทย เช่น งานคร่ำ งานถม เบญจรงค์ และงานลิเภา
  • โซนปิแอร์ บาลแมง แสดงสเก็ตช์ที่บาลแมงตั้งชื่อชุดตามพระนามว่า Sirikit
  • โซนผ้าประเภทต่าง ๆ เช่น ผ้ายก, ผ้าไหมมัดหมี่, ผ้าแพรวา รวมถึงโน้ตที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเขียนกำกับผ้าไว้ให้บาลแมง เช่นคำว่า เสน่ห์น้อย ๆ หรือ ยอดเสน่หา
  • โซนดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ผลงานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI, Wisharawish และ Tawn C. ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกผ้าไทย

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ในนิทรรศการมีทั้งฉลองพระองค์ของสมเด็จพระพันปีหลวง, สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ, และเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ รวมถึงผลงานดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ เช่น แบรนด์ SIRIVANNAVARI, Wisharawish และ Tawn C. ด้วย

งานนี้ทำให้คนทั่วโลกหยุดชมความงามของผ้าไทย และทำให้คนไทยภาคภูมิใจในมูลค่าทางวัฒนธรรม 

นิทรรศการงานผ้าไทย ราชพัสตราสู่สากล (La Mode en Majesté) จัดแสดงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมทั้งสิ้นกว่า 200 ชิ้น ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไปจนถึง วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เข้าชมชุดไทยพระราชนิยม ในหอสุพรรณ-พัสตร์ 

หลังจากพิธีเปิด ทุกคนก็ได้เข้าชมภายในมี ชุดไทยพระราชนิยม ครบทั้ง 8 แบบ ตั้งไว้อย่างสวยงาม

ไล่เรียงมาตั้งแต่ ชุดไทยเรือนต้น, ชุดไทยจิตรลดา, ชุดไทยอมรินทร์, ชุดไทยดุสิต, ชุดไทยจักรี, ชุดไทยบรมพิมาน, ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ

โดย 3 ชุดแรกจะเป็นชุดที่นุ่งกับผ้าซิ่นป้าย ส่วนอีก 5 แบบที่เหลือจะนุ่งกับผ้ายกหน้านาง

ทั้งหมดนี้เป็นผลงานออกแบบและจัดสร้างโดย ปัทมา รัชตะวรรณ เจ้าของ ผู้สืบทอดห้องเสื้อ ภา รุ่นที่ 2 ช่างฉลองพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนนีพีนปีหลวง ผู้มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดชุดไทยตามแนวพระราชนิยมได้อย่างถูกต้อง

"ชุดไทยเรือนต้น ดูเหมือนเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดพอสมควร ประกอบด้วยเสื้อคอกลม ผ่าหน้า แขน 3 ส่วน และผ้าซิ่นฝ้าย ชุดนี้ใช้ในงานกลางวัน หรืองานทำบุญ สามารถใช้ผ้าไทยได้ทุกชนิด ทั้งผ้ามัดหมี่ ผ้าพิมพ์ลาย หรือผ้าฝ้าย

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

งานปักไหมน้อย  Cr. Kanok Shokjaratkul

สำหรับตัวที่แสดงนี้เป็นงานปัก ไหมน้อย เป็นงานฝีมือที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะปัจจุบันคนปักฝีมือแบบนี้มีน้อยลง ส่วนใหญ่จะใช้จักรอุตสาหกรรมซึ่งให้รายละเอียดน้อยกว่า

งานปักไหมน้อยเป็นสิ่งที่สมเด็จพระพันปีหลวงทรงอนุรักษ์ไว้ ตอนนี้นอกจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพแล้ว ที่สถาบันเศรษฐกิจและวิทยาลัยในวังหญิงก็มีการสร้างบุคลากรด้านการปักไทยโบราณนี้ด้วย

งานปักไหมน้อยมีประวัติยาวนาน โดยปรากฏในรายการสิ่งของที่รัชกาลที่ 5 ส่งไปจัดนิทรรศการ Expo ในต่างประเทศ

ชุดไทยเรือนต้นมีความสำคัญมากเพราะเป็นการรวบรวมความหลากหลายของผ้าจากทุกภูมิภาคในไทย ทั้งผ้าซิ่นตีนจก, ซิ่นมัดหมี่ หรือซิ่นทิว

นอกจากนี้ กระดุมเคล้า 5 เม็ด ยังถือเป็นมาตรฐานสำหรับชุดไทยพระราชนิยมทุกแบบด้วย

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ถัดไปคือ ชุดไทยจิตรลดา ซึ่งต่างจากชุดไทยเรือนต้นตรงที่เป็นเสื้อแขนยาว คอตั้ง และใส่กับผ้าซิ่นยกไหม ใช้ในงานพิธีครึ่งยศ

ชุดไทยอมรินทร์ จะมีความคล้ายคลึงกันมากแต่ต่างกันที่ตัวซิ่นจะเป็นยกดิ้นเงินหรือดิ้นทอง ซึ่งใช้สำหรับงานพิธีที่สำคัญขึ้น หรือใส่ไปจนถึงช่วงเย็นได้

สำหรับ 5 แบบที่เหลือจะเป็นการนุ่งผ้าแบบธรรมเนียมโบราณ เริ่มจาก ชุดไทยบรมพิมาน เป็นชุดที่เป็นทางการลำดับแรก เป็นชุดติดกันแบบเดรส (ไม่ใช่ 2 ชิ้น) เสื้อแขนยาว ไม่มีกระดุมแต่ใช้ซิปหลัง

สิ่งสำคัญของชุดไทยบรมพิมานที่ถูกต้องคือต้องศึกษาเรื่องความยาวของ ชายพก ช่างปัจจุบันมักไม่เข้าใจว่าชายพกมาจากหน้ากว้างของผ้าที่เหลือจากการนุ่งแบบจีบหน้านางจริง ๆ จึงมักไปตัดผ้าอีกชิ้นมาแปะไว้ ซึ่งผิดหลักการ ชายพก ไม่ควรยาวเกินกึ่งหนึ่งของตัวผู้สวมใส่

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

ต่อมาคือ ชุดไทยจักรี ที่ประยุกต์เอาผ้าสไบเข้ามาใช้และนุ่งแบบจีบหน้านาง ตัดเย็บเป็นชุดเดรส มีทั้งแบบสไบจีบและสไบเรียบ

ชุดไทยจักรีต้องใช้จินตนาการในการเย็บผ้าให้โอบตัวได้สวยงาม มักใช้เทคนิค ผ้าเฉลียง (Bias cut) เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและพริ้วสวยเวลาสวมใส่

ชุดไทยดุสิต เป็นการประยุกต์เสื้อคอกว้างแขนกุดมาใส่กับผ้านุ่งแบบจีบหน้านาง เหมาะสำหรับงานกลางแจ้งหรือช่วงที่อากาศร้อน

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

สิ่งสำคัญของชุดไทยดุสิตคือ คอต้องไม่กว้างหรือลึกจนเกินไปจนเห็นเนินอก โดยขอบจะกว้างประมาณ 5 เซนติเมตรตามสรีระชุดไทยศิวาลัย กำหนดใช้ในยามที่อากาศหนาวเย็นหรือช่วงค่ำ เป็นงานพิธีเต็มยศ ลักษณะคล้ายชุดไทยบรมพิมานแต่มีการเพิ่มสไบเข้าไปด้วย

และชุดที่มีฐานานุศักดิ์สูงสุดคือ ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งเป็นการแต่งกายตามแบบราชสำนักโบราณ โดยมีการห่มสไบสองชั้น คือสไบแพรจีบรองอยู่ด้านล่างและห่มทับด้วยสไบปัก"

ปัทมา รัชตะวรรณ เจ้าของ ผู้สืบทอดห้องเสื้อ ภา รุ่นที่ 2 อธิบายลักษณะพิเศษของชุดไทยแต่ละชุด ที่หลายคนไม่รู้ ให้ฟัง 

นอกจากชุดสำหรับผู้หญิงแล้ว ในห้องถัดไปยังจัดแสดงชุดสำหรับผู้ชายด้วย

ได้แก่ เสื้อราชปะแตน แบบรัชกาลที่ 5 และ ชุดพระราชทาน แบบรัชกาลที่ 9 ซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ แขนสั้น, แขนยาว และแขนยาวที่มีผ้าคาดเอวสำหรับงานเต็มยศ

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เสื้อพระราชทานนี้ประยุกต์มาจากเสื้อราชปะแตนแต่มีการปรับให้เหมาะกับอากาศร้อนในไทย

นอกจากนี้ยังมีผลงานจากดีไซเนอร์ชื่อดังอย่าง คุณหมู Asava และคุณวิชระวิชญ์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผ้าไทยมาร่วมแสดงด้วย รวมถึงเครื่องประดับโบราณและกระเป๋าถือที่ทำจากเงินและผ้าไหม

นิทรรศการนี้เป็นการจัดแสดงถาวรและมี QR Code ให้ความรู้เพิ่มเติม ในทุกชุดที่จัดแสดง ผู้สนใจสามารถมาเยี่ยมชมได้ทุกวันในเวลาราชการ

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul

เปิด ‘หอสุพรรณ-พัสตร์’ จัดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ ต่อยอด ‘de en Majesté’ กรุงปารีส

Cr. Kanok Shokjaratkul