background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ชี้เป้า 10 ใน 64 'อุทยานแห่งชาติ' พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ New Normal

ชี้เป้า 10 ใน 64 'อุทยานแห่งชาติ' พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ New Normal

ขาเที่ยวพร้อมยัง? ชี้เป้า “อุทยานแห่งชาติ” 10 แห่งชื่อดัง จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้บริการทุกจุดท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค. 2563 พร้อมขั้นตอน "จองคิวออนไลน์" New Normal (ส่วนอีก 63 แห่งเปิดให้ท่องเที่ยวบางส่วน และมี 28 แห่งยังปิดทำการ)

ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีประกาศว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จะเริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม "อุทยานแห่งชาติ" จำนวน 64 แห่ง ซึ่งมีความพร้อมเปิดให้เที่ยวครบทุกจุดท่องเที่ยว ส่วนอีก 63 แห่งเปิดให้ท่องเที่ยวได้เพียงบางส่วน และอีก 28 แห่งยังคงปิดให้บริการ เนื่องจากช่วงนี้เข้าสู่ฤดูมรสุมฝนตกหนัก ไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

ข่าวดีนี้ทำให้ขาเที่ยวตื่นเต้นกันยกใหญ่ เตรียมวางแผนเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว 4-7 มิ.ย. 63 นี้  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เลยจะขอพาไปเช็คลิสต์ 10 “อุทยานแห่งชาติ” ชื่อดัง จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้บริการทุกแหล่งท่องเที่ยวแล้ว รวมถึงเปิดคู่มือ 5 ข้อต้องรู้! เกี่ยวกับวิธีท่องเที่ยวแบบใหม่ New Normal ในยุคโควิด-19 ไปพร้อมกันด้วย

  • 5 วิธีเที่ยว “อุทยานแห่งชาติ” แบบ New Normal

1. เช็ครายชื่อ “อุทยานแห่งชาติ” ที่พร้อมเปิดให้บริการท่องเที่ยว มีอยู่ 2 หมวดหลักๆ คือ

- เปิดให้เที่ยวเต็มรูปแบบ 100% ในทุกจุดท่องเที่ยว จำนวน 64 แห่ง

- เปิดให้เที่ยวได้เพียงบางส่วน จำนวน 63 แห่ง

รวมๆ แล้วก็มี “อุทยานแห่งชาติ” จำนวนถึง 127 แห่ง ที่จะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 1 ก.ค. 2563 นักท่องเที่ยวต้องเช็คให้ดีว่าสถานที่ที่อยากไปเที่ยวนั้นเปิดหรือยัง? และอยู่ในหมวดไหน? จะได้เลือกไปปักหมุดเที่ยวได้ถูกต้อง โดยที่แต่ละแห่งจะมีการปรับตัวเลขจำนวนที่รับนักท่องเที่ยวได้ลงจากช่วงปกติ เช่น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มี CC = 5,000 คน แปลว่า ในช่วงเวลานั้นๆ รับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 5,000 คน เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

159298563176

2. วางแผนเรื่องวันและเวลาที่ต้องไปเที่ยว เนื่องจากอุทยานแห่งชาติมีการปรับวิธีท่องเที่ยวให้เป็นแบบ New Normal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นนักท่องเที่ยวต้อง “จองคิวออนไลน์” ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “QueQ (คิวคิว)” ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบ ios และ android ซึ่งคาดว่าในระบบจะให้นักท่องเที่ยวคลิกจองวันที่และเวลาที่ต้องการเข้าไปเที่ยวในอุทยานฯ แห่งนั้นๆ

3. ในวันเดินทางไปเที่ยวจริง เมื่อถึงสถานที่เที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวต้อง Check in ผ่านระบบ ไทยชนะ” ทั้งก่อนเข้าไปเที่ยว และ Check out ออกจากแหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติทุกครั้ง

4. ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ สามารถมาท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติได้เช่นกัน แต่มีเงื่อนไขว่า จะให้สิทธิ์แก่ผู้ที่ทำการ “จองคิวออนไลน์” ผ่านทางแอปพลิเคชั่น QueQ ก่อนเท่านั้น

5. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ “จองคิวออนไลน์” ผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ แต่ไม่มาตามเวลาที่จอง ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองผ่านแอพพลิเคชั่น QueQ ได้ใช้สิทธิ์นั้นในการเข้าพื้นที่อุทยานฯ แทน  ในรูปแบบ 70% : 30%  โดยแบ่งเป็นรับนักท่องเที่ยวที่ “จองคิวออนไลน์” ล่วงหน้า 70% ส่วนอีก 30% เป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้จองคิวออนไลน์ผ่านแอพฯ QueQ

159298487176

159298487223

เมื่อรู้จักขั้นตอนและเงื่อนไขต่างๆ ในการเข้าไปท่องเที่ยวใน “อุทยานแห่งชาติ” แล้ว จากนั้นเราจะพาไปเช็คลิสต์อุทยานแห่งชาติที่โด่งดัง สวยงามอลังการ และเป็นที่นิยมของขาเที่ยวชาวไทยเสมอมา โดยขอเลือกมาให้ชม 10 แห่งกันก่อน (จากทั้งหมด 64 แห่งที่พร้อมเปิดให้เที่ยวแบบ 100%) ดังนี้

1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ CC = 5,000

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีเนื้อที่ 2,165 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี ภูมิประเทศประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง น้ำตก สัตว์ป่าและไม้ป่านานาชนิด มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,292 เมตร เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และองค์กรยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 3 ชั้น ความสูง 150 เมตร ถัดมาคือน้ำตกผากล้วยไม้ อยู่บนถนนธนะรัชต์ เป็นน้ำตกขนาดกลาง ที่หน้าผาของน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนน้ำตกเหวสุวัต เกิดจากห้วยลำตะคองไหลตกจากหน้าผาสูง 25 เมตร อีกทั้งมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แคมปิง เดินป่าท่องไพร ปั่นจักรยานท่องเที่ยว ส่องสัตว์ เป็นต้น สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทร. 08 6092 6529

159299021128

2. อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว CC = 1,435

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอขลุง และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยป่าที่สมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้มีอากาศจะเย็นสบายตลอดทั้งปี จุดสูงสุดของพื้นที่อยู่ที่ ยอดเขามาบหว้ากรอก และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย “น้ำตกพลิ้ว” เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีน้ำตกตลอดปี ประกอบด้วยสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ทิ้งตัวลงมาจากผาสูง 20 เมตร ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาดมาก จนสามารถมองเห็นพื้นล่างได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหินและทรายในระดับลึกกว่า 2 เมตร สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3943 4528

159299021063

3. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา CC = 1,600

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางภาคใต้ทางฝั่งทะเลอันดามัน ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเสมอมา มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอเกาะยาว และอำเภอเมืองพังงา ที่นี่มีชายหาดและเกาะสวยๆ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่้วโลกอยู่หลายแห่ง เช่น  “เกาะปันหยี” เป็นเกาะที่มีชาวบ้านชาวประมงอยู่อาศัย มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และมีสนามฟุตบอลลอยน้ำ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสนามที่มีวิวสวยที่สุดในโลกสนามหนึ่ง

ถัดมาคือ “เขาตะปู เขาพิงกัน” เป็นเขาหินรูปทรงสวยแปลกตา ต่อด้วย “เกาะละวะใหญ่” เป็นเกาะเล็กๆ ที่สามารถเดินรอบเกาะได้ มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส และมีปะการังน้ำตื้นให้ชมด้วย รวมไปถึง “เกาะห้อง” เป็นภูเขาหินที่สามารถพายเรือแคนูลอดถ้ำเข้าไปได้ ด้านในมีแอ่งน้ำล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน คล้ายกับอยู่ในห้องโถงใหญ่ เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7641 2188, 0 7641 1136

159299020949

4. อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ CC = 1,279

อุทยานฯ เขาคิชฌกูฏเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำจันทบุรี ครอบคลุมพื้นที่อำเภอมะขาม และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ด้วยสภาพป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีสมุนไพรและกล้วยไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งพันธุ์ไม้หายาก เช่น ไม้กฤษณา และมีสัตว์ป่าชุกชุม จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่  “น้ำตกกระทิง” มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 13 ชั้น ใช้เวลาเดินไปกลับ 3 ชั่วโมง ข้อดีของที่นี่คือเป็นน้ำตกที่สามารถเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย และชั้นที่สวยงามที่สุดคือชั้นที่ 8-9

ถัดมาคือ “ยอดเขาพระบาท” ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏ การเดินทางไปที่นี่ต้องเริ่มต้นที่วัดพลวงไปตาม ถนนลูกรังที่ลาดชันและคดเคี้ยวมาก ระยะทาง 8 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินขึ้นเขาไปอีก 1.2 กิโลเมตร ระหว่างทางมีจุดแวะพักให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทิวทัศน์บนยอดเขาคิชฌกูฏหรือเขาพระบาทนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่นำมาผูกกับตำนานทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาทหลวง หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤๅษี และเขตผ้าแดง เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3945 2074

159299020957

5. อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง CC = 2,003

ผืนป่าในเขตอุทยานฯ เขาชะเมา-เขาวง จ.ระยอง เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำประแส และเป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มากมาย สถานที่ที่น่าสนใจในอุทยานฯ ได้แก่ “เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ” ที่มีอยู่ 2 เส้นทาง กล่าวคือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร และ 3 กิโลเมตร ตามลำดับ ซึ่งนอกจากจะได้ชมพันธุ์ไม้นานาชนิดแล้ว ทั้งสองเส้นทางยังมีจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำทัศนียภาพได้อย่างเต็มอิ่ม

จุดท่องเที่ยวถัดมา คือ “น้ำตกเขาชะเมา” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อน้ำตกคลองน้ำใส เพราะเป็นน้ำตกที่มีธารน้ำใสรองรับอยู่ เบื้องล่างซึ่งมีความยาวถึง 3 กิโลเมตร เต็มไปด้วยจุดต่างๆ น่าสนใจมากมาย เช่น วังหนึ่ง วังมัจฉา วังมรกต วังไทรงาม ผากล้วยไม้ ช่องแคบ น้ำตกหกสาย และผาสูง โดยเฉพาะชั้นวังมัจฉา นั้นเต็มไปด้วยปลาพลวง ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อาศัยอย่างชุกชุมในบริเวณนั้น สอบถามข้อมูล โทร. 0 2562 0760, 0 2562 6162

159299021058

6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง CC = 300

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นเกาะที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นสบาย มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 650 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ที่มากถึง 52 เกาะ เรียงตัวกันตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ ส่วนเกาะที่สำคัญที่สุด คือ “เกาะช้าง” ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีภูเขาสูงและผาหินสลับซับซ้อน 

ด้านฝั่งตะวันออกของเกาะมีชายฝั่งที่สวยงามอย่างมาก ได้แก่ บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง อ่าวสลักเพชร อ่าวสลักคอก และมี “เกาะไม้ซี้” เกาะส่วนตัวเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะกูด ยังคงธรรมชาติอันสมบูรณ์ หาดทรายสวย น้ำใส อุดมด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด สามารถดำน้ำดูปะการังได้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3955 5084, 0 3955 5084

159299021096

7. อุทยานแห่งชาติเขาหลวง CC = 1,155

อุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีพื้นที่ครอบคลุมเทือกเขานครศรีธรรมราชตอนกลาง ประกอบด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนทอดยาวเหนือจรดใต้ขนานไปกับชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก มียอดเขาสูงคือ ยอดเขาหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคใต้ โดยสูงจากระดับน้ำ 1,834 เมตร อีกทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำตาปี แม่น้ำปากพนัง คลองกรุงชิง คลองเขาแก้ว คลองท่าแพ คลองระแนะ คลองละอาย

ในเขตอุทยานฯ มีน้ำตกที่น่าสนใจ เช่น “น้ำตกกะโรม” เป็นที่ตั้งของที่ทำการของอุทยานฯ ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช ไหลลงมาจากยอดเขา ลดลั่นลงมาเป็นชั้น มีหนานหรือชั้น 18 ชั้น แต่เปิดให้ท่องเที่ยว 7 ชั้น  ถัดมาคือ “ถ้ำแก้วสุรกานต์” เป็นถ้ำหินปูน มีหินงอกหินย้อยสวยงามและรูปปั้นต่างๆ ความลึกของถ้ำ ประมาณ 700 เมตร สอบถามเพิ่มเติม โทร.  0 7530 0439

159299021024

8. อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด CC = 1,500

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นเทือกเขาหินปูนสูงตระหง่านที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ สร้างภูมิทัศน์อันน่าพิศวงและกลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาชม สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ เส้นทางเดินป่า "จุดชมวิวเขาแดง" ไปชมทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้ายามเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการชมวิวเหนือยอดเขาแห่งนี้ ถัดมาคือ กิจกรรม "ล่องเรือคลองเขาแดง" ไปชมดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าได้อย่างน่าประทับใจ อีกทั้งยังมี “ทุ่งสามร้อยยอด" ซึ่งอุดมไปด้วยพืชพรรณและสัตว์นานาชนิด และยังเป็นแหล่งดูนกที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ของเมืองไทยด้วย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2562 0760

159299021090

9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง CC = 400

ที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่ 2 ของประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเกาะสำคัญ ได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่ “เกาะวัวตาหลับ” เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้ามีหาดทรายขาวสะอาด และมีถ้ำบัวโบก เหมาะกับการชมหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีคราม

จุดถัดมาที่น่าสนใจคือ “ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา” ตั้งอยู่บนเกาะแม่เกาะ นั่งเรือยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 15 นาที เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาโดยเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัว มีลักษณะเป็นวงรี ลึก 7 เมตร อีกทั้งรอบๆ ก็จะมองเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในสีเขียวมรกตที่โอบรอบด้วยโขดหินภูเขาและแมกไม้ปกคลุมเขียวขจี สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. 0 7728 6025, 0 7728 6588, 0 7728 0222

159299021180

10. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน CC = 900

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ได้รับยกย่องให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยังเป็นสถานที่ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัสในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากในช่วงฤดูหนาวเพราะจะมีบรรยากาศสวยที่สุด

จุดท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด ได้แก่ “บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน” เป็นแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติจำนวน 9 บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ยามเช้าจะมองเห็นภาพไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุม โดยน้ำพุร้อนนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวสามารถนำไข่ไก่มาลวกน้ำแร่ร้อนๆ รับประทานได้ด้วย ถัดมาคือ “น้ำตกแจ้ซ้อน” เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญมีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสายไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ มี 6 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 3 กิโลเมตร

159299021173

-----------------------

อ้างอิง: thai.tourismthailand.org