เปิดกาแล็กซีท่องอวกาศกันอีกครั้ง หลังจากสงครามดวงดาว Star Wars จากเราไปนานถึง 7 ปี ครั้งนี้ The Mandalorian and Grogu ซามูไรพ่อลูกอ่อนกับเบบี้โยดา รับภารกิจจากนิวรีพับลิค ตามล่าอดีตผู้รับใช้กาแลกติก เอ็มไพร์
Star Wars: The Mandalorian and Grogu (แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู) กำกับโดย Jon Favreau ลงโรงอย่างน่าตื่นเต้น คนสร้างบอกว่าถ่ายทำในระบบ IMAX ให้ผู้ชมที่คิดถึง Star Wars กลับเข้าโรงรำลึกความสนุกเมื่อหลายปีก่อน แม้จะรู้ว่าพล็อตเรื่องของชาวแมนดอร์ ไม่เกี่ยวอะไรกับเจไดและดาบเรืองแสงหรือไลท์เซเบอร์
เพราะ The Mandalorian เผยโฉมให้ดูทางจอแก้ว ออกมา 3 ซีซั่น ๆ ละ 8 ตอน (2019, 2020, 2023) คนเขียนบทบอกว่าเตรียมบทสำหรับซีซั่น 4 แต่แล้วผู้สร้างบอกว่าเอามาสร้างหนังเถอะ ไหน ๆ คนดูก็รู้จัก แมนดอร์และโกรกู กันแล้ว สมควรต่อยอดออกเป็นหนังฟอร์มยักษ์ในจักรวาล Star Wars
ใครยังไม่เคยดูซีรีส์ก็น่าจะดูหนังเข้าใจ ด้วยพล็อตเรื่องไม่ซับซ้อน เดินเรื่องไปตามขั้นตอนอย่างเรียบง่าย ไม่มีเงื่อนงำแอบแฝง สนุกตื่นเต้นแบบคาดเดาได้ ออกแนว “เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูสนุก” พาเด็กเข้าโรงดูเบบี้โยดาจะอดใจไม่ไหวต้องหิ้วตุ๊กตาโกรกูกลับบ้าน
ขอสรุปเรื่องราวใน 3 ซีรีส์แบบย่อ (ที่สุด) เพื่อไปชมหนังใหญ่ให้สนุก
ซีซั่น 1 เหตุการณ์เกิดหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิ 5 ปี (ต่อจากหนัง Star Wars ตอน The Return of the Jedi) แมนดาลอเรี่ยน เป็นนักล่าฆ่าหัวจากดาวแมนดอร์ที่แตกสลายไปแล้ว ชาวแมนดอร์ที่สวมหมวกเหล็กพร้อมหน้ากาก กระจัดกระจายแยกย้ายกันไป แมนดอร์ (รับบทโดย เปโดร ปาสคาล) รับจ้าง The Client อดีตคนในจักรวรรดิ ให้พาตัวสิ่งมีชีวิตผู้หนึ่งซึ่งอายุ 50 ปี กลับมา ค่าตอบแทนคือเหล็กเบสคาล (Beskal) เหล็กเนื้อดีที่ชาวแมนดอร์ใช้ทำหน้ากากและเสื้อเกราะ แมนดอร์ตกลงหลังจากออกตามหาคนอายุ 50 ปีเจอก็พาไปส่งลูกค้า คน ๆ นั้นคือเบบี้โยดา นอนในเปลอวกาศ ตอนนั้นแมนดอร์ยังไม่มีชื่อ และเบบี้โยดาถูกเรียกว่า “The Child”
ในซีซั่น 2 แมนดอร์ถอดหน้ากากลาเบบี้โยดา
แต่แล้วแมนดอร์ไปชิงเอาเบบี้โยดากลับมา พูดง่าย ๆ เบี้ยวคนจ้างทั้ง ๆ ที่รับค่าตอบแทนมาแล้ว เขาจึงกลายเป็นผู้ถูกล่า “ซามูไรพ่อลูกอ่อน” กระเตง The Child หนีจากการตามล่าของอดีตคนของจักรวรรดิ
ซีซั่น 2 สืบหาตัวตนของเบบี้โยดา และรู้แล้วว่าชื่อ โกรกู (Grogu) ส่วนแมนดอร์ชื่อ ดิน จาริน (Din Djarin) ชนเผ่านักรบยอดฝีมือ หลังจากสืบหาคนที่บอกได้ว่าที่แท้โกรกูมาจากไหนและส่งต่อให้ ลุค สกายวอล์คเกอร์ เป็นผู้ฝึกสอนวิชา
ซีซั่น 3 ดิน จาริน ตามหาชาวแมนดอร์และฟื้นฟูอารยธรรมของชาวแมนดอร์ โกรกูกลับมาหาดิน จาริน กลายเป็นลูกบุญธรรม รับจ้างงานถูกกฎหมายอยู่บนดาวเนวาร์โร
ตัดฉับมา (ปี 2026 โลกมนุษย์) ดิน จาริน กับ โกรกู คู่หูพ่อลูกรับจ้างทำงานให้นิวรีพับลิค ให้หาอดีตผู้สวามิภักดิ์ต่อจักรวรรดิ ที่ยังมีอำนาจและคิดจะก่อสงคราม ผู้นำนิวรีพับลิค (ซิกอร์นีย์ วีเวอร์) ให้ไปหาคน ๆ หนึ่งที่รู้รายชื่อบรรดาผู้วางแผนร้าย หนึ่งในนั้นคือลูกชายแจ๊บบ้า (Jabba) Rotta the Hutt นั่นคือจุดเริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่ของ "แมนดอร์" กับ "เบบี้โยดา"
ดูหนัง Star Wars ภาคไหนก็สนุก มาก-น้อย ตื่นเต้น-ลุ้นแตกต่างกันไป เรื่องนี้สู้กันทั้งเรื่องแต่ไม่มีดาบเจไดกวัดแกว่ง สู้กันด้วยยุทธวิธีของชาวแมนดอร์ ซึ่งเจอคู่ปรับเอเลี่ยน เอ็มโบ (Embo) พกดาบซามูไร สวมหมวกกะโล่ เป็นนักล่ารับจ้างจากฝาแฝดแจ๊บบ้ามาตามล่าแมนดอร์ ระหว่างทางคือฉากต่อสู้ของแมนดอร์กับเอเลี่ยนหลายสปีชี่ เยอะจนกำลังจะทายว่าตัวอะไรก็มีตัวใหม่ออกมาอีก
Rotta the Hutt ลูกชายแจ๊บบ้า ทรงพลังและเท่
แต่บทบู๊ไม่โหด เด็กดูได้ โดยเฉพาะเบบี้โยดาได้บทเด่นแสดงเดี่ยวหลายนาที เริ่มแสดงพลัง (force) มากขึ้น แต่ยังไงก็เป็นเด็ก ชอบกิน อยากเล่น หากความรับผิดชอบมาพร้อม ตอนพ่อบุญธรรมบาดเจ็บถูกพิษงูมังกร โกรกูคอยเฝ้า หายามาทาแผล
ชาว Anzellans วิศวกรซ่อมเครื่อง ตัวเล็กกว่าโกรกู
เรื่องนี้อาจไม่เต็มร้อยสำหรับสาวก Star Wars แต่อาจได้แฟนคลับเบบี้โยดา จะบอกว่าเหมือนดูซีรีส์ในจอใหญ่ก็ไม่ผิด อารมณ์เหมือนหนังยุค 80 พล็อตไม่ซับซ้อน บทบู๊ไม่โลดโผน อีกอย่างไม่มีฉากต่อสู้ยิ่งใหญ่ และการวางแผนแบบบทหนังที่มีเจไดกับดาบเลเซอร์
ฝาแฝดแจ๊บบ้า
Dragonsnake
6 เหตุผลที่ควรชม Star Wars: The Mandalorian and Grogu
- เพราะหนัง Star Wars หายไปนานถึง 7 ปี (คิดถึงแทบตาย)
- เป็นครั้งแรกที่นำซีรีส์จากมหากาพย์ Star Wars มาสร้างหนัง ลงทุน 165 ล้านยูเอส นับว่าน้อยสุดในจักรวาลสงครามดวงดาว
- สร้างพล็อตใหม่ แม้ตัวละครไม่ใหญ่แบบต่อสู้กับจักรวรรดิ สร้างจุดเริ่มต้นใหม่ที่เข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องดูซีรีส์ก็ได้
- เป็นหนังเด็ก และผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบ เพราะเบบี้โยดาเอาอยู่
- รวมสปีชี่เอเลี่ยน จัดมาเยอะ แต่ละรูปโฉมชวนสงสัย
- เปิดตัวละครใหม่ที่น่าดึงดูด เช่น ลูกชายแจ๊บบ้า Rotta (เคยปรากฏตัวตอนเป็นเบบี้ในภาคก่อน) ร่างใหญ่ แข็งแรง แม้หน้าจะคล้ายอึ่งอ่างและตัวเหมือนหอยทาก อีกหนึ่งตัวละครคือ Embo ผู้ร้ายที่น่าจดจำ

