ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหนังเล่าโลกตื่นเช้าไล่หาโปรแกรมหนังน่าดูจากโซเชียลมีเดีย เพราะนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ดูหนังตามโปรแกรมมานานแล้ว ส่วนใหญ่ดูหนังที่เป็นกิจกรรมพิเศษ
ในใจไม่ได้คิดถึงเรื่องไหนเป็นพิเศษ จนกระทั่งมาเจอกับ The Origin of Ultraman ก็รู้เลยว่า นี่ล่ะ! หนังที่เราต้องดู เพราะเราก็เป็นหนึ่งในผลผลิตของอุลตร้าแมน
ภาพยนตร์สารคดี The Origin of Ultraman ผลงานการกำกับของ Yu Nakamura และ Kazuki Yoshida ที่สร้างขึ้นในวาระเฉลิมฉลอง 60 ปีซีรีส์ดังหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ญี่ปุ่น อันเป็นต้นฉบับของซอฟต์พาวเวอร์เอเชีย ชื่อเรื่อง The Origin of Ultraman แปลตรง ๆ ก็กำเนิดอุลตร้าแมน (ไทย ญี่ปุ่น ออกเสียงอุลตร้า ฝรั่งเรียกอัลตร้า) เนื้อหาจึงเป็นการเจาะลึกเบื้องหลังจุดกำเนิดอุลตร้าแมนผ่านมุมมองจริงจากเหล่าผู้กำกับและครีเอเตอร์ระดับตำนานทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศ ซึ่งทุกคนล้วนมีอุลตร้าแมนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ชนิดที่ว่าพวกเขาจะไม่มีวันนี้ได้เลยถ้าไม่มีอุลตร้าแมน รวมถึงคนที่เคยมีส่วนร่วมกับผลงานต้นฉบับซึ่งสูงวัยกันแล้วทั้งสิ้น ตอกย้ำภาพคนญี่ปุ่นอายุยืนได้ดีทีเดียว
ภาพยนตร์เดินเรื่องด้วยข้อมูลตรงจากผู้ที่เกี่ยวข้องสลับกับภาพบางส่วนบางตอนจากซีรีส์ที่ได้รับการปรับปรุงคุณภาพจนคมชัดงดงามเมื่อรับชมบนจอใหญ่ อุลตร้าแมนเป็นผลงานของบริษัท Tsuburaya Productions ผู้เคยสร้าง Ultra Q ทีวีซีรีส์แนวโทคุซัตสึมาก่อน
เว็บไซต์ skdesu.com ระบุว่า โทคุซัตสึ ( tokusatsu) แปลว่า “การถ่ายทำด้วยเอฟเฟกต์พิเศษ” มาจากคำว่า toku (特, พิเศษ) กับ satsuei (撮, การถ่ายทำ) ในยุคแรกคำนี้ครอบคลุมทุกงานที่ใช้เทคนิคภาพพิเศษในภาพยนตร์ญี่ปุ่น แต่ในความหมายที่คนทั่วไปรู้จักกันดีทุกวันนี้หมายถึงซีรีส์ไลฟ์แอ็กชันที่มีฮีโร่สวมชุดเกราะ หุ่นยนต์ยักษ์ สัตว์ประหลาด และฉากต่อสู้ที่ใช้เอฟเฟกต์หนัก ๆ ตั้งแต่ก็อตซิลลา อุลตร้าแมน คาเมนไรเดอร์ ไปจนถึงจัสเปี้ยนและจิไรยะ ซึ่งเป็นที่คุ้นตาในไทยมานาน
อุลตร้าแมนเริ่มออกอากาศในญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 1966 ถือเป็นผลงานเรื่องแรกในแฟรนไชส์อุลตร้าแมนที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน และบริษัทได้เปิดตัวโครงการฉลองครบรอบ 60 ปีของซีรีส์นี้ในเดือน ก.ค. 2025 หากมองในมุมข่าวต่างประเทศ การมาของอุลตร้าแมนเกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังทะยานสุดขีดในทุก ๆ ด้าน หลังพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 ก็สามารถพัฒนาประเทศจนเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนได้ในปี 1964 โดยก่อนพิธีเปิดเก้าวัน ญี่ปุ่นเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงชินกันเซ็นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ถือเป็นสุดยอดนวัตกรรม สองปีต่อมาก็มีอุลตร้าแมนมาครองใจผู้คนทั่วโลก ญี่ปุ่นไม่ใช่ผู้ก่อสงครามอีกต่อไป แต่เป็นผู้สร้างสันติภาพด้วยวิทยาศาสตร์
น่าเสียดายที่คนญี่ปุ่นวัย 20 เศษยุคปัจจุบันไม่รู้จักฮีโร่ขวัญใจมหาชนรายนี้เสียแล้ว เช่นเดียวกับวัยรุ่นไทย ผู้ที่ยังจดจำอุลตร้าแมนได้ก็น่าจะเป็นคนวัย 50-65 ปี เทียบกับสถิติคร่าว ๆ คนกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 21.5% ของประชากรไทย หรือราวหนึ่งในห้า ถือเป็นคนที่ยังคงมีอำนาจชี้นำสังคม ถ้ายังนึกภาพไม่ออกลองนึกภาพนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ตอนเดินสายหาเสียงชูนโยบายภูมิใจไทยพลัสดูก็ได้ ชูสองมือไขว้กันเป็นเครื่องหมายพลัส นั่นมันท่าอุลตร้าแมนชัด ๆ!





