"ไอคอนสยาม" แกะกล่อง "อาหารเมียนมา" หรือ "อาหารพม่า" ร้าน ‘Rangoon Tea House’ เจ้าของรางวัล CNN World’s Best Tea Houses ในรสชาติดั้งเดิมผสานสไตล์ร่วมสมัย
"ไอคอนสยาม" แกะกล่อง "อาหารเมียนมา" หรือ "อาหารพม่า" ร้าน "Rangoon Tea House" เจ้าของรางวัล CNN World’s Best Tea Houses ในรสชาติดั้งเดิมผสานสไตล์ร่วมสมัย
Rangoon Tea House เคยติดอันดับ Asia’s 50 Best Essence of Asia ก่อตั้งโดย ฮเท็ด เมียต อู (Htet Myet Oo) นักธุรกิจชาวเมียนมา เมื่อปี 2014 ในย่างกุ้ง เป็นแบรนด์ร้านอาหารเมียนมาสไตล์แคชชวลไดนิ่ง หลังจากเขาไปเรียนที่อังกฤษกว่า 20 ปี เขาตัดสินใจกลับบ้านเกิดและมองหาธุรกิจที่บอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมเมียนมา
เราอาจคุ้นกับคำว่า อาหารพม่า มากกว่า อาหารเมียนมา นักธุรกิจจากย่างกุ้งนำวัฒนธรรม “ดื่มชา” ของชาวพม่า มาบอกเล่าและตีความให้ร่วมสมัยขึ้น คนพม่า (หรือเมียนมา) มีวัฒนธรรมไปร้านน้ำชาดื่มชา กินอาหาร ร้านน้ำชาเป็นเหมือน “สภากาแฟ” ในบ้านเรา เป็นสังคมเล็ก ๆ ที่ผู้คนพบปะกัน สังสรรค์กัน เป็นศูนย์กลางบอกเล่าวิถีชุมชน
Rangoon Tea House ไอคอนสยาม
ในเมียนมามีร้านน้ำชามากกว่า 1 แสนแห่ง การดื่มชาอยู่ในวิถีชีวิตของคนพม่า เช่นเดียวกับร้าน Rangoon Tea House ที่จับเรื่องราวของวัฒนธรรมอาหารและการดื่มชาเข้าด้วยกัน จากที่มาว่า...ร้านชาในพม่าเกิดขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองย่างกุ้งที่ต่อมากลายเป็นเมืองหลวงภายใต้อาณานิคมของอังกฤษในช่วงต้นทศวรรษ 1900 เวลานั้นแรงงานชาวอินเดียตอนใต้อพยพมาย่างกุ้ง พร้อมกับชาวจีนจากมณฑลฝูเจี้ยน ส่งผลให้อาหารได้รับอิทธิพลจากชาวทมิฬ (อินเดียตอนใต้) และอาหารจีน อาหารพม่าทุกวันนี้จึงมีกลิ่นอายของอาหารจีน เช่น ติ่มซำ เมนูเส้น ปอเปี๊ยะ เต้าหู้ทอด ฯลฯ อาหารอินเดียเช่น ข้าวหุงบริยานี ข้าวหมก ซาโมซา เครื่องปรุงและเครื่องเทศต่าง ๆ
ชานมพม่า
คุณเจม ผู้จัดการร้าน หนุ่มพม่าจากเมืองพุกาม บอกว่า “Rangoon Tea House เปิดมากว่าสิบปีแล้ว อาหารของเราเป็นอาหารพม่าตำรับออริจินัล บางเมนูปรับให้ร่วมสมัยขึ้น หลายเมนูยังเป็นอาหารที่ชาวบ้านกินกันในครัวเรือน ความจริงคนพม่ากินข้าวกับแกงเหมือนคนไทย แต่ในแกงไม่ใช้กะทิมากเหมือนคนไทย จะใช้ในเมนูข้าวซอยไก่ ซึ่งรับมาจากข้าวซอยเชียงใหม่ เชียงราย คนพม่าไม่กินเผ็ดมาก หลายเมนูเหมือนที่ไทยมีเช่น ขนมจีนน้ำยา หรือ โมฮิงกา แต่รสไม่เผ็ดเท่าของไทย”
โมฮิงกา ขนมจีนน้ำยาพม่าเสิร์ฟกับไข่ต้มและของทอด
ผู้จัดการร้านเสริมว่า โดยทั่วไปคนพม่าแทบไม่กินเผ็ดเลย ตัวเขาเองก็เช่นกัน แต่หลังจากมาอยู่เมืองไทย 3 ปี เขาพบว่าตอนนี้ถ้าอาหารไม่เผ็ดรู้สึกกินไม่อร่อย...
เมนูแนะนำเริ่มที่ ชาพม่า (La Phet Yay ชาใส่นม) มีส่วนผสมของชาดำ นมข้นหวาน นมข้นจืด สามารถเลือกรสชาติได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ระดับความขม ความหวาน และความมัน ด้านบนจะมีฟองที่จับตัวเป็นก้อนบาง ๆ คล้ายฟองเต้าหู้ เกิดจากการตีนมจนเป็นฟอง
Prawn Puri
อาหารทานเล่น เช่น เต้าหู้ทอด ปอเปี๊ยะ ข้าวโพดทอด ปลาหมึกทอดสไตล์คะฉิ่น กุ้งทอดซอสพูรี ปูนิ่มทอดกรอบ ปอเปี๊ยะกุ้งสไตล์เพ็กฮอน (ไส้วุ้นเส้นกับข้าวโพด) ปีกไก่ทอด ฯลฯ เมนูสลัดเช่น สลัดมะเขือม่วงย่าง, สลัดเต้าหู้ทอด, สลัดส้มโอ, สลัดใบชากุ้งทอด, สลัดใบบัวบก
สลัดซาโมซา
สลัดซาโมซามันฝรั่งทอดในน้ำซุปถั่วชิคพี (Samosa Thoke) ถือกำเนิดจากเมืองย่างกุ้ง อิทธิพลจากชาวอินเดียในอ่าวเบงกอลที่มาอยู่ในพม่าช่วงศตวรรษที่ 19 ผสมผสานกับวัตถุดิบและเครื่องปรุงของพม่า โมฮิงกา ปลา 4 ชนิด หรือขนมจีนน้ำยา เนื้อแกงเข้มข้นมาก เติมเครื่องเคียงผักสดต่าง ๆ และพริกเพิ่มความเผ็ดได้ตามต้องการ
ยำใบชา
ยำใบชา (Tea Leaf Salad) อาหารพม่าออริจินัล สูตรของร้านเครื่องแน่น มีใบชาดองคลุกเคล้ากับมะเขือเทศ ถั่วบดและกระเทียม ทุกวันเชฟจะโชว์วิธีทำที่หน้าร้านพร้อมให้ลองชิม เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่กินเพลิน เพิ่มรสเผ็ดได้ตามชอบ
โชว์ทำยำใบชาหน้าร้านพร้อมให้ชิม
ข้าวบริยานี
ข้าวบริยานีเสิร์ฟกับมิ้นท์ชัตนีย์ น้ำซุปเปรี้ยว ผักดองและพริกเผา
ข้าวบริยานี (Rangoon Chicken Briyani) เมนูฟิวชั่นระหว่างอาหารพม่ากับบริยานีสไตล์ไฮเดอราบัดจากอินเดีย วิธีทำ นำข้าวบาสมาติไปหุงกับนม หญ้าฝรั่น เครื่องเทศ และมันฝรั่งรมควัน ในข้าวหมกกับไก่ไร้กระดูกที่หมักข้ามคืนด้วยเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมแผ่นแป้งอบในหม้อดิน วิธีรับประทานให้กระเทาะแผ่นแป้งแล้วจิ้มกับน้ำพริกพื้นบ้านของพม่า (Balachaung) แล้วนำไปคลุกเคล้ากับข้าวหุงและเนื้อไก่ ยังมีบริยานีกุ้ง, แกะ และบริยานีขนุน (เมนูวีแกน)
เมนูอื่น ๆ ได้แก่ กุ้งแม่น้ำลวกเสิร์ฟพร้อมแกงกะทิหัวข้นกุ้งแซฟฟรอน, มันฝรั่งรมควันกับไก่ผัดแกงกะหรี่พม่าสูตรโบราณ
ก๋วยเตี๋ยวสไตล์รัฐฉาน
ก๋วยเตี๋ยวสไตล์รัฐฉาน (ไก่) น้ำหรือแห้ง เสิร์ฟพร้อมเส้นก๋วยเตี๋ยวในน้ำซุปไก่ คู่กับน้ำพะโล้มะเขือเทศ ซอสถั่วเหลืองฉบับรัฐฉานและเนื้อไก่
บูร์ราต้าชีสกับเนื้อแพะ หรือสลัดใบชาเนื้อแพะอบ ชีสอยู่ตรงกลางล้อมด้วยเนื้อแพะบดที่หมักกับเครื่องเทศ ถ้าต้องการความเข้มข้นขึ้นให้บีบมะนาวสดลงไป จากนี้เผ็ดเลยแก้เลี่ยนได้ดี
บูร์ราต้าชีสกับเนื้อแพะอบ
แนวเส้นเช่น ข้าวซอยไก่/ กุ้ง น้ำซุปส่วนผสมจากถั่วชิคพี เสิร์ฟพร้อมไข่ต้ม, สลัดเส้นใหญ่ไก่ฉีก, ผัดเส้นใหญ่สไตล์พม่า (ทะเล) อิทธิพลจากอาหารระนอง, บะหมี่ไข่ซี่โครงหมู, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อสไตล์พม่า น้ำซุปกระดูกเนื้อ ฯลฯ
ของหวาน ชีสเค้กมันม่วง
แกงกะหรี่กุ้งแม่น้ำ
แนวขนมปังเช่น กัวเปาใส่ไก่ทอดรสเผ็ด ขนมปังขาวคล้ายพิต้าแต่เนื้อหนาสอดไส้ไก่, หมูตุ๋นซอสพริกศรีราชา, ทาโก้ไส้หมูฉีก/ ปลา, โรตีแรปไก่/ แกะ/ ขนุนอ่อน
เมนูพื้นบ้านเช่น ข้าวสวยกับน้ำพริก ผักสดกับซุปเปรี้ยว รสชาติที่คนไทยชอบมีเผ็ดมีเปรี้ยว และหมูสามชั้นตุ๋นเครื่องแกงมะม่วงดอง หอมแดง กับกระเทียม
Rangoon Tea House สาขาไอคอนสยาม
ไม้ขีดไฟ ของที่ระลึกจากพม่า
Rangoon Tea House สาขาที่สองในไทย เปิดแล้วที่ ไอคอนสยาม (สาขาแรกซอยสุขุมวิท 38) นับเป็นสาขาใหม่ที่เปิดนอกประเทศเมียนมา ในเมียนมามีสองสาขาในย่างกุ้งที่ Golden Valley และ Junction Square
เปิดใจรับรสชาติ อาหารพม่า หลายเมนูคล้ายอาหารไทย ผสานกลิ่นอายอาหารอินเดียและอาหารจีน มีเมนูคาว-หวานหลากหลาย ชาซีลอนซิกเนเจอร์ที่ห้ามพลาด กาแฟ ค็อกเทล และไวน์ธรรมชาติ (Natural Wine) ในร้านตกแต่งสวย ดูหรูหราและทันสมัย และยังให้กลิ่นอายความเป็นเมียนมา ที่ Rangoon Tea House ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชั้น G โซน The Veranda
วัฒนธรรมดื่มชาในพม่า ต้นกำเนิดการดื่มชามาจากจีน แล้วแพร่สู่หลายประเทศในเอเชียไปจนถึงยุโรป ในประเทศพม่าหรือเมียนมามีบันทึกว่า รับมรดกการดื่มชามาหลายร้อยปีแล้ว ด้วยรสชาติสดชื่นของชาและดื่มเพื่อสุขภาพ
เริ่มต้นจากแหล่งปลูกชาในพม่าทางตอนเหนือที่รัฐฉาน และเฟื่องฟูมากในสมัยอาณาจักรพุกาม (ยุคทองของพม่า ศตวรรษที่ 11-14) ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอลองสิธู (ครองราชย์ ค.ศ.1112-1167) ที่ให้ชาวปะหล่องปลูกชามากขึ้น ยุคนั้นชาวพม่าดื่มชาเขียว และเมนู ยำใบชา (Laphet Thoke) ก็เกิดขึ้นในช่วงนี้
เมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ อุตสาหกรรมชาจึงเกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการดื่มชา แหล่งปลูกชาเกิดขึ้นมากมาย เมื่อชาวอินเดียอพยพมาอยู่พม่า และเปิดร้านชาเรียกว่า Kaka Hsaing เสิร์ฟชาร้อนใส่นม วัฒนธรรมดื่มชานมจึงเกิดขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็มาจากคนอังกฤษที่นิยมดื่มชาใส่นม (และน้ำตาล) ไม่เหมือนกับการดื่มชาของคนจีน
ชานมพม่า
ร้านน้ำชาในพม่าเปิดทั่วทุกที่ เป็น “สภาน้ำชา” ที่เริ่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ คนพม่าดื่มชาตั้งแต่ก่อนอาหารเช้า ระหว่างมื้ออาหาร และหลังอาหาร เป็นสังคมเล็ก ๆ ที่คนมาพูดคุยกันทุกเรื่อง จนยุคหนึ่งสถานทูตอเมริกาในพม่าบอกว่า “ข่าวสำคัญ ๆ ในพม่าไปหาได้ที่ร้านน้ำชา”
แหล่งปลูกชาในพม่ามากสุดในรัฐฉาน ในระดับพื้นที่ 1,200-1,800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีฝนตก 1,000-1,600 มิลลิเมตรต่อปี ปัจจุบันประมาณว่ามีแหล่งปลูกชาราว 7-8 หมื่นเฮคเตอร์ แต่ละปีเก็บใบชาสดได้ราว 78 ล้านกิโลกรัม
ชาพม่าต้องใส่นม
ชานมพม่า (Cr.insightmyanmar.org)
ทำไมต้องชานม (Laphet Yay) คนพม่าดื่มชาดำ (หรือชาแดง คำเรียกในภาษาจีน) ทำจากใบชาหมัก เดิมใช้ชาอัสสัมหรือชาใบใหญ่ ปัจจุบันผสมชาพันธุ์ใบเล็กของจีนด้วย เมื่อนำไปหมักจนเป็นสีดำทำให้รสชาติเข้มข้น ขมและฝาด จนคนอังกฤษ, อินเดีย, ศรีลังกา รวมถึงพม่ารับไม่ได้ จึงเติมนมและน้ำตาลเพื่อให้ดื่มง่าย และเมื่ออุตสาหกรรมนมกระป๋องมาพร้อมการเกิดของตู้เย็น ทำให้การชงชาใส่นมไม่ใช่เรื่องยาก ได้รสสดใหม่ของชาและนม แต่ไม่ใส่เครื่องเทศแบบชาอินเดียในบางพื้นที่ บางสูตรก็เหยาะเกลือลงไปเล็กน้อย





