วงการบันเทิง ลาว ตอนนี้ถือว่าเติบโตไปมากตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหมือนอย่างภาพยนตร์ หงส์หามเต่า (ข้อยตั๊วะเจ้า เฮาฮักกัน) ที่สามารถทำรายได้สูงสุดในบ็อกซ์ออฟฟิศของลาวปีนี้ ถึง 1,200 ล้านกีบ
ทำให้ผู้กำกับอยากจะเปิดตลาดโดยการนำภาพยนตร์ของตัวเองเข้ามาฉายในประเทสไทย เพื่อให้คนไทยได้ดูวิถีชีวิต การเป็นอยู่ ประเพณีวัฒนธรรม หรือแม้แต่สถานที่สวยงามธรรมชาติของลาว อย่าง เมืองพูคูน สังกัดแขวงหลวงพระบาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์งดงาม หลายๆ คนอาจยังไม่เคยสัมผัส
ทีม NOWบันเทิง ได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานในรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงใหม่แกะกล่องที่ไม่เคยโลดแล่นบนจอเงินมาก่อน อาทิ ลูกน้ำ-ทิดาลัดวงสิริ รับบทหงส์,บ๊อบบี้-อัศวิน เพชรสังหาร รับบทเต่า,บาร์บี้-ปิยะมาศ พูน รับบทตุ๊กตา,วิลลี่-บุญเซียน วิไลวัน รับบทเทพ และเจี้ยแปซิฟิก-ภูมิสะนะ สิริวงสา รับบทโรเบิร์ท /ผู้กำกับ ที่ทุกคนต่างยืนยันถึงสิ่งที่พวกเขาทำ ถือเป็นความตั้งใจเป็นอย่างมาก
ສະບາຍດີ เป็นประโยคทักทายของทีมนักแสดงพร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และล้อมวงมาพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
ทำไมต้องถึงอยากทำภาพยนตร์ออกแนวนี้
ผู้กำกับ เจี้ย แปซิฟิก : ผมเลือกทำภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ก็เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าไปดูได้ทั้งครอบครัว และมีรอยยิ้มออกมา ซึ่งเป็นทางที่ถนัดขอผมเลยครับ
อยากให้พูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้หน่อย
เต่า (บ็อบบี้ อัศวิน) หนุ่มนักโฆษณาต้องมาแข่งขันกันถ่ายสารคดีของหงส์ (ลูกน้ำ) สาวสวยผู้มีจิตใจดีที่ชอบช่วยเหลือคนพิการ โดยมีโรเบิร์ท (เจี้ย แปซิฟิก) เป็นคนวางแผนช่วยกันพิชิตเงินกว่าสามร้อยล้านบาท แต่ทุกอย่างไม่ได้มาโดยง่ายเมื่อ ทีมเทพ คู่แข่งตัวฉกาจที่มีความได้เปรียบหลายด้าน จากที่อยากได้ตำแหน่งงานและเงิน เต่าดันมาตกหลุมรักหงส์เสียเอง เรื่องราวระหว่างความรัก ตำแหน่งงาน เงิน และหนี้บุญคุณของเพื่อนจะมีทางออกอย่างไรก็ต้องไปติดตามกันนะครับ
บทบาทคาแรคเตอร์ของแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้าง
ลูกน้ำ: เป็นคนที่เรียนเก่ง มีจิตใจเมตตาสอบชิงทุนได้ไปเรียนต่อเมืองนอกแต่ว่าไม่ยอมไปเพราะต้องดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์และคอยช่วยเหลือผู้ป่วยที่พิการทางสมอง
บ๊อบบี้: ผมรับบทเป็นหนุ่มหล่อ มีปัญหาเรื่องอกหักตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เป็นคนดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และกตัญญู เต่าทำงานบริษัทโฆษณา ต้องไปรับงานทำสารคดี บังเอิญต้องไปพบกับหงส์ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป เต่าเริ่มมีความรัก และผูกผันกับหงส์มากกว่างาน
วิลลี่: ส่วนผมก็หนุ่มหล่อ ขี้เก๊ก ไม่ค่อยฉลาด และมีเล่ห์เหลี่ยม เป็นญาติกับเจ้าของบริษัทโฆษณา ต้องไปรับงานสารคดีซึ่งทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ระหว่างเต่ากับหงส์
บาร์บี้: สาวสวย มีเสน่ห์ แต่ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเอง ทำงานในบริษัทโฆษณา และเกิดชอบกับเทพตุ๊กตาจะสนับสนุนเทพให้ทำงานให้สำเร็จเพื่อตัวเองจะได้เป็นแฟนเทพให้ได้
เจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ: เจ้าชู้ มีเสน่ห์ และมีแฟนเยอะ มีมุขตลกๆ ไว้ขยี้ใจสาวๆ ตลอด แต่ฐานะไม่ดีเป็นคนขับรถของประธานบริษัทโฆษณา โรเบิร์ทเกิดรักสาวคนหนึ่งขึ้นมาจริงจังและอยากหาเงินซื้อเรือนหอ จึงเข้าร่วมกับภาระกิจถ่ายสารคดีของบริษัท โดยไปทวงบุญคุณจากเต่า เพื่อหวังให้ได้เงินรางวัล มาแต่งงาน
แต่ละคนเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ฉากไหนที่ยากที่สุด
วิลลี่: มีๆ เป็นฉากบู๊ ที่ถ่ายกันหลายเทคเลยครับ เพราะเราก็ยังเป็นนักแสดงใหม่อยู่ โดยเฉพาะฉากบู๊ที่เห็นกันในทีเซอร์
บ๊อบบี้: มีอยู่ฉากหนึ่งที่ยากที่สุดคือ ฉากตอนสุดท้าย ที่ต้องเล่นบทซึ้งที่สุดกับนางเอก เพราะพวกเราต้องแข่งกับเวลา อากาศหนาว หมดทุกอย่าง (หัวเราะ)
กดดันมากน้อยแค่ไหน
บ๊อบบี้: ก็นิดนึงครับ แต่ผมก็จะคิดว่า เมื่อผมได้รับบทบาทนี้แล้ว ผมก็พยายามทำให้เต็มที่
บาร์บี้: กดดันอยู่แล้วค่ะ เล่นเรื่องแรกด้วย ยิ่งต้องแข่งกับเวลา สถานที่ อากาศ เพราะเราต้องรักษาความต่อเนื่องให้มากที่สุด สาเหตุนี้เองจึงกดดันมากที่สุด แต่เราก็ยังโชคดีที่มีผู้กำกับใจดี (จบประโยคนี้ทุกคนพูดพร้อมกัน เน๊อะ แล้วก็หัวเราะพร้อมกัน)
เขินกันบ้างไหมเวลาที่บ๊อบบี้กับลูกน้ำต้องเข้าฉากโรแมนติก
บ๊อบบี้: ผมขอยอมรับว่าเวลามองตาของลูกน้ำ ผมทำไม่ได้ ผมอาย (หัวเราะ ลูกน้ำมีการการเหลือบตามองบ๊อบบี้เล็กน้อย แล้วยิ้มแบบมีเลศนัย) จนบ๊อบบี้แซวว่า เอาแล้ว ๆ
ลูกน้ำ: ตอนที่เข้าฉากกับบ๊อบบี้เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยร่วมงานกันมาก่อน หลายครั้งที่เข้าฉากเราต้องสื่ออารมณ์ด้านความรักแท้ๆ ทำให้ค่อนข้างยากนิดนึง แต่ถ้าได้เข้าฉากกับวิลลี่ นั้นค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเกร็ง เพราะเรา 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน ก็เลยทำให้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ (ทั้งลูกน้ำและวิลลี่มีการหันมองแล้วหัวเราะใส่กัน)
นักแสดงที่มาร่วมแสดงในครั้งนี้ใหม่ทั้งหมด ผู้กำกับทำอย่างไรบ้างเพื่อให้นักแสดงเข้าถึงบทบาทตามที่เราต้องการ
เจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ: ผมต้องเข้าไปบิ้วอารมณ์ของนักแสดงหมดทุกฉาก เพราะอยากให้พวกเขาสื่ออารมณ์ออกมาให้ตรงกับบทที่ผมเขียนถึงที่สุด อย่าง บ๊อบบี้นี้ผมก็คุมเข้มเลย เพราะหลังจากถ่ายก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าวิลลี่ยังเข้าไม่ถึงบท ผมจึงให้ภรรยามาช่วยติวเข้มเขาถึง 3 ชั่วโมง เพื่อให้เข้าถึงบทบาทให้ได้ ส่วนบ๊อบบี้ก็ซ้อมบทหนักเหมือนกัน เพราะพวกเรามีเวลาถ่ายทำที่ค่อนข้างจำกัดด้วย
บรรยากาศในกองถ่ายเป็นอย่างไรบ้าง
(ทุกคนหัวเราะกันดังมาก)
บ๊อบบี้: ทุกคนในกองถ่ายน่ารักมาก อบอุ่นดี อาหารก็อร่อย แต่ว่ากองถ่ายจะให้ตื่นเช้านิดนึง เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะอยากให้ทุกคนมากองกันก่อน ผมขอแอบเม้าท์ผู้กำกับหน่อยละกันนะครับ เห็นพี่เจี้ย แปซิฟิก เข้าฉากเล่นตลกแบบนี้แล้ว พอเวลาออกฉากพี่เขาจะส่วมร่างเป็นผู้กำกับทันที จะค่อนข้างโหดนิดนึง เพราะเขาอยากให้เราทำให้ได้
ลูกน้ำ: ขอเผาให้หมด (หัวเราะ) อ่ะๆ ขอแบบเบาๆ แล้วกัน อยากเผาผู้กำกับ คือ พี่เขาเป็นคน 2 บุคลิก แต่ว่า การเป็นแบบนั้นดีไหม เราคิดว่าดี เพราะจะทำให้มีวินัย และอยากเผาเพื่อนของเราบ้าง (หัวเราะ) 39 เทค เราก็นั่งอยู่อย่างนี้แหละ เป็นฉากที่เราต้องร้องไห้ บิลลี่ก็เทค เทคจน 10 20 เราก็เลย เอ้าอยากกี่เทคก็ทำไป (หัวเราะ) ก็จะเป็นประมาณนี้
เจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ: เนื่องเราเป็นผู้กำกับ ผู้เขียนบท และเราเป็นคนลงทุนเอง เพราะฉะนั้นความซีเรียสทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับเรา ถ่ายทำออกไปแล้วไม่ดี นักแสดงถ้าแสดงออกไปไม่ดี เงินลงทุนที่เราลงทุนไปก็สูญเปล่า ถ้าพูดในแบบเมืองไทยก็คือ เจ๊งนะ (หัวเราะ) เราก็เลยตั้งใจทำออกมาให้ดีที่สุด
อยากให้ตัวแทนนักแสดงพูดความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับเจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ
บาร์บี้: รู้สึกดี และตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ และได้พี่เจี้ย แปซิฟิก ชักชวนให้ไปแคสติ้งในตัวละครที่ชื่อตุ๊กตา ทำให้เป็นประสบการณ์ที่ดี และแปลกใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน และยังได้รู้จักศิลปินหลายๆ คน ที่เราได้ร่วมงานกัน
วิลลี่: ส่วนผมตอนแรกได้รับเข้าไปแคสติ้ง ก็ได้อ่านบท ก็รู้สึกรักในตัวละครนี้ เพราะเป็นคาแรกเตอร์กวนๆ ตลกๆ ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้
วงการบันเทิงอาเซียนตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
เจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ: มีความคึกคักขึ้นมากครับ แต่ละประเทศมีการเปิดเข้าหากัน แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จับมือร่วมกัน และท้ายปีนี้ผมก็จับมือร่วมงานกับสตูดิโอ อารมณ์ดี ทำผลงานร่วมกันโดยนำพระเอกฝั่งเรา กับนางเอกฝั่งไทย ร่วมงานกัน คาดว่ากลางปีหน้าก็จะได้ชมกัน
ลูกน้ำ: คิดว่าตอนนี้ประเทศของเราก็มีการพัฒนาไปได้หลายๆ ด้าน จากหลายปีที่ผ่านมาคนในประเทศเริ่มให้ความสนใจในตัวพวกเรา ผู้กำกับ หลังจากที่เราได้สัมผัสที่พวกเขาไปดูหนังของเราจนทุบสถิติปีนี้ ที่ว่าคนในบ้านเราทั้งประเทศร่วมใจกันไปดูหงส์หามเต่า เราเลยรู้สึกว่าพวกเขาให้ใจกับเรา ทำให้มีคุณค่ามาก หรือหนังที่ได้ทำออกมาก็มีความรู้สึกว่าเริ่มดีขึ้นมาก และอยากให้คนฝั่งไทยได้เห็นความงดงามของประเทศลาว หวังว่าพี่น้องชาวไทยจะไปชมภาพยนตร์หงษ์หามเต่ากันนะคะ
การที่มีนักแสดงไทย – ลาวมีผลงานอยู่ในวงการบันเทิงของทั้ง 2 ประเทศ ในฐานะคนในวงการมองกระแสนี้เป็นอย่างไร
ลูกน้ำ: เป็นผลดีเลยค่ะ เพราะว่าเป็น 2 ประเทศที่พูดกันรู้เรื่อง ภาษาคล้ายๆ กัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มาก
การนำภาพยนตร์มาฉายในฝั่งไทยคาดหวังอะไรบ้าง (เพิ่มฐานแฟนคลับไหม)
วิลลี่: ถามว่าคาดหวังรึเปล่า ผมขอมีความหวังดีกว่า คนไทยจะให้การสนับสนุนพวกเรา เพราะพวกเราก็ทำด้วยใจกันทั้งหมด และที่สำคัญอยากให้คนไทยได้เห็นวัฒนธรรมบ้าน ประเพณีของลาว อยู่กันอย่างไร จีบกันแบบไหน และยังมีอีกหลายมุมมองที่จะได้เห็นประเทศของเรา
เจี้ย แปซิฟิก ผู้กำกับ: หวังว่าคนไทยจะเปิดใจมาชมพวกเรา ที่บ้านผมไม่มีโรงเรียนสอนการแสดง ผมเริ่มจากศูนย์ ศึกษาจากอินเตอร์เน็ตทุกอย่าง แล้วเราก็นับหนึ่งกันเอง ยังไงก็ขอฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ด้วยนะครับ
สุดท้ายแล้วให้พระเอกของเรื่องฝากถึงภาพยนตร์เรื่องนี้
บ๊อบบี้: ขอฝากให้คนไทยทุกคนเลยนะครับ ให้เปิดใจ และอยากให้ทุกคนรู้ว่าหนังเรื่องนี้สะท้อนความรักของครอบครัวที่หลายคนอาจจะลืมดูแล หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าความรักที่รักครอบครัวจะทำให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิตเสมอ รับรองเลยว่าคนที่เข้าจะได้ฟังมุกในแบบฉบับของบ้านเรา และจะเห็นทิวทัศน์ ธรรมชาติของบ้านเรา ชีวิตการเป็นอยู่ของพวกเราอีกด้วย
29 มิถุนายน 2560 สามาถรับชมได้ทุกโรงภาพยนตร์ของภาคอีสาน





