background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

“สงกรานต์” ไม่ได้มีแค่ “ประเทศไทย” เปิดลิสต์ “เทศกาลเล่นน้ำ” ทั่วโลก

“สงกรานต์” ไม่ได้มีแค่ “ประเทศไทย” เปิดลิสต์ “เทศกาลเล่นน้ำ” ทั่วโลก

พาชมเทศกาลเล่นน้ำทั่วโลก ที่ไม่ได้มีแค่ “สงกรานต์” ของประเทศไทย และในเอเชียตะวันเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังมีในยุโรปและสหรัฐอีกด้วย

เทศกาลแห่งสายน้ำ หรือ Water Festival เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ที่เป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา และชาวไตในประเทศจีน ซึ่งจะสาดน้ำเพื่อชำระล้างสิ่งไม่ดีออกไป เพื่อต้อนรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในวันขึ้นปีใหม่

สาเหตุที่ชาวตะวันตกเรียกว่าเป็น Water Festival เนื่องจาก เห็นว่ามีการสาดน้ำใส่ผู้คนและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ในความเป็นจริงแล้ว เทศกาลเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ในเอเชียตะวันเฉียงใต้เท่านั้น แต่อีกหลายประเทศในโลกก็มี Water Festival ด้วยเช่นกัน 

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงได้รวบรวม 10 เทศกาลเล่นน้ำจากทั่วโลก จะมีที่ใดบ้างไปดูกันเลย

 

1. สงกรานต์ - ประเทศไทย (13 - 15 เม.ย.)

เทศกาล “สงกรานต์” เป็นเทศกาลหยุดยาวของประเทศไทย และเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย โดยจัดในวันที่ 13 - 15 เม.ย. ชาวไทยมักจะใช้ช่วงเวลาวันหยุดยาวนี้เดินทางกลับบ้าน เพื่อขอพรจากจากญาติผู้ใหญ่และบุคคลที่เคารพนับถือ พร้อมกับทำพิธีรดน้ำดำหัว ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคล แต่สิ่งที่โดดเด่นทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักคือ การเล่นน้ำ ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย ตามถนนเส้นสำคัญของแต่ละจังหวัด ที่มีการปิดถนนเพื่อให้เล่นน้ำโดยเฉพาะ ตลอดจนพื้นที่จัดงานรื่นเริงต่าง ๆ 

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ปีนี้ยังไม่สามารถเล่นน้ำสงกรานต์ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีบางพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้สามารถจัดงานสงกรานต์จนไปถึงวันไหล เช็คได้ที่นี่

 

2. ติงยาน (Thingyan) - เมียนมา (13 - 16 เม.ย.)

ติงยาน” หรือ ติงจัน (Thingyan) เป็นเทศกาลขึ้นปีใหม่ของ “เมียนมา” ในช่วงวันที่ 13 - 16 เม.ย. โดยชาวเมียนมาที่นับถือศาสนาพุทธมักจะเข้าวัด ทำบุญ การตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูป ถือศีลปฏิบัติธรรม ทำความสะอาดวัดหรือศาสนสถานไม่แตกต่างจากไทย ส่วนการสาดน้ำมักจะเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

3. ปีใหม่ลาว - ลาว (14 - 16 เม.ย.)

ปีใหม่” หรือ “สงกรานต์” ของประเทศ “ลาว” จะเริ่มต้นในวันที่ 14 - 16 เม.ย. ซึ่งในช่วงเทศกาลจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ และมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ คล้ายกับไทย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าวัดทำบุญ การก่อเจดีย์ทราย การปล่อยนกปล่อยปลา การประกวดนางสังขาร (นางสงกรานต์ของประเทศลาว) และที่ขาดไม่ได้คือการเล่นน้ำและการปะแป้ง

 

4. โจลชนัมทเมย (Chaul Chnam Thmey) - กัมพูชา (14 - 16 เม.ย.)

สำหรับเทศกาลขึ้นปีใหม่ของ “กัมพูชา” หรือที่เรียกว่า “โจลชนัมทเมย” (Chaul Chnam Thmey)  ในปีนี้จะเริ่มวันที่ 14 - 16 เม.ย. โดยส่วนมากชาวกัมพูชามักจะทำในช่วงนี้คือ ทำบุญทำทาน สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การเต้นรำเฉลิมฉลอง ตลอดจนเล่นการละเล่นพื้นบ้าน รวมไปถึงการสาดน้ำ ซึ่งในปีนี้ จะมีการจัดงานอังกอร์ สงกรานต์” (Angkor Songkran) ที่เมืองเสียมเรียบ งานสงกรานต์ที่ใหญ่และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ต้องหยุดจัดงานไป 

 

5. เทศกาลสาดน้ำของชาวไต (Water-Sprinkling Festival) - จีน (13 - 15 เม.ย.)

เทศกาลสาดน้ำของชาวไต” (Water-Sprinkling Festival) เป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวไต ที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา เขตปกครองตนเองเต๋อหงไดและจิงโป ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยในวันที่ 3 ของเทศกาลชาวไตจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงามและออกมาเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสนาน

6. โฮลี (Holi) - อินเดีย (18 มี.ค.)

โฮลี” (Holi) เป็นเทศกาลการสาดสีของอินเดีย ที่มีพื้นเพมาจากความเชื่อในศาสนาฮินดูในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยชาวฮินดูออกมาเล่นสาดสีใส่กัน เพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย สำหรับฝุ่นผงสีที่ใช้สาดกันนั้นจะทำมาจากธรรมชาติ เช่น ดอกทองกวาว, บีทรูท, ขมิ้น อันเป็นนัยที่บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ 

การสาดสีจะเล่นกันเฉพาะช่วงเช้าจนถึงเที่ยงวันเท่านั้น จากนั้น ผู้คนก็จะแยกย้ายไปพักผ่อน เมื่อตกเย็นจะออกมาพบปะสังสรรค์กัน อีกทั้งยังเชื่อว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รับเทศกาลนี้มา และปรับเปลี่ยน จากการสาดสี เป็นสาดน้ำใส่กันแทน นั่นก็คือ สงกรานต์ นั่นเอง
 

7. วาร์ดาวาร์ (Vardavar) - อาร์เมเนีย (24 ก.ค.)

ขยับมาที่ทวีปยุโรป กับเทศกาล “วาร์ดาวาร์” (Vardavar) ของประเทศ “อาร์เมเนียจัดขึ้นหลังจากเทศกาลอีสเตอร์ 14 สัปดาห์ หรือ 98 วัน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 24 ก.ค. โดยผู้คนจะออกมาสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน ซึ่งบางคนเทน้ำจากบนระเบียงลงมาใส่หัวคนที่ไม่รู้จักอย่างเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรี และงานจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของอาร์เมเนียอีกด้วย 

สำหรับที่มาของงานนี้สันนิษฐานว่า เป็นการแสดงความเคารพ Astghik เทพีแห่งสายน้ำ ความงาม ความรัก และความอุดมสมบูรณ์ บ้างก็ว่ามาจากประเพณีสมัยโนอาห์ ที่ให้ลูกหลานสาดน้ำใส่กันและปล่อยนกพิราบ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใด เทศกาลนี้ได้สร้างความชุ่มชื่นและคลายร้อนให้แก่ชาวอาร์เมเนียนในฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี

 

8. ชมิกุส-ไดน์กุส (Śmigus-dyngus) - โปแลนด์ (18 เม.ย.)

ชมิกุส- ไดน์กุส” (Śmigus-dyngus) หรือที่เรียกว่า “Wet Monday” เป็นการเฉลิมฉลองของชาวยุโรปกลางและตะวันออก โดยเฉพาะในโปแลนด์ ในวันจันทร์ของเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 เม.ย. ในปีนี้ โดยผู้คนจะออกมาสาดน้ำและร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน 

ในอดีตมีการละเล่นแผลง ๆ ซึ่งปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว คือ เด็กชายจะบุกเข้าไป สาดน้ำใส่เด็กหญิงถึงในบ้าน พร้อมกับใช้กิ่งต้นหลิวตีเบา ๆ หากเด็กหญิงร้อง ก็จะถูกอุ้มไปยังแหล่งน้ำใกล้เคียง หากเด็กหญิงไม่อยากตกน้ำ ก็จะต้องมอบไข่อีสเตอร์ให้เด็กชาย หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้นก็จะได้เวลาแก้แค้นของเด็กหญิงที่สามารถทำแบบเดียวกันกับเด็กชายได้ 

 

9. วอเตอร์ แอนด์ แฮม เฟสติวัล (Water and Ham festival) - สเปน (24 มิ.ย.)

วันที่ 24 มิ.ย. นี้ ที่จังหวัดเกรเนดา ประเทศสเปน จะมีงาน “Water and Ham festival” หรือในภาษาสเปนเรียกว่า “Fiesta del Agua y del Jamón” ซึ่งเป็นเทศกาลสาดน้ำตอนเที่ยงคืนที่มีชื่อเสียงอย่างมาก โดยจัดบนถนนสายหลักของเมือง Alpujarra ที่แน่นขนัดไปด้วยชาวเมืองพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งถังน้ำ ปืนฉีดน้ำ และสายยาง นอกจากนี้ยังมีแฮมขึ้นชื่อของสเปนวางจำหน่ายให้ลองลิ้มรสในงานอีกด้วย

 

10. นิวยอร์กซิตี้วอเตอร์ไฟต์ (New York City Water Fight) - สหรัฐ (9 ก.ค.)

ข้ามฟากมาที่สหรัฐ กับงาน “New York City Water Fight” เป็นงานสาดน้ำที่จัดขึ้นใน เซ็นทรัล ปาร์ค มหานครนิวยอร์ก โดยในปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 9 ก.ค. นอกจากภายในงานจะมีการเล่นน้ำกันอย่างสนุกแล้ว ในปีนี้ยังเพิ่มการแสดงดนตรี และประกวดเครื่องแต่งกายอีกด้วย ซึ่งงานนี้สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ฟรี และตอนนี้เต็มแล้ว แต่ยังสามารถลงทะเบียนที่หน้างานได้อีก นอกจากนี้ยังมีถังขนาด 5 แกลลอนจำหน่ายในราคา 12 ดอลลาร์ โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงาน

“สงกรานต์” ไม่ได้มีแค่ “ประเทศไทย” เปิดลิสต์ “เทศกาลเล่นน้ำ” ทั่วโลก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์รวบรวม

กราฟิก: วิชัย นาคสุวรรณ