วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย

ปัญญชลี เพ็ญชาติ ย้อนตำนาน 28 ปี คริสตีส์ ประเทศไทย (Christie's) จากวิกฤติต้มยำกุ้ง สู่เวทีประมูลการกุศลร้อยล้าน เจาะลึกจุดเริ่มต้นออฟฟิศแรกที่ เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า

KEY POINTS

  • คริสตีส์ ประเทศไทย ถือกำเนิดขึ้นหลังวิกฤติต้มยำกุ้ง โดยเข้ามาช่วยองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) จัดการประมูลทรัพย์สินจากสถาบันการเงินที่ปิดตัวลง ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาดด้วยยอดขายทะลุ 100 ล้านบาท
  • มีบทบาทสำคัญในการจัดประมูลเพื่อการกุศลภายใต้กฎ "Charity 100%" ซึ่งมอบรายได้ทั้งหมดให้องค์กรการกุศลโดยไม่หักค่าใช้จ่าย เช่น งานประมูลของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และการประมูลกล้องไลก้าทองคำ
  • มีส่วนสำคัญในการผลักดันผลงานของศิลปินไทยสู่เวทีประมูลระดับโลก สร้างสถิติราคาใหม่ๆ และส่งเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางศิลปะของเอเชีย
  • เปิดเบื้องหลังออฟฟิศแรกในไทย กว่าจะปักหมุด ณ เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า

ย้อนกลับไปเมื่อราว 28 ปีก่อน ในช่วงวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ที่สถาบันการเงินในเมืองไทยกว่า 58 แห่งต้องปิดตัวลง บาดแผลนี้เรียกขานกันในนาม วิกฤติต้มยำกุ้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าท่ามกลางซากอักเสบทางเศรษฐกิจนั้น จะกลายเป็นจุดกำเนิดของ “ตำนานการประมูลระดับโลก” ในประเทศไทย และการกำเนิด Christie’s Thailand (คริสตีส์ ไทยแลนด์) ตัวแทนสถาบันประมูล Christie’s อันเก่าแก่จากอังกฤษที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1766

 

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย งานเสวนาพิเศษ “จิบชา สนทนา 40 ปี คริสตีส์ในเอเชียฯ

 

จุดกำเนิดกลางวิกฤติ การเคาะราคาแจ้งเกิดเกินร้อยล้าน 

“จากเหตุ ‘วิกฤติต้มยำกุ้ง’ รัฐบาลไทยในขณะนั้น โดย ปรส.(องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน) ได้ยึดและรวบรวมทรัพย์สินประเภทงานศิลปะ (Artwork) และของมีค่าต่างๆ จากสถาบันการเงินที่ล้มลง แล้วต้องการนำออกประมูลเพื่อแปลงเป็นเงินทุน” ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand เล่าความเป็นมาของ คริสตีส์ ไทยแลนด์ ในงานเสวนาพิเศษ “จิบชา สนทนา 40 ปี คริสตีส์ในเอเชียกับ 3 ผู้หญิงแถวหน้าในวงการประมูลระดับโลก”

“แต่เนื่องจากประเทศไทยในเวลานั้นยังไม่มีความคุ้นเคยกับระบบการประมูล จึงได้ติดต่อให้เราช่วยประสานงานกับทางคริสตีส์เพื่อเข้ามาช่วยจัดประมูลทรัพย์สินประเภทนี้ ตอนนั้นเรายังไม่ได้เป็นตัวแทนคริสตีส์นะคะ

ครั้งนั้น เราได้ผู้เชี่ยวชาญจากคริสตีส์บินมาจากต่างประเทศเพื่อช่วยประเมินราคา จัดทำแค็ตตาล็อก ส่งให้ผู้ที่คิดว่าน่าจะสนใจ และเปิดให้ทุกท่านเข้าชม

แล้วเราก็จัดการประมูล เราได้โรเจอร์ (Roger McIlroy อดีตประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ Christie’s Australia) เป็นมือฉมังของเราในสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ชาวออสเตรเลีย รูปหล่อ มาเป็นผู้ดำเนินการประมูล (Auctioneer) ดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เนื่องจากไทยยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้”

ปัญญชลี เล่าต่อไปว่า ผลการประมูลครั้งแรกประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ จากที่คาดการณ์ยอดขายไว้ราว 10 ล้านบาท ผลการประมูลกลับสร้างความตกตะลึงด้วยยอดขายที่พุ่งทะลุ 100 ล้านบาท และจำหน่ายทรัพย์สินออกไปได้เกือบ 100%

จากความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทำให้สถาบันคริสตีส์มองเห็นศักยภาพของตลาดไทย จึงทาบทามทีมงานคนไทยในเวลานั้นซึ่งนำโดย ปัญญชลี เพ็ญชาติ, เยาวณี นิรันดร และ ทิวาลักษณ์ เจียรวนนท์ ให้มาเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และได้ร่วมกันจัดตั้งออฟฟิศแห่งแรกขึ้นที่ เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า (The Peninsula Plaza)

นับแต่นั้นมา คริสตีส์จึงได้เข้ามามีบทบาทในไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งการจัดประมูลงานศิลปะ อัญมณี นาฬิกา รวมถึงการจัดประมูลเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่อง

 

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย

ปัญญชลี เพ็ญชาติ

 

เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ปัญญชลีกล่าวว่า ในการจัดตั้งสำนักงานแห่งแรกในไทย ทีมงานไทยได้เลือกอาคาร เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ซึ่งสำนักงานใหญ่คริสตีส์ในอังกฤษคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากไม่เคยมีนโยบายตั้งออฟฟิศในห้างสรรพสินค้ามาก่อน

แต่ทีมงานไทยได้อธิบายเหตุผล เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ในยุคนั้นมีลักษณะเป็นอาคารเตี้ยเพียง 4 ชั้น ซึ่งแตกต่างจากห้างสรรพสินค้าทั่วไป มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวด รวดเร็ว และรัดกุมมาก มีเจ้าหน้าที่ รปภ. คอยดูแลตลอดเวลา มีพื้นที่จอดรถที่ดีและสะดวกต่อการรองรับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์

เมื่อทีมงานจากต่างประเทศเดินทางมาตรวจดูสถานที่จริง เห็นว่าโครงสร้างอาคารพร้อมทั้งระบบความปลอดภัยดีเยี่ยมตามเกณฑ์ จึงยอมอนุมัติให้จัดตั้งสำนักงานแห่งแรกขึ้นที่นี่

นอกจากนี้ ในวันเปิดสำนักงานยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้งทรงลงพระนามาภิไธยพระราชทานไว้เป็นที่ระลึกแก่บริษัท ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง

ในช่วงแรกๆ ที่เปิดสำนักงาน สินค้าที่ได้รับความสนใจและตอบรับอย่างดีเยี่ยมคือ จิวเวลรี่และนาฬิกา ทำยอดขายได้ดีมากในระดับท็อปของเอเชีย ก่อนที่ งานศิลปะ (Painting/Art) จะเริ่มเข้ามามีบทบาทโดดเด่นมากขึ้นในยุคต่อมา

 

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย ตัวอย่างแค็ตตาล็อกงานประมูลโดย คริสตีส์ ประเทศไทย ปีพ.ศ.2542, ปี 2543 และปี 2562

 

กฎเหล็ก “Charity 100%” และบทบันทึกการประมูลการกุศลแห่งสยาม

สิ่งที่ทำให้ชื่อของ “คริสตีส์” ได้รับความไว้วางใจและเป็นที่จดจำของคนไทยอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงการประมูลพาณิชย์ แต่คือ งานประมูลการกุศล (Charity Auction) โดยคริสตีส์ยึดถือ กฎเหล็ก Charity 100% คือ รายได้ทั้งหมดจากการประมูลต้องมอบให้มูลนิธิหรือโครงการการกุศลโดยไม่หักค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว และทีมงานทุกคนมาช่วยงานด้วยใจโดยไม่คิดค่าธรรมเนียม

ปัญญชลีกล่าวว่า งานประมูลการกุศลครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเล่าขาน ได้แก่ งานประมูลศิลปาชีพ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำรายได้ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยโครงการส่งเสริมศิลปาชีพฯ นำงานหัตถศิลป์ชั้นสูงออกประมูล อาทิ เครื่องถมเงิน ถมทอง งานปีกแมลงทับ และผ้าคลุมไหล่ปักประดับด้วยปีกแมลงทับ

“งานนี้ได้รับเกียรติจากท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูรฯ และท่านผู้หญิงอีกท่านหนึ่งมาช่วยทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการประมูล บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้ยึดการเคาะราคาตามขั้นตอนสากลอย่างเคร่งครัด แต่เป็นการขอยอดบริจาคด้วยจิตศรัทธา

มีช่วงไฮไลต์น่ารักๆ เมื่อคุณหญิงวรรณา (สิริวัฒนภักดี) และคุณหญิงปัทมา (ลีสวัสดิ์ตระกูล) เปิดศึกสู้ราคาผ้าคลุมไหล่ผืนงามด้วยจิตศรัทธา จากราคาเริ่มต้นไม่เท่าไหร่ ดันราคาขึ้นไปจนถึง 5 ล้านบาท

การประมูลงานนี้สร้างปรากฏการณ์ระดมทุนมอบให้ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้สูงถึงประมาณ 240 ล้านบาท”

อีกหนึ่งงานประมูลที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก คือ การประมูลกล้อง Leica ทองคำแท้ 22 ตัว (จัดร่วมกับไทยเบฟและสมาคมถ่ายภาพฯ) กล้องแต่ละตัวเป็นตัวแทนในการระดมทุนมอบให้ 22 องค์กรการกุศล เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสภากาชาดไทย

ปัญญชลีกล่าวว่า เดิมทีผู้มาร่วมงานตั้งงบประมาณไว้อยู่ที่ตัวละประมาณ 3 ล้านบาท แต่เมื่อเริ่มประมูลจริง ทุกคนต่างช่วยกันยกมือสู้ราคาจนทะลุ 3 ล้านบาทไปทุกตัว

“คุณสตีเฟนนักสะสมชาวฮ่องกงและแฟนคลับกล้อง Leica บินมาร่วมประมูลและยอมทุ่มเงินประมูลกล้องเพียงตัวเดียวสูงถึง 20 กว่าล้านบาทจนกลายเป็นข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ งานนี้ระดมทุนช่วยสังคมและมูลนิธิต่างๆ ได้รวมกว่า 220 ล้านบาท”

คริสตีส์ยังได้ร่วมมือกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จัดงานประมูลเป็นประจำทุกปี โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่และธนาคารมาร่วมประมูลเพื่อมอบทุนแก่เด็กและนักศึกษาศิลปะที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

นอกจากนี้ยังมี งานประมูลงานฝีพระหัตถ์ เช่นสร้อยมุกและเครื่องประดับฝีพระหัตถ์ในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี สมทบทุนโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ รวมถึงการจัดประมูลนาฬิการะดมทุนให้โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย 3 สตรีแถวหน้าในวงการประมูลระดับโลก เยาวณี นิรันดร, ประภาวดี โสภณพนิช, ปัญญชลี เพ็ญชาติ

 

ยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน สู่ศูนย์กลางศิลปะและการตรวจสอบสากล

ปัญญชลีกล่าวว่าตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา พฤติกรรมของนักสะสมไทย ได้เปลี่ยนผ่านตามยุคสมัย จากการสะสมอัญมณีเพชรเม็ดโตในอดีต สู่การสะสม งานศิลปะ (Fine Art), นาฬิกาเรือนหรู (เช่น Patek Philippe, Richard Mille และ Vintage Watches) รวมถึง สินค้าแบรนด์เนม และการสะสมข้ามหมวดหมู่ (Cross-category)

เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Christie’s Thailand และผู้ก่อตั้ง 129 Art Museum สะท้อนมุมมองว่า ไทยมีรากฐานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศิลปินทรงอิทธิพล นักสะสม แกลเลอรี และชุมชนสร้างสรรค์ที่รอการเชื่อมโยงเป็น Ecosystem ที่สมบูรณ์ หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง ไทยเป็น Art Hub ได้เช่นเดียวกัน

“แต่ทุกวันนี้เรายังติดล็อคเรื่องโครงสร้างภาษี ขั้นตอนการขออนุญาต และพื้นที่จัดงานที่ครอบคลุม จากประสบการณ์ที่ได้รับจาก Christie’s บทเรียนวิกฤติ Great Depression (ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่) พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปะที่ดีจะยังคงอยู่เหนือกาลเวลาและมีมูลค่าเติบโตขึ้น ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มองศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมและการสะสมแบบ Quiet Luxury ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นเกือบ 10 เท่า ดิฉันจึงอยากเห็นรัฐบาลเร่งสนับสนุนเรื่อง Art Space และนโยบายภาษีจริงจัง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่รัฐดันจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด”

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย Scream of Sorrowful (1968) ของ ถวัลย์ ดัชนี

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย The Symphony of the Universe (1971) ของ ประเทือง เอมเจริญ

ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLMVT) กล่าวว่า ในระดับสากล ‘ตลาดเอเชีย’ ได้เติบโตขึ้นจนคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของตลาดโลก เท่าเทียมกับยุโรปและอเมริกา กลุ่มธุรกิจลักชัวรีระดับโลกจึงหันมาสร้างสรรค์ผลงานสำหรับผู้บริโภคเอเชียโดยเฉพาะ

ขณะเดียวกัน นักสะสมไทยได้ก้าวขึ้นมาระดับแนวหน้า ทั้งการสร้างสถิติโลก (World Record) ให้กับศิลปินไทย อาทิ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี, อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ, อาจารย์ดำรง วงศ์อุปราช และการต่อยอดสู่การสะสมศิลปินระดับโลกอย่าง ปิกัสโซ (Pablo Picasso) และ มาติสส์ (Henri Matisse)

Christie’s ประเทศไทย ดันผลงานศิลปินไทยสู่เวทีประมูลระดับโลก 20/21st Century Art Sales ณ ฮ่องกง สร้างสถิติโดดเด่นต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2021–2024 อาทิ ปี 2021 ผลงานระดับ Old Master ของไทยได้รับการตอบรับอย่างคับคั่ง เช่น The Garden (1978) ของ ทวี นันทขว้าง สร้างยอดประมูล 812,500 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 3,407,178.65 บาท) 

ปี 2022 ผลงาน God (2011) ของ นที อุตฤทธิ์ ทำสถิติสูงถึง 4,032,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 16,909,788.67 บาท)

ปี 2023 ผลงาน Scream of Sorrowful (1968) ของ ถวัลย์ ดัชนี และผลงาน The Symphony of the Universe (1971) ของ ประเทือง เอมเจริญ ทำสถิติตัวเลขสูงถึงภาพละ 6,048,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 25,364,683.01 บาท)

เปิดประวัติ Christie's ในไทย จากงาน ปรส. สู่ศูนย์กลางศิลปะเอเชีย God (2011) ของ นที อุตฤทธิ์

ประภาวดีกล่าวด้วยว่า ศักยภาพอันแข็งแกร่งของกรุงเทพฯ ในฐานะ Destination ด้านไลฟ์สไตล์และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ Global CEO ของคริสตีส์ เดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี เพื่อแสดงความเชื่อมั่นต่อตลาดไทย

คริสตีส์ยังคงบทบาทการเป็นตลาดที่โปร่งใสผ่านการประมูล (Fair Market) และบริการ Private Sale โดยนำเทคโนโลยีและคลังข้อมูลราคาย้อนหลังมาใช้ตรวจเช็กความแท้และสภาพงาน (Authentication & Condition) เช่น การใช้แสง UV ตรวจรอยซ่อมสี เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักสะสมท่ามกลางภาวะที่มีงานศิลปะปลอมระบาดในปัจจุบัน

จากจุดเริ่มต้นในวันแห่งวิกฤติเศรษฐกิจ คริสตีส์ ประเทศไทย ได้เติบโตและถอดบทเรียนผ่านกาลเวลา สะท้อนความพิถีพิถันของนักสะสมไทย และการเป็นสะพานเชื่อมงานศิลปะ ทรัพย์สินเลอค่า และ...

จิตศรัทธาในการช่วยเหลือสังคมไทยอย่างยั่งยืน

  • credit photo : Christie’s Thailand