หลังเปิด "ห้องของศรี" เมื่อปีที่แล้ว ทายาทรุ่นสองขอรีแบรนดิ้งในชื่อ ‘ศรีตราด ที่ห้องของศรี’ เพราะแฟนคลับนักชิมของคุณแม่จดจำได้ ทั้งรสชาติ ชื่อ โลโก้ และรูปคุณแม่
หลังเปิด ‘ห้องของศรี’ เมื่อปีที่แล้ว ทายาทรุ่นสอง แอ็ค - วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ เดินหน้ารีแบรนดิ้งร้านใหม่ในชื่อ "ศรีตราด ที่ห้องของศรี" เพราะแฟนคลับนักชิมของคุณแม่จดจำได้ ทั้งรสชาติ ชื่อ โลโก้ และรูปคุณแม่
ทายาทรุ่นสองของ “ศรีตราด” วงศ์วิชญ์ ศรีภิญโญ
พร้อมยอมรับว่า หลังเปิด ห้องของศรี จากร้านที่เคยอยู่สแตนด์อโลนมาอยู่ในห้างสยามพารากอน จึงอยากสร้างแบรนด์ใหม่ หากสิ่งที่นักชิมแฟนคลับของ ศรีตราด กลับมีภาพจำรูปคุณแม่ จึงตัดสินใจรีแบรนดิ้งในชื่อ ศรีตราด ที่ห้องของศรี
“พอนำรูปคุณแม่มาตั้งหน้าร้าน คนเดินผ่านพูดว่า นี่ไง...ศรีตราด” คุณแอ็คเล่า
คำพูดนี้สะท้อนถึงการจดจำจากภาพลักษณ์เดิม แม้จะรู้สึก “เฮิร์ท” นิด ๆ ทว่าก็คิดได้ว่าการสร้างแบรนด์ใหม่อาจยังไม่ถึงเวลา
การรีแบรนดิ้งครั้งนี้ยังคงสะท้อนเรื่องราวของ ศรีตราด ที่ถ่ายทอดรสชาติ ความทรงจำ และตัวตนของภาคตะวันออก ผ่านบรรยากาศอบอุ่น ดีไซน์คล้ายร้านดั้งเดิมที่มีห้องตัดเสื้อ แรงบันดาลใจจากบ้านสไตล์ชิโน-โปรตุกีสในรายละเอียดวินเทจ
ศรีตราด ที่ห้องของศรี ชั้น G สยามพารากอน
“ศรีตราด ร้านแรกเปิดเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ที่สุขุมวิท 33 นำเสนออาหารจากจังหวัดตราด บ้านเกิดของคุณแม่ ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ และอาหารภาคตะวันออก ต่อมาเปิด บูรพา สุขุมวิท 11 ตกแต่งร้านเหมือนตู้รถไฟ อาหารผสมผสานอาหารภาคตะวันออกกับอีสาน
แล้วมาเปิด ห้องของศรี (Sri’s Room) ที่สยามพารากอนปีที่แล้ว อยากให้คิดว่าเป็นเพื่อนใหม่ แต่คนเดินผ่านไปมาไม่เข้าใจว่าศรีรูมคืออะไร จริง ๆ คือห้องของศรีตราดที่อยู่ชั้นสอง (จำลองสถานที่เหมือนห้องตัดเสื้อของคุณแม่) คนไม่จำสถานที่แต่จำชื่อคน
เมนูใหม่ กระดูกหมูต้มเค็ม
แล้วพอรู้ว่าเราเป็น ศรีตราด ความโหยหาเพื่อนเก่าจึงเกิดขึ้น พอเอารูปคุณแม่มาวางก็จำได้ ผู้หญิงใส่มงกุฎที่อยู่มาสิบปีแล้ว ทุกคนจำรูปนี้แม่นมาก เป็นเหตุผลที่เราต้องรีแบรนดิ้ง เพราะอยากให้คนรักเราเหมือนเดิม
ก็เฮิร์ททางใจบ้าง สำหรับคนที่พยายามสร้างแบรนด์ใหม่ แต่ไม่มีใครผิดที่เขารักคนเดิม เข้าใจว่าเขามาที่นี่เพราะอยากได้ฟังเรื่องเดิม ๆ อยากกินอาหารจานเดิมที่เขาคุ้นเคย”
เมื่อลูกค้ายังมีภาพจำแบรนด์เก่าแสดงว่าเขารักในแบรนด์ ทายาทรุ่นสองของ ศรีตราด จึงต้องส่งสารอีกครั้งว่า อาหารภาคตะวันออกรสจัดจ้านยังเหมือนเดิม การรีแบรนดิ้งครั้งนี้จึงเพิ่มเมนูใหม่กว่า 50%
แกงคั่วปลาย่างไก่สายบัว
หลนปูไข่
“นำเสนอลักษณะเด่นของจังหวัดตราด อัตลักษณ์ของวัตถุดิบภาคตะวันออก ซึ่งมีแค่ 3 จังหวัด ตราดเป็นจังหวัดที่เล็กมาก หลายคนบอกรู้จัก “เกาะช้าง” แต่ไม่รู้จักตราด คนมักไปเที่ยวจันทบุรีแต่ไปไม่ถึงตราด คนรู้จักระยองแต่ไม่รู้จักเรา”
คุณแอ็คเล่าด้วยน้ำเสียงเจือแววน้อยใจนิด ๆ
“คำถามคือเราไม่ได้ผิดแต่คนไม่รู้ว่าเรามีดีอะไร เราเหมือนจุดเล็ก ๆ ในประเทศใหญ่ คาแรกเตอร์หลักของอาหารตราดคือ เอาภูเขากับทะเลมาชนกัน ซึ่งเป็นคอนเซปต์ของร้าน หรือ Jungle Meet the Sea รวมถึงการใช้สมุนไพรในป่า ใช้ผลไม้มาทำอาหารเยอะมาก
หมกดำ หมกแดง
เรื่องรสชาติ บางคนตีความจากหน้าตาอาหารบอกว่าเป็นอาหารใต้ ถามผมว่าดีใจไหม..ไม่ดีใจเลย ไม่ใช่ไม่ชอบอาหารใต้นะ แต่เหตุผลหลักคืออยากให้คนเข้าใจอัตลักษณ์ของอาหารภาคตะวันออก หน้าตาคล้ายใต้จริงแต่รสชาติอยู่ระหว่างภาคกลางกับภาคใต้ อาหารใต้ทุกคนรู้กันว่าคือเค็มกับเผ็ด ไม่นับภูเก็ตนะเพราะที่นั่นผสมความเป็นฮกเกี้ยน ส่วนของเราเป็นกลางกับใต้ที่ครบรสและจัดจ้านในบางจาน
แกงป่าปลาสับ
บางคนมีภาพจำว่าอาหารตราดหวาน สำหรับผมอะไรหวานก็คือหวาน แต่ “หมูชะมวง” สูตรเราจะเปรี้ยวนิดหน่อย ภาพจำรสหวานน่าจะมาจากเมนูไม่กี่อย่างที่คนภาคตะวันออกทำ เช่นขนมหวานจะหวานจัดเลย ถ้าเทียบใน 3 จังหวัด ระยองน่าจะหวานสุด ส่วนความเผ็ดผมว่า “ตราด” เดือดกว่า”
ไก่ผัดกระวาน
คุณแอ็ค เสริมว่า อาหารภาคตะวันออก แสดงถึงความเป็น “คนบ้านนอก” แบบของแท้และโบราณ เชิดชูวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น
ดอกเกลือ ลูกกระวาน หน่อกระวาน เร่ว หน่อกระทือ ไพล กระชาย หญ้าหูกระต่าย (สมุนไพรรสซ่าใส่ในน้ำพริกแกงป่า) ไม่ใช้น้ำตาลขัดสี ไม่ใส่ผงชูรส มะพร้าวใช้ในหลายเมนู กะทิคั้นสดวันต่อวัน กะปิจากเกาะช้าง น้ำปลาตรากระต่าย ส่วนกุ้ง หอย ปู ปลา จากทะเลตะวันออก
ที่นั่งโอเพ่นแอร์ด้านนอก
“เราพยายามใช้อาหารทะเลจากเรือประมงเล็กเท่าที่สามารถทำได้ สดกว่า มีสัตว์ทะเลหลากหลาย เช่น หอยเงาะ หลายคนไม่รู้จัก เนื้อเหมือนหอยเป๋าฮื้อ เปลือกใหญ่คล้ายหอยลายเสือตัวใหญ่ เนื้อจะเด้งมาก หรือหอยถ่าน, หอยเสียบ ที่ทุกคนมองแล้วเดินผ่าน เอามาทำแกงคั่ว ปลากระเบนตัวเล็ก บางคนบอกต้องอนุรักษ์ปลาตัวเล็กแต่บางทีชาวประมงไม่มีทางเลือก มันติดอวนมา ปลากุดสลาด (ปลาย้ำสวาท, กะรังหางบ่วง, เก๋าหางบ่วง) ทำซาซิมิอร่อยมาก ล่ามาได้จากสองวิธีคือ ยิงฉมวกกับตก ทะเลตราดยังอุดมสมบูรณ์เพราะไม่ค่อยมีคนไปไง...”
เจ้าของร้านบ่นแกมน้อยใจ หลายคนไม่รู้จักจังหวัดตราด จึงไม่คุ้นกับ อาหารภาคตะวันออก แม้จะมีแฟนคลับคุ้นตากับ “ผู้หญิงสวมมงกุฎ” และคุ้นลิ้นกับอาหารที่เข้มข้นของ “ศรีตราด” วันนี้จึงอยากตอกย้ำว่า ผู้หญิงคนเดิมกลับมาแล้วกับเมนูที่จัดจ้านใส่ใจเช่นเดิม พร้อมใส่ความรู้สึกความผูกพันในสำรับอาหารไทย
เนื้อย่างน้ำปลาหอม
เมนูใหม่ ได้แก่ ปลาน้ำดอกไม้พล่า เหมือนยำปลาแบบ “เซบิเช่” รสเปรี้ยวอมเผ็ดเล็กน้อยเรียกความสดชื่น, หลนปูไข่ เสิร์ฟกับผักสดในตะกร้า, แกงคั่วปลาย่างไก่ ปลาดุกรมควันใส่ลงในแกงคั่วเข้มข้น, กระดูกหมูต้มถั่ว รสหวานเล็กน้อย, คั่วตะไคร้ปลาทู ครบเครื่องสมุนไพร, หมกดำ หมกแดง ห่อหมกปลากะพงเคล้าเครื่องเทศ, เนื้อย่างน้ำปลาหอม, อบวุ้นเส้นกะปิปูดอง, หมูสามชั้นซาเตี๊ยะ ฯลฯ
หมูสามชั้นซาเตี๊ยะ
ซิกเนเจอร์เมนู ได้แก่ น้ำพริกปูไข่, ไก่ต้มกระวาน ซุปใสไก่ต้มกับหน่อกระวาน เผ็ดร้อนเบา ๆ, ปลากะพงต้มส้มระกำ น้ำซุปสมุนไพรรสเปรี้ยวหอมจากผลระกำสด, แกงมัสมั่นไก่ทุเรียน ใส่ทุเรียนดิบเอกลักษณ์ของชาวตราด, หมูสับปลาเค็มตราด, ยำมังคุดกะปิหวาน, น้ำพริกโจรระกำ, ต้มข่าหัวอ่อนปลากะพง, แกงป่าปลาสับใบยี่หร่า, อบวุ้นเส้นปูดอง, ฯลฯ
พล่าปลาน้ำดอกไม้
“อาหารไทยไม่เหมือนอาหารฝรั่ง เราต้องกินกับข้าว อาหารไทยอร่อยตอนที่กินผสมกันได้ จานนี้เค็มกินกับข้าวราดแกงอีกหน่อย ตัดเลี่ยนด้วยน้ำพริกแล้วกินกับของทอด อาหารเราครบรส ต้มผัดแกงทอด
เมี่ยงปลากะพง
ความสุขของอาหารไทยคือได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทุกครั้งที่กินเราจะเลือกคนที่รักมากินด้วย เพราะอาหารไทยเป็นแบบแชริ่ง เราจะสนิทพอกับการแชร์บางสิ่งบางอย่างให้กับคนที่เรารัก
ของหวานร้านศรีตราด ที่ห้องของศรี
ผมเล่าเรื่องอาหารของ “ศรีตราด” ไว้ 3 เรื่อง เรื่องแรกเรียกว่า “บ้าน” เรื่องที่สอง “อาหารป่าจากภาคตะวันออก” และ “อาหารทะเลภาคตะวันออก” หรือบ้าน-ป่า-ทะเล คือรวมเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง (คุณแม่) ที่กล้าหาญมาขายอาหารภาคตะวันออกเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะขายได้ไม่ได้ แต่รู้ว่าเรากินอะไรก็อยากให้แขกกินอย่างนั้น เราตั้งใจทำและเชื่อว่าอร่อย ศรีตราดจึงโตมาแบบ Quiet Marketing”
ศรีตราด ที่ห้องของศรี โซนกูร์เมต์ การ์เด้น ชั้น G สยามพารากอน เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. โทร.02 125 7346, IG: @srisroom หรือ FB: SiamParagon


