วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน 2569

Login
Login

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก

แกลเลอรีไทย - เอกชน รวมตัวจัดงาน "art bangkok" ประเดิม ต.ค.นี้ แก้ปัญหาต้นทุนสูงและขาดการสนับสนุนในการนำศิลปินท้องถิ่นไปแสดงผลงานใน art fair ต่างประเทศ

KEY POINTS

  • แกลเลอรีไทยรวมตัวกันจัดงาน "art bangkok" เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนสูงและขาดการสนับสนุนในการนำศิลปินท้องถิ่นไปแสดงผลงานในอาร์ตแฟร์ต่างประเทศ
  • มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางอาร์ตแฟร์ในภูมิภาค โดยใช้เสน่ห์และเอกลักษณ์ของเมืองเป็นจุดแข็ง และสร้างอีเวนต์ให้เป็นสินทรัพย์ระดับชาติ
  • งานนี้เกิดจากความร่วมมือของสมาคมแกลเลอรีไทยและภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางศิลปะที่แข็งแกร่ง และมีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาไปสู่ "Bangkok Art Week" ในอนาคต
  • "art bangkok 2026 - The First Chapter" จะรวบรวมแกลเลอรีชั้นนำกว่า 20 แห่งจากไทยและต่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงผลงานและสร้างเครือข่ายในวงการ

ธนาคารโลกระบุว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) คือ 1 ใน 5 เครื่องจักรสำคัญทางเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศไทย ร่วมกับระบบและบริการด้านสุขภาพ (Wellness)โดย ศิลปะ ได้รับการมองว่าเป็น “รากแก้ว” และจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ เสื้อผ้าแฟชั่น หรือการบ่มเพาะรสนิยมทางสุนทรียศาสตร์ในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คน

คือข้อมูลที่ เสริมคุณ คุณาวงศ์ เจ้าของบ้านพิพิธภัณฑ์คุณาวงศ์ และประธานบริษัท อาร์ต แท็งก์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ “ศิลปะ” ในงานแถลงข่าวเปิดตัวงานจัดแสดงและซื้อขายผลงานศิลปะนานาชาติหน้าใหม่ภายใต้ชื่อ art bangkok 2026 -The First Chapter ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน 2569

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก เสริมคุณ คุณาวงศ์

เสริมคุณ กล่าวด้วยว่า แม้ในปัจจุบันผู้คนจะคุ้นเคยกับ การมองโลกผ่านหน้าจอมือถือ แต่สำหรับงานศิลปะแล้ว หน้าจอทำหน้าที่เป็นเพียงภาพอ้างอิง ที่ไม่สามารถทดแทนการสัมผัสประสบการณ์จริงได้

“การได้ยืนอยู่ต่อหน้าผลงาน การรับรู้ระยะการมอง และมิติเชิงพื้นที่ คือหัวใจสำคัญของการบริโภคสุนทรียภาพ”

ด้วยเหตุนี้ ตลาดงานแสดงศิลปะ หรือ art fair ที่รวบรวมผลงานจริงไว้นับพันนับหมื่นชิ้น จึงทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศทางศิลปะให้สมบูรณ์

ในมิติการจัดงานระดับนานาชาติ การนำเข้าแฟรนไชส์อีเวนต์ชื่อดังจากต่างประเทศ มักมีราคาสูงและต้องพึ่งพางบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ

เสริมคุณกล่าวด้วยว่า แม้แฟรนไชส์ต่างชาติจะช่วยสร้างกระแสได้ แต่การสอดแทรกองค์ประกอบท้องถิ่นและการพัฒนาอีเวนต์ของตนเองให้กลายเป็น สินทรัพย์ระดับชาติ (National Asset) คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ประเทศสามารถสร้างคุณค่าและสินทรัพย์ทางศิลปะที่เป็นของตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เมื่อมองไปยังตลาดศิลปะในภูมิภาคเอเชีย แต่ละเมืองต่างมีบริบทและข้อได้เปรียบที่แตกต่างกัน ดังนี้

ฮ่องกง ได้เปรียบอย่างมหาศาลจากการเป็นศูนย์รวมกำลังซื้อหลักของตลาดจีน

สิงคโปร์ พึ่งพางบประมาณอุดหนุนมหาศาลจากภาครัฐในการสนับสนุนพิพิธภัณฑ์และเนรมิตสื่อแสดงแสงสีทั่วเมือง ทว่าบรรยากาศและสไตล์ยังไม่อาจสร้างความรู้สึกรื่นรมย์เหมือนกับกรุงเทพฯ ได้

จาการ์ตา มีข้อจำกัดที่ต้องพึ่งพาสปอนเซอร์เอกชนเป็นหลักเพื่อความอยู่รอด และมีบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากความรื่นรมย์ของไทย

“ด้วยเหตุนี้ กรุงเทพฯ จึงนับเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง art fair ด้วยวิถีชีวิต เสน่ห์ และบรรยากาศเฉพาะตัวที่เมืองอื่นยากจะเลียนแบบ”

เจ้าของบ้านพิพิธภัณฑ์คุณาวงศ์กล่าวด้วยว่า แม้การเริ่มต้นสร้างสรรค์งานอย่าง art bangkok จะไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องอาศัยเวลาในการพัฒนาความสุกงอมของระบบ แต่หากผู้คนในวงการศิลปะร่วมมือกันอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว โดยไม่แบ่งแยกฝักฝ่าย ก้าวแรกนี้จะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศศิลปะของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

บาดแผลแกลเลอรีไทยในสมรภูมิระดับสากล

สุภิตา เจริญวัฒนมงคล ผู้แทนสมาคมแกลเลอรีไทย (Thai Galleries Association: TGA) ให้ภาพการเติบโต ตัวตน และก้าวสำคัญของวงการศิลปะไทยผ่านโครงการ art bangkok หรืออาร์ตแฟร์นานาชาติหน้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ ไว้ดังนี้

“ในระบบศิลปะทั่วโลก แกลเลอรีต่างประเทศ สร้างรายได้สูงถึง 35% จากการตระเวนออกงานอาร์ตแฟร์ทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาดศิลปะที่มีมูลค่าเกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทว่าในประเทศไทย แกลเลอรีนับร้อยแห่งที่สืบทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกกลับไม่เคยมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงานอาร์ตแฟร์ต่างประเทศ เนื่องจากมีต้นทุนสูงถึงหลักล้านบาทต่อครั้ง โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ”

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก สุภิตา เจริญวัฒนมงคล

แม้ว่าศิลปินไทยที่ได้มีโอกาสไปแสดงผลงานในอาร์ตแฟร์ต่างประเทศจะได้รับความสนใจและเป็นขวัญใจของสื่อมวลชนเสมอ แต่การขาดระบบและโครงสร้างสนับสนุนที่แข็งแกร่งในประเทศ ทำให้วงการศิลปะไทยยังไม่สามารถผลักดันศิลปินและสร้างมูลค่าได้อย่างเต็มศักยภาพ

สุภิดา กล่าวต่อไปว่า เมื่อเกิดคำถามว่า “เราจะอยู่กันอย่างไรต่อโดยอาศัยแค่ดวง?” เหล่าคนทำแกลเลอรีที่เห็นวัฏจักรของศิลปินตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่จางหายไป จึงตัดสินใจรวมตัวกันจัดตั้ง สมาคมแกลเลอรีไทย เพื่อนำทุนทางวัฒนธรรมมาพิสูจน์ให้เห็นว่างานศิลปะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ จนเกิดเป็นงาน art fair สัญชาติไทยอย่าง art bangkok ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนครั้งสำคัญจากองค์กรใหญ่อย่าง UOB

การเลือกใช้ชื่อ art bangkok ก็เพื่อดึงเอา เสน่ห์ ความสนุก และ เสรีภาพของกรุงเทพฯ ที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนทั่วโลกมาเป็น ‘ตัวนำ’ พร้อมทั้งวางหมุดหมายให้กรุงเทพฯ เป็นบทแรก (The First Chapter) เพื่อปูทางไปสู่การจัด art fair ในเมืองอื่น ๆ ของไทยต่อไปในอนาคต เช่น อาร์ต เชียงใหม่, อาร์ต ปัตตานี หรือ อาร์ต ขอนแก่น

ภายใต้แนวคิด The First Chapter งาน art bangkok เริ่มต้นด้วยการเปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยเปลี่ยนภาพจำของอาร์ตแฟร์จากสถานที่ที่เกร็งหรือเข้าถึงยาก ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสนุกและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันจาก “ความไม่รู้”

“ในปัจจุบัน ตลาดศิลปะเริ่มเปิดกว้างไปยังกลุ่มนักสะสมรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่เด็กอายุเพียง 8 ขวบ ไปจนถึงเจ้าของแบรนด์ธุรกิจต่างๆ”

สุภิดา กล่าวด้วยว่า การขับเคลื่อน art bangkok มุ่งหวังที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงจน “ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป” งานนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบตั๋วเข้าชมหลายระดับ พร้อมเปิดรับแรงสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยย้ำเตือนว่า การลงทุนในงานศิลปะ ใช้เงินเพียงเล็กน้อย แต่นำมาซึ่งผลตอบแทนมหาศาลในรูปแบบของความทรงจำและประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ เพื่อร่วมกันผลักดันวงการศิลปะไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

 

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก ตัวอย่างผลงานศิลปะจาก MoNWIC (Museum of Narong Waleeporn Intanate Collection)

 

โอกาสบนเวทีสากลและการเปิดโลกของศิลปิน

กันตภณ เมธีกุล ซึ่งใช้ชื่อในการสร้างสรรค์งานศิลปะว่า ก้องกาน แสดงความคิดเห็นถึงความจริงของอาชีพศิลปินและพลังแห่งการผลักดันว่า ในสังคมทั่วไป คำถามแรกๆ เมื่อลูกหลานอยากเป็นศิลปินคือจะสามารถเลี้ยงชีพได้จริงหรือไม่

“ในความเป็นจริง มีศิลปินเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่พอจะมีเงินหรืออยู่อย่างสบาย และคนกลุ่มนี้ต่างต้องทำงานหนักมากอย่างต่อเนื่อง การที่ศิลปินคนหนึ่งจะเติบโตและประสบความสำเร็จได้ ลำพังเพียงแค่การทำงานหนักในสตูดิโออาจไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องอาศัยปัจจัยและสิ่งรอบข้างช่วยกันผลักดัน”

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก กันตภณ เมธีกุล (ก้องกาน) กับภาพลายเส้น “เด็กผู้ชาย” สัญลักษณ์ความรู้สึกและความฝันของศิลปิน

ก้องกาน กล่าวว่า การได้รับโอกาสเดินทางไปแสดงผลงานในอาร์ตแฟร์ระดับโลกอย่าง Art Basel ถือเป็นหมุดหมายที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ทว่าในความเป็นจริง ศิลปินไทย ที่ได้ไปปรากฏตัวในงานระดับสากลอย่าง Frieze ยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่มีคอมมูนิตี้แข็งแกร่งอย่างเกาหลีใต้ ทั้งนี้เนื่องจากแกลเลอรีระดับโลกยังทำงานร่วมกับศิลปินไทยในสัดส่วนที่น้อยมาก

Frieze เป็นองค์กรศิลปะร่วมสมัยระดับโลกที่มีชื่อเสียง โดดเด่นทั้งงานแฟร์ศิลปะ สิ่งพิมพ์ และการมีตัวตนบนโลกดิจิทัล ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 พร้อมกับการเปิดตัวนิตยสาร frieze แบรนด์นี้เติบโตจนครอบคลุมงานแฟร์ศิลปะที่สำคัญถึง 8 งานทั่วโลกในเมืองต่างๆ เช่น ชิคาโก ลอนดอน ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก โซล และอาบูดาบี

อย่างไรก็ตาม ก้องกานให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การได้ไปร่วมอาร์ตแฟร์ในต่างประเทศถือเป็นประสบการณ์เปิดโลกที่สำคัญ ทำให้ศิลปินได้เห็นผลงานจริงจากแกลเลอรีที่ไม่เคยเห็น ได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และได้พบปะกับผู้คนในวงการ

“ศิลปินในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้ทำงานเก็บตัวอยู่แต่ในสตูดิโออีกต่อไป แต่ต้องสร้างการเชื่อมโยง (Connect) กับภัณฑารักษ์ นักสะสม และเจ้าของแกลเลอรี”

ก้องกานกล่าวด้วยว่า การเกิดขึ้นของ art bangkok จึงเป็นสิ่งที่คนในวงการเห็นพ้องต้องกันว่าควรมีมานานแล้ว การจัดงานลักษณะนี้ช่วยสร้างคอมมูนิตี้ทางศิลปะที่แข็งแกร่งขึ้นในประเทศ

นอกจากนี้ การเข้ามามีส่วนร่วมขององค์กรใหญ่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนา Soft Power และเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้มีพื้นที่โชว์ผลงานมากยิ่งขึ้น

“เสน่ห์ของ art fair ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในพื้นที่จัดแสดงงาน แต่ขยายผลไปทั่วทั้งเมือง ดังเช่นประสบการณ์ในต่างประเทศอย่างเกาหลีใต้ ที่ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้กลับไปนอนหลังจบงาน แต่ยังไปร่วม After Party รับประทานอาหาร และใช้ชีวิตในเมือง

หากมีการจัดงานอย่างต่อเนื่อง art bangkok จะยกระดับไปสู่การเป็น Bangkok Art Week ที่ดึงดูดผู้คนชมและชาวต่างชาติให้ตั้งใจเดินทางมา โดยกลายเป็นสัปดาห์ที่ศิลปิน ภัณฑารักษ์ และเพื่อนฝูงได้มาพบปะแลกเปลี่ยนกัน เกิดเป็นโมเมนตัมที่ขับเคลื่อนบรรยากาศทางศิลปะทั่วทั้งเมือง ด้วยความพรั่งพร้อมของกรุงเทพฯ ทั้งก่อนและหลังงานเริ่ม เมืองหลวงแห่งนี้จึงมีศักยภาพที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอน” ก้องกานกล่าว

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก ตัวอย่างผลงานศิลปะจาก Artas Galeri

art bangkok เมื่อแกลเลอรีไทยรวมพลังดันศิลปินท้องถิ่นสู่เวทีโลก ผู้ริเริ่มและสนับสนุนการจัด art bangkok 2026 - The First Chapter

งานแฟร์ศิลปะ art bangkok 2026 - The First Chapter ร่วมกันจัดโดย สมาคมแกลเลอรีไทย, The Cloud, ธนาคารยูโอบี (UOB) ในฐานะ Lead Partner รวบรวมกว่า 20 แกลเลอรีชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ

อาทิ MoNWIC, Bangkok Art Auction, Art Agenda, Artas Galeri, Artemis Art, Blue Velvet Underground, Gallery CURU, G13 Gallery, Galeri Sasha, Gallery Grimson, KYLA Gallery, Maison JE, Number 1 Gallery, Palette Art Space, Richard Koh Fine Art และ WORKS WORKS พร้อมผลงานจากศิลปินหลากหลายเจเนอเรชัน

ตลอดจนเวทีเสวนา กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ และ Networking ที่เปิดพื้นที่ให้คนในวงการ นักสะสม และผู้สนใจศิลปะได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน ณ NEX Hall และ Jewel Zone ชั้น 5 สยามพารากอน รวม 6 โซน บนพื้นที่กว่า 1,500 ตารางเมตร ระหว่างวันที่ 7-11 ตุลาคม 2569 เปิดจำหน่ายบัตร early bird เข้าชมงานแล้ววันนี้ รายละเอียด คลิก zipevent 

  • credit photo: FB/artbangkok.org