background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

“กินเจ 2565” เจาะวัตถุดิบอาหารเจ “โปรตีนเกษตร” VS “หมี่กึง” ต่างกันยังไง?

“กินเจ 2565” เจาะวัตถุดิบอาหารเจ “โปรตีนเกษตร” VS “หมี่กึง” ต่างกันยังไง?

ว่าด้วยเรื่องวัตถุดิบ "อาหารเจ" นอกจากผักต่างๆ แล้ว พ่อค้าแม่ค้านิยมใช้ "โปรตีนเกษตร" และ "หมี่กึง" มาเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารเจ สำหรับคนที่เพิ่งจะ "กินเจ" เป็นปีแรก อาจไม่แน่ใจว่า 2 อย่างนี้กินแล้วทดแทนเนื้อสัตว์ได้จริงหรือ?

เริ่มแล้ว! เทศกาล "กินเจ 2565" ใครเป็นมือใหม่ที่เพิ่งจะกินเจปีนี้เป็นปีแรก คงสังเกตเห็นว่า "อาหารเจ" ส่วนใหญ่นอกจากจะเน้นผักสด ผักดอง เห็ด และเต้าหู้แล้ว วัตถุดิบในอาหารเจที่มีให้เห็นกันเสมอคงหนีไม่พ้น "โปรตีนเกษตร" และ "หมี่กึง" โดยเป็นอาหารในหมวดหมู่โปรตีนที่นำมาใช้ทดแทนเนื้อสัตว์ เพื่อช่วยให้คนกินเจไม่ขาดสารอาหารในร่างกาย

ว่าแต่.. "โปรตีนเกษตร" และ "หมี่กึง" ทำมาจากอะไร? สามารถทดแทนโปรตีนจาก "เนื้อสัตว์" ได้จริงหรือไม่? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนมาทำความรู้จักวัตถุดิบหลักของ อาหารเจ ทั้งสองอย่างนี้กันให้มากขึ้น

 

  • "โปรตีนเกษตร" VS "หมี่กึง" ทำมาจากอะไร?

เริ่มจาก "โปรตีนเกษตร" ผลิตจากแป้งถั่วเหลืองพร่องไขมัน 100% ซึ่งพอผ่านกระบวนการผลิตออกมาเป็นโปรตีนเกษตรแล้ว มีโปรตีนจากถั่วเหลืองสูงถึง 50%

ส่วน "หมี่กึง"  เป็นวัตถุดิบทดแทนเนื้อสัตว์อีกหนึ่งชนิด แต่ไม่ถือเป็นโปรตีนเกษตร เนื่องจากส่วนผสมหลักทำมาจากแป้งสาลี (เช่น แป้งสาลีสำหรับทำขนมปัง) พอผ่านกระบวนการออกมาแล้ว จะได้ก้อนแป้งเหนียวหนึบที่ให้โปรตีนที่เรียกว่า "โปรตีนกลูเตน" แต่ก็เป็นโปรตีนที่ไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหารสักเท่าไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

160311233269

 

  • "โปรตีนเกษตร" เริ่มมีในไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?

โปรตีนเกษตร เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดประสงค์หลักคือต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีโปรตีนสูงจากพืชมาแทนเนื้อสัตว์ เริ่มทำการค้นคว้าและวิจัยตั้งแต่ปี 2512 จนถึงปี 2517 โดยในช่วงแรกใช้ชื่อเรียกว่า "เกษตรโปรตีน" 

หลังจากนั้นก็เพี้ยนไปเป็นคำว่า "โปรตีนเกษตร" แทน อาจเพราะว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่มาจากพืชทางการเกษตร เนื่องจากโปรตีนเกษตรผลิตจากแป้งถั่วเหลืองพร่องไขมัน 100% โดยโปรตีนจากถั่วเหลืองดังกล่าวถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกตัว นอกจากนี้โปรตีนเกษตรยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์

ในยุคต่อมามีการพัฒนาสูตรวัตถุดิบหลัก และกรรมวิธีการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเป็นตัวช่วยให้มีรสชาติ สี กลิ่น ที่น่ารับประทานมากขึ้น ลดระยะเวลาการเตรียมและนำไปประกอบอาหารได้สะดวกขึ้น ดูดซึมน้ำได้เร็วขึ้นกว่าเดิม วางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2523 และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล "กินเจ

วิธีการใช้โปรตีนเกษตร คือ นำมาแช่ในน้ำเย็น โดยใช้โปรตีนเกษตร 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จะดูดน้ำจนพองนิ่ม (หรือแช่ในน้ำเดือดใช้เวลา 2 นาที) บีบน้ำออก จากนำไปประกอบอาหารได้

160311233854

 

  • "โปรตีนเกษตร" ทดแทนเนื้อสัตว์ได้จริงมั้ย?

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า "โปรตีนเกษตร" ผลิตจากถั่วเหลืองทำให้มีโปรตีนสูงถึง 49.47% มีกรดอมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วนโดยเฉพาะ "ไลซีน" ซึ่งพบในปริมาณสูงมาก และยังให้คาร์โบไฮเดรตถึง 37.20% ไขมัน 0.26% มีไฟเบอร์ 1.10% และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายอย่าง โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก โซเดียม และวิตามินบี

คุณภาพโปรตีนที่ได้จากพืชนี้พบว่ามีค่า PER ใกล้เคียงกับเคซีนในน้ำนมวัวเลยทีเดียว สามารถดูตารางสารอาหารที่ได้จากโปรตีนเกษตรตามตารางข้างล่างนี้

160311257547

อีกทั้งจากการศึกษาวิจัยของนักโภชนาการ มีผลสรุปออกมาว่า การรับประทานโปรตีนเกษตรนั้น ทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์เทียบเท่ากับการบริโภคถั่วเหลือง นั่นคือได้รับโปรตีนทดแทนจากเนื้อสัตว์ จึงไม่ทำให้ขาดสารอาหาร อีกทั้งมีผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ชาวฮ่องกง พบว่าในถั่วเหลืองมีสารสำคัญที่ชื่อ  ‘ไอโซฟลาโวน’ เป็นสารเคมีที่ช่วยให้หลอดเลือดแดงของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย

เอาเป็นว่าในช่วง "กินเจ" สามารถกินโปรตีนเกษตรทดแทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ทั้งนี้ควรรับประทานอย่างเหมาะสม คือ ไม่ใช่ทานแค่โปรตีนเกษตรอย่างเดียว แต่ต้องทานควบคู่กับถั่วต่างๆ ธัญพืช และเมล็ดงา เพื่อให้ได้โปรตีนที่มากขึ้นและครบถ้วนสมบูรณ์

 

  • "หมี่กึง" อันตรายสำหรับคนที่แพ้ "กลูเตน"

มาดูทางด้าน "หมี่กึง" กันบ้าง หมี่กึงเป็นโปรตีนกลูเตนที่ได้จากแป้งสาลี มีรูปร่างได้หลายขนาดหลายแบบ ส่วนใหญ่เป็นก้อนแป้งม้วนลักษณะคล้ายโรตี แต่ปัจจุบันมีการผลิตออกในรูปแบบต่างๆ เช่น ลูกชิ้น เนื้อปลาเทียม เนื้อไก่เทียม ฯลฯ โดยหมี่กึงจะอยู่ในรูปของอาหารสดเสมอ ไม่นิยมอบแห้งเหมือนโปรตีนเกษตร

หมี่กึงมีโปรตีน 2 ชนิดรวมกันอยู่ คือ กลูเตนิน (Glutenin) และไกลอะดิน (Gliadin) โดยหมี่กึงนั้นมีลักษณะเหนียวและยืดหยุ่น ไม่สามารถละลายในน้ำได้ มีวิธีการผลิตคือใช้แป้งสาลี (แป้งขนมปัง) มานวดกับน้ำจนเหนียว แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้เม็ดแป้งนั้นเกิดการพองตัวเต็มที่จนกลายเป็นก้อนแป้ง จากนั้นก็ล้างก้อนแป้งด้วยน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง

160311243481

เนื่องจากหมี่กึงเป็นก้อนโปรตีนกลูเตน จึงไม่เหมาะกับผู้ที่แพ้กลูเตน ซึ่งหากคนที่แพ้กลูเตนกินอาหารที่มีส่วนผสมของหมี่กึงเข้าไป จะมีอาการคล้ายกับคนที่แพ้นมวัว แม้กินเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ ทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบ ท้องอืด ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการชาตามแขนและขาได้ เนื่องจากว่ากลูเตนนั้นไปขัดขวางการดูดซึมอาหาร หรือในบางรายที่มีอาการแพ้มากๆ ก็อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

  • "หมี่กึง" ทดแทนเนื้อสัตว์ได้ดีแค่ไหน?

สำหรับคนที่ไม่แพ้กลูเตนสามารถรับประทาน "หมี่กึง" ได้ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ควรทราบว่าโปรตีนกลูเตนที่อยู่ใน "หมี่กึง" นั้น เป็นโปรตีนประเภทกึ่งสมบูรณ์ (Partially complete protein) เท่านั้น หมายความว่าเป็นโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นในปริมาณเพียงพอต่อการดำรงชีวิต แต่ไม่เพียงพอสำหรับการสร้างการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ควรทานทดแทนเนื้อสัตว์เป็นระยะเวลานานๆ 

160311233117

สรุปคือในช่วง "กินเจ" หากคุณอยากเลือก "อาหารเจ" ที่ดีต่อสุขภาพและให้สารอาหารครบถ้วน ควรเลือกเมนูเจที่ปรุงจากวัตถุดิบหลักที่เป็นโปรตีนเกษตรมากกว่าหมี่กึง เพราะได้รับโปรตีนที่ดีกว่าและมีคุณภาพมากกว่านั่นเอง

-------------------------------------

อ้างอิง : ifrpd.ku.ac.thwikipedia.org, Tectile Phys and Chemtrueplookpanya.com