background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ'

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ'

จากกรณี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรชัย จงจิตงาม อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แสดงความเป็นห่วงหลังพบ ประติมากรรมปูนปั้นยักษ์ศิลปะล้านนา อายุ 500 ปี ภายในบริเวณ วัดอุโมงค์ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ถูกบูรณะซ่อมแซมด้วยการโบกปูนทับ จนทำให้กลายเป็นของใหม่ 

โดยมองว่าไม่ต่างไปจากการทำลายโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า พร้อมกับเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบและแสดงความรับผิดชอบเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน

ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2567 กรมศิลปากร รายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การบูรณะประติมากรรมปูนปั้นยักษ์ วัดอุโมงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดังกล่าว โดยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เรียบร้อยแล้ว

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ได้รายงานว่า การบูรณะประติมากรรมปูนปั้นรูปยักษ์เฝ้ารักษาประตูทางเข้าสู่พระธาตุวัดอุโมงค์ บริเวณเชิงบันไดด้านทิศตะวันออกของทางเข้าพระธาตุวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ดำเนินการในช่วงเดือน ตุลาคม พ.ศ.2566 

โดยประติมากรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ โบราณสถานวัดอุโมงค์ ซึ่งเป็นโบราณสถานที่ยังมีการใช้ประโยชน์ในการประกอบศาสนกิจ มีพระภิกษุจำพรรษา มีผู้มาแสวงบุญและมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง 

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ประติมากรรมปูนปั้นรูปยักษ์ วัดอุโมงค์ สภาพความเสียหายก่อนบูรณะ

สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เสนอแนวคิดในการบูรณะเป็นสองแนวทาง ได้แก่

แนวคิดที่ 1 : บูรณะโดยการอนุรักษ์และรักษาสภาพของยักษ์ทั้ง 2 ตนไว้ 

โดยการทำความสะอาด เสริมความมั่นคง และรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ ไม่มีการต่อเติมประติมากรรมที่ชำรุดให้สมบูรณ์

แต่เมื่อประเมินสภาพประติมากรรมที่ชำรุดอย่างมากการอนุรักษ์ตามแนวทางนี้ อาจจะรักษาประติมากรรมดังกล่าวได้เพียงระยะหนึ่ง เนื่องจากเป็นประติมากรรมที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง

หากในอนาคตที่มีปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม เช่น ฝนตกหนัก แผ่นดินไหว ขาดการดูแลรักษาปล่อยให้วัชพืชขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการชำรุดและอาจพังทลายลง 
 

แนวคิดที่ 2 : บูรณะโดยการฟื้นคืนสภาพและรูปแบบดั้งเดิมของประติมากรรมรูปยักษ์ 

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ประติมากรรมปูนปั้นรูปยักษ์ วัดอุโมงค์ สภาพความเสียหายก่อนบูรณะ

เมื่อพิจารณาสภาพก่อนการบูรณะ ซึ่งมีหลักฐานทางศิลปกรรมหลงเหลืออยู่มากกว่า 80% ประกอบกับการวิเคราะห์การเสื่อมสภาพของวัสดุเดิม สภาพแวดล้อมโดยรอบ ปัจจัยความเสี่ยงอื่นในอนาคตที่จะเร่งให้เกิดความเสียหาย การใช้ประโยชน์ของโบราณสถานในปัจจุบัน  คติความเชื่อ  

อีกทั้งที่ผ่านมา กรมศิลปากร มีการเลือกแนวทาง การบูรณะแบบฟื้นคืนสภาพ มาแล้วหลายแห่ง เช่น องค์พระมงคลบพิตร ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์พระอจนะ วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย จึงพิจารณาเลือกดำเนินการบูรณะในแนวคิดที่ 2

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ทำความสะอาด กำจัดเชื้อราและตะไคร่

ทั้งนี้ วิธีการอนุรักษ์ประติมากรรมยักษ์ 2 ตน โดยการฟื้นคืนสภาพ ได้ดำเนินการตามหลักการอนุรักษ์โดยล้างทำความสะอาดคราบเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และวัชพืชออก ผนึกปูนปั้นเดิมด้วยการไล้ผิวด้วยน้ำปูน

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' สภาพปูนปั้นรูปยักษ์หลังทำความสะอาด

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ไล้ด้วยน้ำปูนหมัก

หลังจากนั้นไล้ผิวด้วย ปูนหมัก เพื่อให้ผิวประติมากรรมที่มีรอยร้าวผสานเข้ากับปูนปั้นที่ใช้ในการบูรณะ โดยให้คงชั้นความหนาของปูนปั้นเดิมให้มากที่สุด เพื่อให้ขนาดของประติมากรรมหลังจากการบูรณะไม่เปลี่ยนแปลงไป 

วิธีการนี้ยังช่วยป้องกันน้ำฝนที่จะซึมเข้าสู่ภายในองค์ยักษ์ อันเป็นปัจจัยที่ทำให้เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วอีกด้วย 

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ'

ขึ้นลายปูนปั้น

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' เสริมโครงเหล็กส่วนที่ขาดหายไป

ทั้งนี้ได้ ปั้นปูนใหม่เสริมในส่วนที่ขาดหาย เสริมโครงสร้างใหม่ (แขน) เชื่อมต่อโครงสร้างเดิมและปั้นปูนตกแต่งตามล้อตามลวดลายเดิมที่ปรากฏอยู่ (บริเวณใบหน้า , หู , ปาก ฯลฯ) และตกแต่งผิวให้เรียบ 

ส่วน กระบอง ไม่พบหลักฐานที่แตกหักหรือตกหล่นอยู่บริเวณนี้ จึงออกแบบให้เป็นกระบองแบบผิวเรียบ (มีเกลียวเล็กน้อย) และขนาดตามสัดส่วนของรูปยักษ์

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ปูนปั้นยักษ์ตนที่ 1

ภาพขั้นตอนบูรณะปูนปั้นยักษ์วัดอุโมงค์ กรมศิลป์อนุรักษ์แบบ 'ฟื้นคืนสภาพ' ปูนปั้นยักษ์ตนที่ 2

อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวอีกว่า สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้หารือแนวทางการบูรณะกับทางจังหวัดก่อนที่จะดำเนินการ โดยปฏิบัติตามตามมาตรฐานการบูรณะประติมากรรม 

  • มีการสำรวจตรวจสภาพโบราณสถาน ลักษณะความเสียหาย ภูมิประเทศสภาพแวดล้อม ปัจจัยองค์ประกอบที่เร่งในการชำรุดเสียหายของโบราณสถาน  
  • ศึกษาเปรียบเทียบวิเคราะห์ศิลปกรรมที่มีอยู่หรือสร้างอยู่ในยุคเดียวกัน อีกทั้งประเมินแนวคิด ความเสี่ยง ความคุ้มค่า การบริหารจัดการในอนาคต 
  • มีการศึกษารูปแบบศิลปกรรมเดิม และคัดเลือกช่างท้องถิ่นที่เป็นช่างฝีมือที่เหมาะสมเข้ามาดำเนินการบูรณะ 
  • การบูรณะในครั้งนี้ ได้ให้ หอจดหมายเหตุเชียงใหม่ เข้าบันทึกภาพและขั้นตอนต่าง ๆ ไว้เป็นหลักฐานสำหรับเป็นข้อมูลในการศึกษาและการบูรณะที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต  

ภาพ : กรมศิลปากร