วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อ Leader ไม่ได้แปลว่า Leadership | Leading for Future

เมื่อ Leader ไม่ได้แปลว่า Leadership ความเป็นผู้นำ ไม่ได้เริ่มต้นวันที่เราได้รับการแต่งตั้ง และไม่ได้สิ้นสุดเมื่อลงจากตำแหน่ง มันอยู่ที่ว่าในทุกวัน เราทำให้คนรอบข้างและตัวเราเปิดพื้นที่ให้เราเรียนรู้ กล้าเติบโต จัดลำดับความสำคัญและพัฒนาได้ดีขึ้นมากแค่ไหน

สัปดาห์ที่แล้ว ช่วงเช้าดิฉันได้รับเชิญไปสอนวิชาภาวะผู้นำ (Leadership) ให้นักศึกษาปริญญาโทมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง โดยนักศึกษามีอายุเฉลี่ยประมาณ 22 ปี และส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงาน

ในการเตรียมเนื้อหา ดิฉันแอบกังวลอยู่ไม่น้อย จะออกแบบเนื้อหาสอนเรื่อง Leadership ให้คนที่ยังไม่เคยเป็นหัวหน้าอย่างไร ในเมื่อพวกเขายังไม่เคยบริหารทีม ไม่เคยรับมือกับความขัดแย้งในองค์กร และยังไม่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานจริง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม

ตลอดการบรรยาย ไม่มีใครหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ผู้สอน มีคำถาม มีการโต้ตอบ และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เมื่อหมดเวลา นักศึกษายังยกมือถามกันไม่หยุด ราวกับว่ายิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งมีเรื่องอยากรู้

เนื่องจากในช่วงบ่าย ดิฉันต้องรีบเดินทางไปสังเกตการณ์การสัมมนาของผู้บริหารระดับกลางองค์กรขนาดใหญ่องค์กรหนึ่งต่อ ก่อนกลับจึงมีนักศึกษามาขอเบอร์ติดต่อ เพราะยังมีคำถามอีกหลายข้อที่ยังไม่ได้ถามเนื่องจากหมดเวลา

ตัดภาพมาที่ช่วงบ่าย ผู้เข้าสัมมนาเป็นผู้บริหารระดับกลาง อายุเฉลี่ย 45 ปี มีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้ามาอย่างต่ำ 5 ปี ภาพที่เห็นต่างออกไป ผู้เข้าอบรมเปิดแล็ปท็อปทำงานไปพร้อมกับฟังวิทยากร ทีมจัดอบรมถึงกับเตรียมปลั๊กชาร์จแบตเตอรี่ไว้ให้บนโต๊ะอย่างพร้อมสรรพ เพื่อให้ทุกคนทำงานได้สะดวกโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมด

เป็นการอำนวยความสะดวกที่ดีมาก จนอดคิดไม่ได้ว่า เรากำลังพยายามทำให้การอบรมไม่รบกวนการทำงาน หรือกำลังทำให้การทำงานสามารถรบกวนการอบรมได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นกันแน่

เมื่อต้องทำกิจกรรม ทุกคนก็ปิดคอมพิวเตอร์และกลับมาร่วมระดมสมองได้ตามปกติ ก่อนหมดเวลาประมาณ 10 นาที หลายคนเก็บกระเป๋าเรียบร้อย สะพายกระเป๋า และนั่งรออย่างพร้อมเพรียง สายตาสื่อสารชัดเจนว่า เมื่อไรจะเลิกเสียที

พอถึงเวลา ทุกคนก็พร้อมพุ่งตัวออกจากห้องทันที

แน่นอน ผู้บริหารมีภาระงานและความรับผิดชอบมากมาย การเปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจ และการรีบกลับก็อาจมีเหตุผลที่จำเป็น ดิฉันไม่ได้คิดว่านักศึกษาตั้งใจเรียนกว่าผู้บริหารทุกคน แต่ความแตกต่างของสองห้องเรียนในวันเดียวกันนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายขึ้นในหัว

ในองค์กรไทย เรามักให้ความสำคัญกับการส่งคนเข้าอบรม หลักสูตรต้องดี วิทยากรต้องเก่ง สถานที่ต้องพร้อม อาหารต้องดี และตารางเวลาต้องชัดเจน ทุกอย่างได้รับการจัดเตรียมอย่างดี

แต่บางครั้ง สิ่งที่ขาดหายไปอาจไม่ใช่คุณภาพของหลักสูตร หากเป็นความพร้อมที่จะเรียนรู้ของคนที่เข้าห้องมา

เราอาจมีผู้บริหารที่ผ่านหลักสูตร Leadership มาแล้วหลายหลักสูตร แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมี Leadership มากขึ้นตามจำนวนหลักสูตรที่ผ่าน เช่นเดียวกับคนอายุ 22 ปีที่ยังไม่มีตำแหน่งบริหาร ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่มีภาวะผู้นำ

เพราะ Leader กับ Leadership ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

Leader คือตำแหน่งที่องค์กรแต่งตั้งให้เรา แต่ Leadership คือสิ่งที่คนรอบข้างสัมผัสได้จากวิธีคิด การตัดสินใจ การรับฟัง และการกระทำของเราในทุกวัน นั่นแปลว่า คนเป็น Leader อาจไม่มี Leadership และคนที่มี Leadership อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง Leader ก็ได้

คนที่มีตำแหน่งสูงอาจมีอำนาจสั่งการ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้เสมอไป ขณะที่คนที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ ก็อาจเป็นคนที่ริเริ่มสิ่งดีๆ กล้าตั้งคำถาม และทำให้คนรอบข้างเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้

ท้ายที่สุด Leadership ไม่ได้วัดจากตำแหน่งที่นั่งอยู่ จำนวนหลักสูตรที่ผ่าน และเราอาจมอบตำแหน่งผู้นำให้ใครสักคนได้ แต่ไม่สามารถมอบ Leadership ให้ติดไปกับตำแหน่งนั้นโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น Leadership ไม่ได้เริ่มต้นวันที่เราได้รับการแต่งตั้ง และไม่ได้สิ้นสุดเมื่อลงจากตำแหน่ง มันอยู่ที่ว่าในทุกวัน เราทำให้คนรอบข้างและตัวเราเปิดพื้นที่ให้เราเรียนรู้ กล้าเติบโต จัดลำดับความสำคัญและพัฒนาได้ดีขึ้นมากแค่ไหน และนั่นอาจเป็นบทเรียนสำคัญของการพัฒนาผู้นำ ซึ่งไม่มีหลักสูตรไหนสอนแทนเราได้ หากเราไม่พร้อมจะเรียนรู้ด้วยตัวเอง