วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หนังรักโลก  โรงเรียนเสียดายแดด 

ใช้สื่อภาพยนตร์ปลูกฝังความรักและความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ

............................

ค่อนชีวิตของผู้ชายคนนี้ จืด-เข็มทอง โมราษฎร์ (ผู้ก่อตั้งกลุ่มเด็กรักป่า หรือ ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์) ทุ่มให้กับการทำงานสื่อสร้างสรรค์กับเด็กและธรรมชาติ 

ณ วันนี้ กลุ่มเด็กรักป่า ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเกือบ 30 ปี ในแง่การสร้างคนให้เรียนรู้เรื่องชีวิต ธรรมชาติ ศิลปะ ละคร และสื่อสร้างสรรค์ต่างๆ คงไม่ต้องพูดถึงแล้วว่า ผู้ชายคนนี้มีบทบาทมากน้อยเพียงใด

เพราะเด็กทั้งประเทศหลายหมื่นคน เคยเรียนรู้ ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเด็กรักป่า หลายคนกลายเป็นผู้ใหญ่ที่รักศิลปะวัฒนธรรม รวมทั้งทำงานเพื่อสังคม เพราะได้ผ่านการปลูกฝังและเรียนรู้จากที่นั่น 

ผู้ก่อตั้งกลุ่มเด็กรักป่าคนนี้ ไม่ว่าจะทำอะไร เขาไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่ทำ เพราะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ

ล่าสุดเขาบอกว่า ชีวิตนี้ตั้งความหวังไว้ว่า ขอทำหนังให้ได้สักห้าเรื่อง และตระเวณฉายไปทั่วราชอาณาจักร

หนังเรื่องแรก ฮักในกระติ๊บข้าว แม้จะใช้เงินทุนของตัวเองไปไม่น้อย เขาก็ยินดี และได้เข้าฉายไปแล้ว ส่วนหนังเรื่องสอง โรงเรียนเสียดายแดด แม้จะถ่ายๆ หยุดๆ เพราะไม่มีงบประมาณ แต่เขาก็มุ่งมั่นทำต่อไป ว่างเว้นก็ทำกิจกรรมกับเด็กๆ หรือไม่ก็ถ่ายหนังสารคดีอีกเรื่องคือ นกเงือกเทือกเขาบูโด

ที่่ผ่านมา อุดมการณ์ของผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเปลี่ยนหรือผันแปรเป็นอย่างอื่น

และนี่คือเรื่องราวของผู้กำกับหนังที่ทำทุกอย่างเองเกือบทุกอย่าง ยกเว้นแสดงนำ เพราะมีนักแสดงโนเนมในชุมชน หมู่บ้าน โรงเรียนวัด นำแสดง ซึ่งเป็นห้วงความทรงจำที่งดงามร่วมกัน ...

หนังเรื่องแรก (ฮักในกระติ๊บข้าว ) ล้มเหลวในเรื่องรายได้ แล้วทำไมคุณยังทำหนังเรื่องต่อไป

ผมทำงานกลุ่มเด็กรักป่ามาเกือบ 30 ปี เมื่อผมทำศิลปะมาทุกอย่างแล้ว ยกเว้นภาพยนตร์ยังไม่ได้ทำ ผมมองว่าหนังเป็นสื่อที่ดีและอยู่ได้นานที่สุด เรื่องแรกผมเลือกเรื่องของครูเซียง-ปรีชา การุณ ที่เคยอยู่กับเด็กรักป่าตั้งแต่ประถมปีที่ 6 จนเรียนจบระดับปวช. เขาทำค่าย ทำละคร กับพวกเรามานาน ผมเห็นพัฒนาการของเขา จนมาทำหุ่นมือ และเอากะติ๊บข้าวมาเล่นเป็นหมอลำหุ่น ผมมองว่า เป็นนวัตกรรมร่วมสมัย เขารู้จักดัดแปลงหัตถกรรมพื้นบ้าน ตอนนี้เป็นหัวหน้าคณะหมอลำหุ่นเด็กเทวดา

คณะของเขาได้แสดงในเทศกาลหุ่นโลกในกรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งหนังเรื่องนี้เด็กๆ มาช่วยถ่ายภาพ บันทึกเสียง เป็นผู้ช่วยทุกอย่าง ผมลงทุนเองทั้งหมดล้านกว่าบาท ได้ทุนมาแค่สามแสนบาท หนังเรื่องนี้เคยฉายที่โรงหนังลิโด้ ขายตั๋วได้ เงินส่วนหนึ่งก็มอบให้คณะหมอลำหุ่น ซึ่งพวกเขาก็เอาเงินไปทำโรงหมอลำหุ่น และพิพิธภัณฑ์กระติ๊บข้าว

ทั้งๆ ที่รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย แต่คุณกลับบอกว่า ประสบความสำเร็จ ? 

ถ้าพูดเรื่องนี้ ถือว่าล้มเหลว แต่เป็นการต่อยอดกิจกรรมให้เด็กๆ ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะไม่ว่าผมจะทำละครหรือหนังสือ ผมก็พูดเรื่องธรรมชาติ เด็กและสังคม ธรรมชาติเป็นแม่ของมนุษย์ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา 

ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร คุณจะโยงกับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม อย่างกระติ๊บข้าวเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่คุณต้องการสื่ออะไร

เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง ฮักในกระติ๊บข้าว ผมพูดในเชิงสัญลักษณ์ คนอีสานกินข้าวเหนียวในกระติ๊บค นกลุ่มนี้เป็นฐานให้สังคม ไม่ว่าจะผ่านไปร้อยปี สองร้อยปี ไม่ว่าคุณจะสร้างปราสาทราชวัง ถนนหนทาง คนอีสานเป็นกลุ่มคนที่สร้างสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จทุกยุคทุกสมัย เพราะคนอีสานมีความอดทน เสียสละ มีน้ำใจ

ตอนที่ครูเซียงไปอยู่กับชาวบ้านในชุมชน ทำงานกับเด็กๆ เขาก็ไม่มีงบประมาณการทำงาน ชาวบ้านก็บอกว่า จะทำกับข้าวให้กินทุกมื้อ ที่เขาประสบความสำเร็จและสานต่อวัฒนธรรม มันเป็นเรื่องความสัมพันธ์ของชุมชนเล็กๆ

โรงเรียนเสียดายแดด หนังกึ่งสารคดีเรื่องที่สอง ยังถ่ายทำไปได้ไม่เยอะ คุณติดขัดเรื่องอะไร

ตอนนี้ผมยังหาเงินไม่ได้ พอมีเงินส่วนหนึ่งก็ออกไปถ่ายทำเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างที่ไม่มีงบผมก็ทำเรื่อง นกเงือกเทือกเขาบูโด เพราะผมเป็นอาสาสมัครผู้ช่วยนักวิจัย ผมเป็นคนเดียวที่ทีมวิจัยให้ไปร่วม เพราะผมทำเสร็จก็ให้นักวิจัยไป อีกอย่างเวลามูลนิธินกเงือกทำกิจกรรมเสร็จ ผมก็ย่อยข้อมูลของนักวิจัยเพื่อทำงานรอบๆ ชุมชน

ผมมองว่า สิ่งที่มนุษย์ใช้ประโยชน์น้อยที่สุด ก็คือ แดด ลม น้ำ ถ้าเรารู้จักนำแสงแดดมาใ ช้ก็จะแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ไม่ต้องระเบิดภูเขา ไม่ต้องสร้างเขื่อน แสงแดดได้มาฟรีๆ พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีแสงธรรม จังหวัดอุบลราชธานี ทำหลักสูตรทางเลือกให้เด็กๆ ได้เรียนรู้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงเรียนศรีแสงธรรม ประดิษฐ์ทั้งรถพลังงานแสงอาทิตย์ รถเข็นแสงอาทิตย์ ฯลฯ แสงแดดเอื้อประโยชน์ทั้งอุตสาหกรรมครัวเรือน อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 ที่นั่นเป็นโรงเรียนที่มีความคิดนำสมัย แต่อยู่ชายชอบ เอาพลังงานมาเป็นหลักสูตร เคยถูกตรวจสอบว่า โรงเรียนใช้พลังงานแสงแดดโดยไม่ได้รับการอนุมัติ ต้องไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ เคยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาและบอกให้พระคุณยกเลิกการใช้ ทั้งๆ ที่วัดและโรงเรียนสามารถประหยัดเงินได้เดือนละสี่หมื่นบาท จนเรื่องราวเผยแพร่ในเฟซบุ้ค และรู้ถึงนายกรัฐมนตรี ผมจึงทำเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดี โดยผมเขียนบท กำกับ ถ่ายภาพเอง มีเด็กๆ แสดงนำ

การทำงานกับนักแสดงเด็กในโรงเรียนวัดเป็นอย่างไรบ้าง

เราก็ไปกินข้าวที่วัด ฝึกเด็กในโรงเรียนเรื่องการแสดงออก ซึ่งผมต้องลงไปทำงานบ่อยๆ ให้สนิทกับเด็ก เวลาพระอาจารย์และเด็กๆมัธยมปีที่ 1-6 ปี ไปติดตั้งโซล่าเซลล์ให้องค์กรนั้นองค์การนี้ เราก็ตามไปถ่ายทำ เล่าเรื่องจริงแต่ก็ต้องมีดราม่าบ้าง ผมถ่ายทำไปได้ไม่เยอะ เวลาไม่มีทุน ผมก็ทำเรื่องนกเงือกเทือกเขาบูโด ผมได้ทุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพราะหนังของผมเป็นเครื่องมือทำกิจกรรมเพื่อสังคม

โรงเรียนเสียดายแดดคุณตั้งงบประมาณไว้เท่าไหร่

หนังของผม แค่สองล้านบาท ก็หรูแล้ว ผมเองก็เคยของบบางหน่วยงานแต่ไม่ได้ เขามองแค่ว่าเป็นหนัง ไม่เหมือนการอบรมสัมมนาเขาคิดว่าจะสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานได้มากกว่า และผมไม่ได้คิดว่า หนังของผมต้องมีคนดูเยอะๆ หรือฉายทุกโรง ผมมีหน่วยฉายหนังเอง จะตระเวณสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มเป้าหมายได้ ผมทำให้เห็นแล้วว่า หนังฮักในกระติ๊บข้าว เด็กเกเรกลุ่มนี้สามารถพาตัวเองไปไกลแค่ไหน

ถ้าหนังเรื่องนี้ออกฉาย จะทำให้คนเข้าใจเรื่องพลังงานมากขึ้นไหม

 คงเป็นการตั้งคำถามว่า แดดที่มีอยู่ เราไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย ทั้งๆ ที่แดดให้ประโยชน์กับพืชสัตว์และมนุษย์ เวลาแดดตกกระทบหลังคาบ้าน ก็แค่สะท้อนกลับไป ถ้าเอาแสงแดดมาใช้ รัฐต้องแก้ปัญหาพรบ.การใช้พลังงานโดยประชาชนต้องไม่ต่ำกว่า 10 กิโลวัตต์ เราพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งพวกเขาได้ลงมือทำแบบง่ายๆ และได้พลังงานมาใช้กับปั๊มน้ำ ให้พ่อแม่ได้ใช้พลังงานเครื่องสับมันสำปะหลัง ใช้พลังงานส่วนนี้เปิดวิทยุ เครื่องใช้ในบ้าน

ที่ผ่านมาการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้แบบทางเลือก คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ชีวิตเด็กชนบท อย่างมากก็เป็นเด็กเลี้ยงควาย หรือไม่ก็เข้ากรุงเทพฯทำงาน น้อยมากที่จะได้เรียนหนังสือต่อ กลุ่มเด็กรักป่าก็ให้โอกาสเด็ก ให้ทักษะเรื่องการวาดภาพ เล่นละคร เขียนหนังสือ เขียนบทกวี เด็กๆ เป็นหมื่นๆ ของประเทศนี้เคยผ่านการเรียนรู้จากที่นี่

จริงๆ แล้วเราควรแก้ไขพรบ.การศึกษา เพื่อให้เด็กๆ มีโอกาสทางการเรียนรู้และการศึกษาเยอะ ๆ เพราะตอนนี้มีทั้งการศึกษาในระบบ และนอกระบบ ควรเพิ่มการศึกษาทางเลือก และการศึกษาตามอัธยาศัย สิ่งที่ผมทำคือ การศึกษาทางเลือก อย่างการทำละคร สารคดีมีคุณค่าระหว่างที่ลงมือทำ มากกว่าผลสำเร็จดีหรือไม่ดี ผมมองว่า เราต้องผลิตเครื่องมือการศึกษาให้ทุกๆ คน

ชีวิตนี้คุณตั้งใจว่าจะสร้างหนังกี่เรื่อง

ขอทำหนังสักห้าเรื่อง ตอนนี้มีหน่วยฉายหนังของตัวเอง เป็นคาราวานตระเวณได้ทั่วประเทศ ทำค่ายสิ่งแวดล้อมแล้วฝึกเครื่องมือการสื่อสารให้เด็กๆ

คุณก็มีหน่วยฉายหนังของตัวเองแล้ว ?

ผมมีจอหนังทุกอย่างแล้ว หนังผมไม่เอาลงยูทูบหรือเฟซบุ้ค เพราะฉายหนังแล้วต้องมีกิจกรรมการพูดคุย หนังเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างพัฒนาการให้เด็กๆ ผมไม่ได้ต้องการมีเครดิตมีชื่อเสียงอะไร 

..............................

ผู้ใดอยากสื่อสารกับเขา เข้าไปดูได้ที่เฟซบุ้ค จืด-เด็กรักป่า สตูดิโอ