วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

สำรวจอีกบทบาทของ Weibo ที่ก้าวออกจากโลกออนไลน์ สู่การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน ผ่านดนตรี ศิลปิน อาหาร และประสบการณ์ร่วมที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจับต้องได้มากขึ้น

ทุกวันนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนโต๊ะเจรจา “วัฒนธรรมร่วมสมัย” กำลังกลายเป็นภาษาสากลที่ช่วยให้ผู้คนต่างชาติ ต่างภาษา และต่างพื้นฐาน เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านงาน 2026 Weibo Cultural Communication Night (Thailand) ซึ่ง Weibo จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยมีบริษัท ไฮโดรอินดัส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (Hydroindus) เป็นผู้ดำเนินการ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ กรุงเทพฯ

งานครั้งนี้นำดนตรี ศิลปะ อาหาร ความบันเทิง กีฬา การท่องเที่ยว และพลังของกลุ่มแฟนคลับ มาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ตั้งแต่ตลาดวัฒนธรรม พรมแดง การแสดงบนเวที ไปจนถึงพิธีมอบรางวัล

มากกว่าการรวมตัวของศิลปินชื่อดัง งานนี้ชวนให้เห็นว่า วัฒนธรรมในโลกปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเพณีหรือมรดกจากอดีต แต่ยังรวมถึงเพลง ซีรีส์ แฟชั่น อาหาร กีฬา ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนคลับ ซึ่งสามารถเดินทางข้ามพรมแดนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

Weibo เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่ของจีน และมีบทบาทในการเผยแพร่ข่าวสาร กระแสความนิยม และวัฒนธรรมร่วมสมัยจีนไปยังผู้ชมในประเทศต่าง ๆ

ขณะที่ Weibo Cultural Communication Night เป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่เดินทางไปจัดมาแล้วในประเทศไทย สิงคโปร์ มาเก๊า และมาเลเซีย โดยประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งแรกเมื่อปี 2568 ก่อนที่กิจกรรมจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้

หากการจัดงานครั้งก่อนเป็นเหมือนการทำความรู้จักกัน การกลับมาในปีนี้ได้ขยับคำถามไปอีกขั้นว่า เมื่อการแลกเปลี่ยนระหว่างสองวัฒนธรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว จะทำอย่างไรให้ความสัมพันธ์เหล่านั้นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้มากขึ้น จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

รูปแบบของงานจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพรมแดง การแสดง หรือพิธีมอบรางวัล แต่เพิ่มพื้นที่ให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมและสัมผัสวัฒนธรรมผ่านประสบการณ์ตรง ตั้งแต่อาหาร สินค้าสร้างสรรค์ งานหัตถกรรม แฟชั่น ไปจนถึงกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้พบปะกับศิลปินอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของปีนี้คือ การนำเสนอรูปแบบ “ตลาดวัฒนธรรมและค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง” เป็นครั้งแรก เพื่อขยายการพบปะทางวัฒนธรรมจากกิจกรรมบนเวทีไปสู่บรรยากาศที่ใกล้เคียงกับวิถีชีวิตประจำวัน

ภายในตลาดรวบรวมอาหารขึ้นชื่อของไทยและจีน งานหัตถกรรม สินค้าสร้างสรรค์ แบรนด์สกินแคร์และแฟชั่น ตลอดจนกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟจาก IP ต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเรียนรู้วัฒนธรรมผ่านรสชาติ กลิ่น เสียง บรรยากาศ และการลงมือมีส่วนร่วม

งานยังร่วมมือกับสำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า นำเสนอประสบการณ์ “เสน่ห์มาเก๊า × ค่ำคืนกรุงเทพฯ” เพื่อเชื่อมโยงอัตลักษณ์ของสองเมืองผ่านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ศิลปินอย่าง เกา ชิงเฉิน หรือ “นาย” กรชิต บุญสถิต์ภักดี และศิลปินคนอื่น ๆ ยังได้เข้าเยี่ยมชมร้านค้าภายในตลาด พร้อมพบปะและถ่ายภาพกับผู้ร่วมงาน ทำให้การแลกเปลี่ยนไม่ได้เกิดขึ้นจากการมองเวทีอยู่ห่าง ๆ แต่กลายเป็นบทสนทนาและประสบการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นตรงหน้า

พื้นที่ลักษณะนี้ช่วยลดระยะห่างระหว่าง “วัฒนธรรม” กับ “ชีวิตประจำวัน” เพราะผู้คนไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วัฒนธรรมอื่นผ่านข้อมูลหรือพิธีการเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเริ่มต้นจากอาหารหนึ่งจาน สินค้าหนึ่งชิ้น หรือกิจกรรมเล็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกัน

จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Together in Melody, Together in Harmony” หรือ “เมื่อเจ้าพระยาขับขาน ภูเขาและท้องทะเลร่วมบรรเลง” โดยใช้เสียงเพลงเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงผู้คน และสะท้อนความกลมกลืนระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

หนึ่งในช่วงสำคัญคือการแสดงเปิดงาน “Sawasdee” ซึ่งนำคำว่า “สวัสดี” คำทักทายที่คุ้นเคยในภาษาไทย มาถ่ายทอดร่วมกันโดยศิลปินจากสองประเทศ เปลี่ยนคำธรรมดาในชีวิตประจำวันให้เป็นคำเชื้อเชิญทางวัฒนธรรมที่ส่งไปยังผู้ชมจากหลากหลายพื้นที่

ขณะที่ เกา ชิงเฉิน และ เฉินเหยียนซี ร่วมกันถ่ายทอดเพลง “City of Stars” ซึ่งพูดถึงความฝันและการพบกัน เมื่อถูกนำมาขับร้องโดยศิลปินไทยที่เติบโตบนเส้นทางบันเทิงในจีน และนักแสดงจีนที่เดินทางมาพบผู้ชมในไทย บทเพลงจึงสะท้อนภาพการเดินทางและการพบกันระหว่างผู้คนจากสองวัฒนธรรมได้ชัดเจนขึ้น

หัวใจของการแลกเปลี่ยนจึงไม่ใช่การทำให้วัฒนธรรมไทยและจีนกลายเป็นสิ่งเดียวกัน แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เอกลักษณ์ของแต่ละฝ่ายอยู่ร่วมกัน ตอบรับกัน และสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ขึ้นมา

รายชื่อผู้เข้าร่วมงานครอบคลุมทั้งศิลปิน นักแสดง และบุคคลจากหลากหลายวงการ ไม่ว่าจะเป็น เหรินเจียหลุน, เฉินเหยียนซี, เกา ชิงเฉิน, หยางอวิ๋นฉิง หรือ Sunnee, ลีน่า ลลินา รวมถึง เฉินเมิ่ง นักกีฬาเทเบิลเทนนิสเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก

ศิลปินไทยที่เติบโตในประเทศจีนสะท้อนการเคลื่อนที่ของคนรุ่นใหม่ข้ามพรมแดนวัฒนธรรม ขณะที่ศิลปินจีนซึ่งมีฐานผู้ชมในประเทศไทยแสดงให้เห็นการเดินทางของคอนเทนต์ภาษาจีนสู่ผู้ชมต่างประเทศ

จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

ส่วนการปรากฏตัวของเฉินเมิ่งได้ขยายขอบเขตของงานออกจากวงการบันเทิงไปสู่โลกกีฬา ซึ่งมีคุณค่าเรื่องความมุ่งมั่น ความเคารพ และการเปิดกว้างต่อความแตกต่างเป็นพื้นฐานร่วมกัน

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการรวบรวมคนดังจากหลายประเทศไว้ในงานเดียว แต่เป็นการนำผู้คนจากหลากหลายเส้นทางมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยมีวัฒนธรรมเป็นจุดเชื่อมโยง

‘แฟนด้อม’ พลังส่งต่อวัฒนธรรมข้ามพรมแดน

อีกหนึ่งภาพสะท้อนของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมสมัย คือการเติบโตของชุมชนแฟนคลับข้ามชาติ ผู้ชมไม่จำเป็นต้องพูดภาษาเดียวกับศิลปิน แต่สามารถเชื่อมโยงกันผ่านผลงาน ความรู้สึก และกิจกรรมที่ทำร่วมกัน

ภายในงาน แฟน ๆ ชาวจีนและไทยได้ร่วมส่งกำลังใจและบันทึกช่วงเวลาต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นภาพของ เหอช่างซี ที่ถูกเผยแพร่โดยแฟนชาวไทย ข้อความจากแฟนชาวจีนที่ส่งถึง หลิงหลิง คอง หรือภาพพรมแดงของ เฉินเมิ่ง ที่ถูกส่งต่อไปยังผู้ชมวงกว้าง

บน Weibo แฮชแท็ก #WeiboCulturalCommunicationNight มียอดการอ่านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หัวข้อที่เกี่ยวข้องทยอยเข้าสู่อันดับการค้นหายอดนิยม ทำให้กิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่จริงถูกขยายต่อไปยังผู้ชมบนโลกออนไลน์

เมื่อศิลปินหรือผลงานหนึ่งได้รับความนิยม ผู้ชมมักสนใจสิ่งที่อยู่รอบตัวศิลปินตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาษา อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว แฟชั่น หรือวิถีชีวิต พลังของแฟนด้อมจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ความบันเทิง แต่ยังช่วยขยายการรับรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

ในแง่นี้ Cultural Communication Night จึงเป็นมากกว่างานประกาศรางวัล เพราะทำหน้าที่เป็นจุดนัดพบของศิลปิน แฟนคลับ แบรนด์ และผู้คนจากหลายวัฒนธรรม ก่อนที่เรื่องราวจากพื้นที่จริงจะถูกส่งกลับไปสร้างบทสนทนาต่อบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

จากวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวและความยั่งยืน

นอกจากความบันเทิง งานปีนี้ยังขยายความหมายของคำว่า “ความกลมกลืน” ไปสู่มิติการท่องเที่ยว ธุรกิจ และความยั่งยืน

พื้นที่พรมแดงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขณะที่พิธีมอบรางวัลให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์กรและบุคคลจากแวดวงวัฒนธรรมและกีฬา ที่มีส่วนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมประกาศรายชื่อบริษัทที่มีผลงานด้าน ESG

การเข้าร่วมของ XPeng ผู้ผลิตรถยนต์อัจฉริยะจากจีน ยังสะท้อนให้เห็นว่าการแลกเปลี่ยนข้ามพรมแดนไม่ได้มีเพียงด้านศิลปะและความบันเทิง แต่ครอบคลุมถึงธุรกิจและเทคโนโลยี ซึ่งสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวทางวัฒนธรรมและสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคในท้องถิ่นได้

ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับรางวัล “ประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดเยี่ยมแห่งปีของ Weibo ประเทศไทย” สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมร่วมสมัย แพลตฟอร์มดิจิทัล และการตัดสินใจเดินทางของผู้คน

จากหน้าจอสู่โลกจริง 'Weibo' ใช้ Pop Culture เชื่อมหัวใจไทย-จีน

จากตลาดวัฒนธรรมในช่วงกลางวันไปจนถึงค่ำคืนกาล่า 2026 Weibo Cultural Communication Night (Thailand) สะท้อนการนำดนตรี ศิลปะ อาหาร กีฬา การท่องเที่ยว และความบันเทิง มาเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-จีน

พร้อมกันนั้น ยังต่อยอดบทบาทของแพลตฟอร์มจากพื้นที่สื่อสารออนไลน์ สู่การสร้างประสบการณ์ร่วมในพื้นที่จริง ก่อนนำเรื่องราวและความประทับใจเหล่านั้นกลับไปขยายต่อบนโลกดิจิทัลอีกครั้ง

Weibo ระบุว่า คุณค่าของ Cultural Communication Night ไม่ได้อยู่เพียงการเดินทางไปจัดงานในประเทศต่าง ๆ แต่อยู่ที่การกลับมาสร้างความสัมพันธ์และทำให้การแลกเปลี่ยนค่อย ๆ เติบโตในพื้นที่เดิม

เมื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่ค่อย ๆ แทรกอยู่ในเพลงที่ฟัง อาหารที่รับประทาน สถานที่ที่เดินทางไป และบทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างผู้คน ความสัมพันธ์ระหว่างสองวัฒนธรรมจึงมีโอกาสเดินต่อไปได้ไกลกว่าหนึ่งค่ำคืน