วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง

เตรียมร่มกันแดดกันฝนให้พร้อมมาออกเดินทางทอดน่องท่องย่านเก่าไปพร้อมกันค่ะ จุดหมายครั้งนี้ คือ ชุมชนบ้านบาตร ที่ตั้งอยู่บนถนนบริพัตร ริมคลองโอ่งอ่าง โดยเราจะเริ่มต้นกันที่บ้านครูหิรัญ เสือศรีเสริม ช่างทำบาตรผู้เปิดบ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำบาตร เป็นลำดับแรก

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง บ้านครูหิรัญ เสือศรีเสริม ที่แยกเมรุปูน

 

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง บาตรใบเล็กที่ทำขายเป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยว

บ้านครูหิรัญจะอยู่ตรงแยกเมรุปูน จุดตัดระหว่างถนนบริพัตรกับถนนบำรุงเมือง ไม่ไกลจากทางเข้าชุมชนบ้านบาตรมากนัก วันที่ไปถึงบ้านครูหิรัญได้พบกับข่าวเศร้าว่าครูหิรัญ ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการทำบาตรโบราณรุ่นที่ 6 ของครอบครัวได้เสียชีวิตไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง

กุสุมา เชียดรัมย์

กุสุมา เชียดรัมย์ ภรรยาครูหิรัญบอกกับเราว่าแม้วันนี้ครูไม่อยู่แล้วแต่เธอจะทำหน้าที่สืบสานงานทำบาตรและความตั้งใจของครูที่ต้องการเผยแพร่ความรู้การทำบาตรด้วยมือแบบดั้งเดิมให้กับเยาวชน รวมทั้งผู้สนใจตลอดจนนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้การทำบาตรได้โดยไม่คิดมูลค่าเหมือนเคย

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง วัยรุ่นที่มาเรียนรู้การทำบาตรที่บ้านครูหิรัญ

“การทำบาตรเป็นวิชาของครอบครัว คนสมัยก่อนค่อนข้างหวงวิชาไม่อยากเผยแพร่ แต่ครูหิรัญมองว่าถ้าไม่เผยแพร่ความรู้ก็จะสูญหายไป ยิ่งช่วงที่มีบาตรปั๊มจากโรงงานออกมาขาย ราคาถูกกว่า ผลิตได้จำนวนมากกว่าทำให้บาตรทำมือได้รับความนิยมน้อยลง

คนในชุมชนจึงหันไปทำอาชีพอื่น ครูหิรัญจึงรวบรวมกลุ่มช่างขึ้นมาแล้วเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ใครก็ได้ที่สนใจเข้ามาเรียน แรกๆครูก็ถูกคนในชุมชนต่อต้านว่าทำไมไปสอนให้คนนอก ซึ่งเราก็เป็นคนนอกชุมชนคนหนึ่ง แต่ต่อมางานของครูทำให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจทุกคนจึงเข้าใจ”

กุสุมาเล่าถึง ‘ครูหิรัญ’ ผู้จุดประกายให้ชุมชนบ้านบาตรเป็นที่รู้จักในฐานะช่างฝีมือทำบาตรด้วยมือทุกขั้นตอน ที่ถูกต้องตามหลักธรรมวินัย แห่งเดียวในกรุงเทพฯที่ยังอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จนได้รับการยกย่องจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ให้เป็น ครูช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2559 ประเภทประณีตศิลป์ (เครื่องโลหะ)

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง ช่างในชุมชนบ้านบาตรที่ทำงานในขั้นตอนที่แต่ละคนถนัด

“เราเรียนรู้ขั้นตอนการทำบาตรกับครูมาตั้งแต่ปี 2545 เขาสอนด้วย สังเกตเขาด้วย การทำบาตรแต่ละขั้นตอนค่อนข้างละเอียดและเสี่ยงอันตรายด้วยเพราะว่าเป็นงานเหล็ก แต่กลายเป็นว่าช่างทำบาตรส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เราจะแบ่งงานกันทำตามความชำนาญของแต่ละคน”

กุสุมา อธิบายถึงขั้นตอนการทำบาตรว่ามีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ได้แก่

  • การตีขอบบาตร - เพื่อกำหนดขอบบาตร
  • การขึ้นรูปและต่อลาย – ตัดแผ่นเหล็กออกเป็นชิ้นๆแล้วนำมาต่อกันให้เป็นรูปทรงบาตร
  • แล่นบาตร – เชื่อมรอยต่อด้วยผงทองแดงและน้ำประสานทองตามรอยต่อโดยใช้ความร้อน
  • ตีตะเข็บ – ทุบรอยตะเข็บให้ผิวเรียบเสมอกัน
  • ลายบาตร – เคาะให้เป็นรูปทรงบาตร เช่น ทรงไทยเดิม ลูกจัน มะนาว ตะโก และหัวเสือ
  • ตีเม็ด – ตีบาตรให้เรียบเสมอกันทั้งใบ
  • ตะไบ - ตกแต่งให้สวยงาม
  • รมดำ – เพื่อป้องกันสนิม เดิมใช้ทาด้วยกำมะถันแล้วนำไปสุมไฟ ปัจจุบันใช้น้ำมันกันสนิมทาให้ทั่วตัวบาตร

“บาตรหนึ่งใบไม่ได้ทำคนเดียว เราแบ่งงานให้ชาวบ้านในชุมชนทำงานในขั้นตอนที่เขาถนัด ช่างที่ทำงานกับเรามีตั้งแต่อายุ 60 ไปจนถึง 80 ปี ครูหิรัญบอกว่าเวลารับงานต้องให้มีรายได้สู่ชุมชนด้วย เด็กนักเรียนบางคนก็มีรายได้จากงานในขั้นตอนที่เขาทำได้

รายได้จากการทำบาตรอาจไม่ได้มากมาย สำหรับเราเป็นงานที่มีคุณค่าทางจิตใจที่เราได้ทำงานรับใช้พระพุทธศาสนา บาตรทำมืออาจใช้เวลาทำนานเป็นสัปดาห์แต่อายุการใช้งานอยู่ได้ถึงร้อยปี เราภูมิใจที่ได้ทำบาตรที่ถูกต้องตามหลักธรรมวินัย” กุสุมา กล่าวพลางนำชมขั้นตอนการทำบาตรและบาตรหลากหลายขนาดรวมทั้งบาตรขนาดเล็กที่ทำขายเป็นของที่ระลึกอย่างมีไมตรี

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง ทางเข้าชุมชนบ้านบาตร เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง บาตรชนิดต่างๆ

จากนั้นเราจึงข้ามถนนบำรุงเมืองมุ่งหน้าไปที่ชุมชนบ้านบาตร ด้านหน้ามีร้านขายน้ำปั่นของชุมชนที่มีอัธยาศัยและทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี เธอแนะนำให้เราหยุดชมการตีบาตรของช่างที่กำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ ต่อจากนั้นเราสามารถเดินตามแผนที่และเสียงค้อนไปได้เรื่อยๆ สามารถหยุดชมตามจุดที่สนใจและพูดคุยกับช่างฝีมือได้เลย

ทั้งนี้ด้านในจะมีพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมจัดแสดงบาตรพระที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุต่างๆ  เช่น บาตรไม้ บาตรเหล็ก บาตรสแตนเลส รวมไปถึงบาตรรูปทรงต่างๆ พร้อมประวัติชุมชนพอสังเขป

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง ภาพวาดบนผนังในชุมชนเล่าถึงขั้นตอนการทำบาตร

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง สิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ชุมชน

 ทำให้ได้ทราบว่าในชุมชนบ้านบาตรมีบ้านของบุคคลสำคัญหลายท่าน ได้แก่ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) สถานที่รวมตัวของนักดนตรี นักแต่งเพลง โรงเรียนสอนด้านดนตรีและการละคร เรียกขานกันว่าเป็น "สำนักดนตรีบ้านบาตร"

รวมทั้ง "เรือนพิกุล" ของพระยาบรรณสิทธิ์ทัณฑการ เป็นบ้านที่ พลเอกเปรม ติณณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เคยพำนักอยู่ในช่วงที่เรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบอีกด้วย

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ทำให้เราได้พบกับประวัติศาสตร์นอกตำราที่เล่าขานผ่านชุมชน ท่ามกลางเสียงค้อนที่ก้องกังวาลมานานกว่าสองร้อยปี

ใครที่อยากรู้ว่ากว่าจะมาเป็นบาตรพระแต่ละใบมีขั้นตอนอย่างไร เตรียมหมวกกันแดดร่มกันฝนให้พร้อมแล้วออกไปทอดน่องท่องเมืองหาคำตอบกันได้เลย

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง

เยี่ยมย่าน ‘บ้านบาตร’ ฟังเสียงค้อนเล่าประวัติศาสตร์กลางกรุง ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำบาตร (บ้านครูหิรัญ เสือศรีเสริม) และชุมชนบ้านบาตร

เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ถ้าอยากเห็นขั้นตอนการตีบาตรแนะนำให้ไปช่วง 11.00 – 15.00 น. วันจันทร์ - เสาร์ วันอาทิตย์เป็นช่วงเวลาพักผ่อนของช่าง

อ้างอิง  "ความศรัทธา พึ่งพาอาศัย"  กลุ่มอนุรักษ์บาตรไทย และภูมิปัญญาไทย (บ้านบาตร) กรุงเทพมหานคร , สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT