วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ

'มาดากัสการ์' ไม่ได้มีเฉพาะสิงสาราสัตว์และธรรมชาติอันงดงาม แต่ยังมี 'กาแฟ' เครื่องดื่มที่มีความสำคัญในระดับวัฒนธรรมของประเทศ

หลายคนอาจเคยชมภาพยนต์การ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง 'มาดากัสการ์' (Madagascar) ที่ออกฉายครั้งแรกในวันนี้เมื่อ 19 ปีก่อน ผลิตโดยบริษัท ดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชัน พล็อตหนังเล่าถึงเกาะกลางมหาสมุทรแสนสวยแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด นั่นแหละครับคือประเทศมาดากัสการ์ ที่ไม่ได้มีเฉพาะสิงสาราสัตว์และธรรมชาติอันงดงาม แต่ยังมี 'กาแฟ' เครื่องดื่มที่มีความสำคัญในระดับวัฒนธรรมของประเทศอีกด้วย

เกาะ 'มาดากัสการ์" ประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของแอฟริกา ไม่ได้ถูกปักหมุดเอาไว้ในฐานะแหล่งปลูกกาแฟ 'ชื่อดัง' บนแผนที่กาแฟโลก ไม่ใช่เพราะไม่มีกาแฟ แต่กาแฟที่ปลูกและผลิตส่วนใหญ่เป็นการบริโภคในประเทศ

กาแฟที่ปลูกในมาดากัสการ์ส่วนใหญ่เป็นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าที่เรียกกันว่า 'มาลากาซี โรบัสต้า' (Malagasy robusta) แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการปลูกกาแฟอาราบิก้าเพิ่มมากขึ้น ทว่าสัดส่วนการของอาราบิก้านั้นมีประมาณ 10% ที่เหลืออีก 90% เป็นกาแฟโรบัสต้า

การผลิตกาแฟทั้งสองสายพันธุ์นี้ยังคงอยูในรูปกาแฟ 'ออร์แกนิค' ซึ่งได้รับความนิยมสูงในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา ทั้งยังไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ เข้าไปพัฒนากระบวนการผลิตกาแฟมากมายอะไรนัก

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ การผลิตกาแฟในมาดากัสการ์ แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ โรบัสต้า, อาราบิก้า (เยลโล่ เบอร์บอน) และกาแฟป่า  (ภาพ : pexels.com/Michael Burrows)

ที่น่าแปลกใจสำหรับผู้เขียนคือ แม้เป็นประเทศผู้ผลิตกาแฟอันดับที่ 23 ของโลก มีกำลังผลิตเฉลี่ยปีละ 520,000 กระสอบ(กระสอบละ 60 กิโลกรัม) ซึ่งใกล้เคียงกับไทยเรา แต่กลับแทบไม่ปรากฏว่ามีบรรดา คอฟฟี่ ฮันเตอร์ หรือนักล่ากาแฟ เข้าไปตามหา 'เพชรในตม' กัน

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ที่โดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด มาดากัสการ์ ถือเป็นบ้านอีกหลังของสายพันธุ์ 'กาแฟป่า' เกือบครึ่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว จากการศึกษาทางพันธุกรรม พบว่ากาแฟป่าทางตอนเหนือของมาดากัสการ์มีต้นกำเนิดมาจากสายพันธุ์กาแฟที่กระจายตัวมาจากแผ่นดินใหญ่ของทวีปแอฟริกาเมื่อนานมาแล้ว

เดือนกันยายน ค.ศ. 2021 มีการค้นพบกาแฟป่าเพิ่มเติมอีก 6 สายพันธุ์ในป่าทางตอนเหนือของมาดากัสการ์ รวม ๆ แล้วเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้มีสายพันธุ์กาแฟจนถึงตอนนี้ก็ 65 สายพันธุ์ ทำให้มีสายพันธุ์กาแฟที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 130 สายพันธุ์

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ แผนที่เกาะมาดากัสการ์ ประเทศเล็กๆที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตะวันออกของแอฟริกา  (ภาพ : google.com/maps)

การแพร่กระจายพันธุ์กาแฟป่าไปทั่วทั้งเกาะนี้ส่วนใหญ่ต้องขอบคุณสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของมาดากัสการ์ที่กินเนื้อผลกาแฟสุกเป็นอาหาร รวมถึงค้างคาวผลไม้ และตัว 'ลีเมอร์หางแหวน' สัตว์ที่มีรูปร่างทั่วไปคล้ายลิง มีส่วนหัวคล้ายหมาจิ้งจอก มีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น ไม่พบในธรรมชาติของประเทศอื่น ๆ นอกจากสวนสัตว์

กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าจำนวนน้อยที่ปลูกบนเกาะแห่งนี้ เป็นสายพันธุ์ที่รู้จักกันดีอย่าง 'เยลโล่ เบอร์บอน' (Yellow Bourbon) เจ้าของฟาร์มกาแฟส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายเล็ก ๆ หรือไม่ก็รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์ผู้ผลิตกาแฟ เช่น สหกรณ์ซานตาทร้า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวาคินานคารัทนา ตอนกลางของเกาะ

ระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ฟาร์มกาแฟบางแห่งเริ่มปรับกระบวนการผลิตทั้งระบบให้อยู่ในรูปกาแฟพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงคั่วกาแฟในสหรัฐและยุโรป

ต้นปีค.ศ. 2021 สารกาแฟสายพันธุ์เยลโล่ เบอร์บอน จากไร่ 'เซบู เอสเตท' (Zebu Estate) ถูกนำเข้าไปในสหราชอาณาจักรโดยบริษัทค้ากาแฟ ออมวานี ก่อนกระจายไปถึงมือโรงคั่วต่าง ๆ เช่น ฟิกเมนต์ คอฟฟี่ โรสเตอร์ ในอเบอร์ดีน, แมนิเฟสโต้ ในเพิร์ธไชร์, ทริปเปิล โค โรสต์ ในบริสตอล และไวลด์ ฮาร์ต คอฟฟี่ โรสเตอร์ส ในไอร์แลนด์เหนือ

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ การดื่มกาแฟของคนบนเกาะมาดากัสการ์ฝังรากลึกมานมนาน แผงขายกาแฟเล็ก ๆ พบได้ทั่วไปตามตรอกซอกซอย นิยมคั่วเอง ชงเอง ขายเอง  (ภาพ : Milo Miloezger on Unsplash)

ปรากฎการณ์นี้เปิดหน้า 'ประวัติศาสตร์' ครั้งสำคัญให้กับวงการกาแฟมาดากัสการ์ เพราะกาแฟจากไร่เซบู เอสเตท ถือเป็นการผลิตในขั้นตอนตามรูปแบบกาแฟพิเศษเป็นล็อตแรกของประเทศ โดยในปีแรกนั้น ผลผลิตมีน้อยมาก น้ำหนักรวมกันเพียง 30 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนั้น ยังเป็นสารกาแฟพิเศษล็อตแรกที่ถูกส่งออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน โรงคั่วกาแฟกาแฟพิเศษในรัฐมินนิโซตา ชื่อ พาราไดซ์ โรสเตอร์ส ก็นำเข้าสารกาแฟเยลโล่ เบอร์บอน จากสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟซานตาทร้า ไปคั่วจำหน่ายเป็นเมล็ดกาแฟบรรจุถุง ระดับคั่วอ่อนค่อนกลาง ตั้งราคาขายไว้ในเว็บไซต์ออนไลน์ของบริษัทที่ประมาณ 20 ดอลลาร์ ต่อ 8 ออนซ์ หรือ 226 กรัม

โดยภาพรวมแล้ว มาดากัสการ์จึงประกอบด้วยกาแฟ 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ โรบัสต้า, อาราบิก้า (เยลโล่ เบอร์บอน) และสายพันธุ์กาแฟป่าที่ยังไม่ได้ถูกหยิบไปพัฒนาเป็นกาแฟเชิงพาณิชย์

ตามปูมกาแฟนั้น ต้นกาแฟเชิงพาณิชย์ถูกนำเข้ามายังมาดากัสการ์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 จากฝีมือผู้ตั้งถิ่นฐานชาวฝรั่งเศส  ที่นำกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าและอาราบิก้ามาจากเอธิโอเปีย รวมถึงพันธุ์ 'เบอร์บอน ปวงตูว์' (Bourbon Pointu) มาจากเกาะรียูเนียน (เดิมเรียกว่าเกาะเบอร์บอน) หลังจากกองทัพฝรั่งเศสเข้ายึดครองมาดากัสการ์เป็นอาณานิคมในปีค.ศ. 1896 ก็ผลักดันให้มีการปลูกกาแฟมากกว่าพืชผลอื่น ๆ ส่งผลให้กาแฟกลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจบนเกาะในช่วงทศวรรษที่ 1930

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ กาแฟสายพันธุ์เยลโล่ เบอร์บอน จากไร่เซบู เอสเตท ถือเป็นการผลิตกาแฟคุณภาพสูงตามรูปแบบกาแฟพิเศษเป็นล็อตแรกของมาดากัสการ์  (ภาพ : Facebook/Zebu Coffee)

มาดากัสการ์ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1960 แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่ใกล้ชิดกันไว้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้การผลิตกาแฟบนเกาะนี้พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดปีค.ศ.1980 เป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่อันดับ 8 ของโลก

ทว่าภาวะตกต่ำของราคากาแฟในทศวรรษ 1990 มีผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตกาแฟ เกษตรกรจำนวนมากหันมา 'ปลูกข้าว' แทน ปัจจุบัน มาดากัสการ์ผลิตเมล็ดกาแฟได้ประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณที่เคยผลิตได้มากที่สุด

'กาเฟนดราซานา' (kafendrazana) เป็นโซนปลูกกาแฟดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส ซึ่งยังคงเป็นที่รู้จักในเรื่องกาแฟโรบัสต้าคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังเป็นบ้านของค้างคาวผลไม้ที่ชอบกินเนื้อผลกาแฟสุก จนเป็นที่มาของการเก็บกาแฟมาคั่วจำหน่ายในชื่อ 'Bat spit coffee' นัยว่าน้ำลายของค้างคาวนั้นทำให้รสชาติกาแฟดีขึ้น กลายเป็นอีกธุรกิจหนึ่งไป รูปแบบคล้าย ๆ กาแฟขี้ชะมด

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ ที่มาดากัสการ์ ร้านกาแฟพิเศษจัดว่าหายากสักหน่อย แต่ถ้าเป็นคาเฟ่มาตรฐานสากลในสไตล์ตะวันตกพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ ๆ  (ภาพ : facebook.com/expressbleu)

เรื่องกาแฟค้างคาวนี้ ผู้เขียนแค่นำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ ไม่แนะนำให้ลองดื่ม หรือใครสนใจอยากลิ้มลอง แบบไม่กลัวน้ำลายค้างคาว ก็ไม่ว่ากัน  ถ้าลองแล้วเห็นว่าโอเค ก็หลังไมค์มาบอกกันได้ครับ

ส่วนสายพันธุ์อาราบิก้าบนเกาะนี้ ปลูกกันในโซนพื้นที่สูงตอนกลาง ส่วนใหญ่อยู่ในอันตานานาริโว เมืองหลวงของประเทศ และรอบ ๆ ทะเลสาบอเลาตรา

ขณะที่ธุรกิจกาแฟพิเศษเริ่มแจ้งเกิดในมาดากัสการ์ ทว่าการดื่มกาแฟของคนบนเกาะนี้ 'ฝังรากลึก' มานมนาน แผงขายกาแฟเล็ก ๆ พบได้ทั่วไปตามตรอกซอกซอย ที่ผู้ขายมักคั่วกาแฟเองในกระทะ แล้วนำลงต้มในหม้อใบใหญ่ ชงเองผ่านถุงผ้ามีด้ามจับที่บ้านเราเรียกว่าถุงผ้าชงกาแฟโบราณ

เมนูที่นิยมดื่มคือกาแฟสูตรร้อนดำเข้มข้นใส่นมข้นหวานคล้าย ๆ กาแฟโบราณ 'โกปี๊' ซึ่งเป็นเมนูร่วมรากเหง้าวัฒนธรรมกาแฟอาเซียน แน่นอนว่า ที่มาดากัสการ์ใช้กาแฟโรบัสต้าเสียเป็นส่วนใหญ่ เพราะปลูกกันมากประมาณ 90%

'Madagascar coffee' ไม่ดัง! แต่มีกาแฟป่าพันธุ์ใหม่เพียบ ฟาร์มกาแฟบางแห่งในมาดากัสการ์ เริ่มปรับกระบวนการผลิตให้อยู่ในรูปกาแฟพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการจากตลาดต่างประเทศ  (ภาพ : Sabri Tuzcu on Unsplash)

ที่นี่ ร้านกาแฟพิเศษยังมีอยู่น้อย หาได้ไม่ง่ายนัก แต่ถ้าเป็นคาเฟ่มาตรฐานสากลในสไตล์ตะวันตกพบได้ทั่วไปตามเมืองใหญ่ ๆ ร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งคือร้าน La Pâtisserie Colbert  ในเมืองอันตานานาริโว สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1946 ขึ้นชื่อในด้านกาแฟ, ช็อคโกแลต และขนมหวาน+เบเกอรี่ นอกจากนั้น ก็มีร้านเก่าแก่อย่าง TAF Le Gourmet, Café Liégeois และ  L’Express Bleu พิจารณาจากชื่อร้านแล้วน่าจะได้รับอิทธิพลฝรั่งเศสมากทีเดียว

มาดากัสการ์ถือเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่เงียบ ๆ ยังไม่โด่งดัง แต่มีกาแฟหลากหลาย รวมทั้งสายพันธุ์ใหม่ ๆอีกเพียบ

และน่าเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ของบรรดานักล่ากาแฟ ที่ดั้นด้นไปตามแหล่งปลูกกาแฟทั่วโลก เพื่อแสวงหากาแฟแบบ 'นิวไอเท็ม' พร้อมรสชาติแปลกใหม่ มาตอบสนองความต้องการลูกค้า ตามวิถีทางหนึ่งของธุรกิจกาแฟพิเศษในปัจจุบัน

...............................

เขียนโดย : ชาลี วาระดี